ภาพฉากที่ชุยเสียวเสี่ยวควบคุมสายน้ำโจมตีศิษย์สำนักกระบี่จนล่าถอยล้วนปรากฏแก่สายตาของฉินหลิงเซียวซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปเป็นพันหลี่เช่นกัน
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย คราแรกเมื่อครั้งพบกันที่โรงเลี้ยงไหม ชุยเสียวเสี่ยวมิได้ดูมีความสามารถถึงเพียงนี้เลย!
วิชาควบคุมวารีไม่ใช่ศาสตร์พิสดารพันลึกแต่อย่างใด แต่ในยุคนี้ผู้ที่ใช้สายน้ำไล่ศัตรูได้ปราดเปรียวดั่งใจเช่นนี้ก็มีไม่มากนักเช่นกัน
ชุยเสียวเสี่ยวมีพลังตบะพลังวัตรถึงเพียงนี้? ก่อนหน้านี้นางซุ่มซ่อนเก็บงำไว้อย่างนั้นหรือ
ความอดทนของฉินหลิงเซียวถูกแม่นางน้อยดื้อรั้นประหนึ่งเอ็นวัวผู้นี้พังทลายลงสิ้น
เวลานี้ตัวของเขาอยู่ที่เขาจิ่วเสวียนเจี้ยนซึ่งห่างไกลกันถึงพันหลี่ จึงไม่อาจไปถึงเขาฉีเหล่าได้ในเวลาเพียงชั่วครู่
ทว่าเขาเชี่ยวชาญวิชารวมจิตยิ่ง เพียงเพ่งจิตแบ่งภาควิญญาณก็ส่งร่างจำแลงออกไปไกลนับพันหลี่ได้ในพริบตา
ในเมื่อเจี่ยงเจิ้งไร้สามารถไม่อาจ ‘เชิญ’ ชุยเสียวเสี่ยวมาได้ เช่นนั้นเขาจึงได้แต่ออกโรงด้วยตนเองเพื่อไป ‘เชิญ’ นางกลับมายังเขาจิ่วเสวียนเจี้ยนให้จงได้
ฉินหลิงเซียวใช้เวลาแค่ชั่วร่ายท่าดัชนีก็แยกวิญญาณออกจากร่าง แล้วจำแลงกายไปปรากฏตัวต่อหน้าบรรดาศิษย์สำนักยันต์คาถาบนเขาฉีเหล่าในทันที
หลังจากชุยเสียวเสี่ยวใช้พลังออกมาแล้ว สองขาก็อ่อนทรุดและกำลังจะซวนเซไปด้านหลัง ร่างจำแลงของฉินหลิงเซียวก็ปรากฏขึ้นอย่างเหมาะเจาะ คว้าเอวบางของนางไว้ทันพอดี
หญิงผู้นี้แม้จะดูผอมแห้ง แต่องค์เอวอ่อนนุ่ม ไม่ทิ่มแทงมือเลยสักนิด…
ขณะฉินหลิงเซียวแยกวิญญาณแบ่งภาคไป สตรีชุดดำอีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังเร่งเดินทางมาจากที่ไกลๆ
ที่แท้หลังจากหลิงจื่อซานเก็บลูกแก้วปีศาจ ‘โทสะ’ กลับมาได้ นางกลับรู้สึกไม่วางใจฉินหลิงเซียว
นางรู้ดีว่าฉินหลิงเซียวต้องทนทุกข์ทรมานจากฤทธิ์มารย้อนกลืนมาตลอดหลายปี ดูจากรอยตราบนหน้าผากที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ คาดว่าอีกไม่นานก็คงยับยั้งฤทธิ์มารไว้ไม่อยู่
ตอนที่อยู่ในโรงเลี้ยงไหมดูเหมือนว่าลูกแก้วปีศาจ ‘โลภะ’ ลูกนั้นจะถูกชุยเสียวเสี่ยวเอาไปและยังมิได้คืนมาอีกเลย แต่ฉินหลิงเซียวกลับมีเมตตาใจอ่อนให้หญิงผู้นั้น
หลิงจื่อซานกลับมาจากเขาเหมาซานครั้งนี้ได้วางแผนแล้วว่าจะนำ ‘โลภะ’ กลับไปพร้อมกันอีกลูกด้วย นางไม่มีทางปรานีกับแม่หนูน้อยผู้แฝงมารยาประหนึ่งนางจิ้งจอกเช่นนั้นแม้แต่น้อย
คาดไม่ถึงว่าเมื่อนางพาศิษย์แห่งวังทวิลักษณ์เร่งมาถึงกลับได้เห็นภาพฉากร่างจำแลงของฉินหลิงเซียวกำลังกอดชุยเสียวเสี่ยวเข้าพอดี
หลิงจื่อซานโกรธจนมือไม้สั่น นางยกมือโคจรปราณซัดกระบี่วิเศษไปทางศีรษะของชุยเสียวเสี่ยวทันที
แต่เพราะนางออกท่ารุนแรงเกินไป กล่องที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของจึงถูกหลุดกระเด็นลอยตามไปด้วย
ครั้นกระบี่วิเศษพุ่งมาใกล้คนทั้งสอง ร่างจำแลงของฉินหลิงเซียวก็กางโล่วิเศษขึ้นขวางกั้นได้ทัน
พลังวิเศษสองสายปะทะกัน สะท้อนถูกกล่องใบนั้นแตกกระจาย ลูกแก้วปีศาจ ‘โทสะ’ หลุดจากพันธนาการกระเด็นออกมาโดยพลัน
พอฉินหลิงเซียวเห็นก็ตระหนกตกใจ ลูกแก้วปีศาจนี้ผ่านกาลเวลามาเป็นร้อยๆ ปีย่อมมีปราณวิเศษ ถ้าหากมันหลบหนีไปก็ไม่รู้อีกนานเพียงใดถึงจะหาเจอ
ถึงตอนนี้เขาก็ไม่สนใจชุยเสียวเสี่ยวอีกต่อไป รีบเหินร่างไปคว้าลูกแก้วปีศาจที่กำลังจะหลบหนี
ทว่าชั่วพริบตาที่เขาจับลูกแก้วปีศาจลูกนั้นได้ ห่อผ้าด้านหลังจีอู่ชีก็เกิดไฟลุก รูปสลักในกล่องไม้ใบนั้นพลันหลุดจากพันธนาการ ค่อยๆ ลอยขึ้นไปในอากาศ
จังหวะเดียวกันนั้นเองชุยเสียวเสี่ยวและร่างจำแลงของฉินหลิงเซียวพลันเปล่งประกายแสงสีแดงและสีฟ้าออกมาคนละสาย ส่งตรงไปยังเบ้าตากลวงโบ๋สองข้างของรูปสลักนั้น
หลังจากนั้นกลางท้องฟ้าพลันเกิดรอยแยกเป็นทาง ก่อนจะม้วนตัวเป็นกระแสวนหอบรูปสลักไม้ ชุยเสียวเสี่ยว และร่างจำแลงของฉินหลิงเซียวเข้าไปใจกลางพร้อมกันแล้วหายวับไปกับตา…