บทที่ 15
ชุยเสียวเสี่ยวถอนสายตากลับมาก้มมองป้ายศิลาที่อยู่ใกล้ตนเองที่สุด
คำที่สลักบนป้ายศิลาแผ่นนี้อ่านง่าย ชุยเสียวเสี่ยวอ่านดูสองสามบรรทัดก็เข้าใจเหตุผลว่าเพราะเหตุใดถึงมีป้ายศิลามาตั้งเรียงรายอยู่ ณ ที่นี้
เพียงแต่…เหตุใดเรื่องที่บันทึกอยู่บนป้ายศิลานี้…จึงเหมือนกับตำนานเขาฉีเหล่าที่ศิษย์พี่รองเพิ่งเล่าให้ฟังตอนมาถึงเขาฉีเหล่าได้เล่า
ในอดีตนั้นด้านล่างสระพญาหงส์บนเขาฉีเหล่าเป็นที่ตั้งศิลาจารึกกระดูกมังกรซึ่งจารคำเชิดชูคุณูปการของสี่ยอดสำนักใหญ่ที่ร่วมกันล้อมปราบสกุลเว่ยแห่งเขาฉีเหล่า
เขาฉีเหล่ายังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างยมโลกกับโลกมนุษย์ มีสกุลเว่ยผู้ปราบปีศาจมารคอยเฝ้าคุ้มกันมาโดยตลอด
อนิจจาที่เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนในรุ่นของเว่ยจิ้งหลิง เขาไม่พอใจที่ตนเองและคนในตระกูลต้องทนเหนื่อยยากเฝ้าอยู่ในที่แห่งนี้เพื่อแบกภาระต่อจากบรรพบุรุษ จึงแอบปล่อยปีศาจมารหญิงงามเลิศล้ำตนหนึ่งออกมาและใช้นางก่อเรื่องปั่นป่วนระบายความคับแค้นใจของเขาเอง
เดิมทีนางมารตัณหาจำพวกนี้ก็คือภูตผีปีศาจที่เชี่ยวชาญการกลั่นแกล้งบุรุษยิ่ง เมื่อสบโอกาสจึงพลิกจากเบี้ยล่างเป็นเบี้ยบน ล่อลวงให้เว่ยจิ้งหลิงลุ่มหลงจนลืมหน้าที่ของสกุลเว่ยไปจนหมดสิ้น
สุดท้ายเขาไม่เพียงให้กำเนิดสายเลือดชั่วช้ากับนางมารตัณหาตนนั้นออกมาผู้หนึ่ง แต่ยังลอบปล่อยสามปีศาจอสูรจากยมโลกออกมาสร้างหายนะยังโลกมนุษย์อีกด้วย
เหล่านักพรตฝ่ายธรรมะผู้มีหน้าที่ปราบปีศาจกำจัดมารจะทนยอมรับได้อย่างไรกัน ครั้นแล้วพวกเขาจึงร่วมมือกันเข้าปราบปรามสกุลเว่ย หมายบีบบังคับให้พวกเขาส่งมอบนางมารตัณหาและสายเลือดชั่วช้านั้นออกมา
ไม่รู้ว่าเว่ยจิ้งหลิงตกอยู่ใต้มนตร์เสน่ห์ของนางมารตัณหาหรืออย่างไร ให้ตายเขาก็ไม่ยอมส่งคนไป แต่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้อื่นในสกุลเว่ยพลอยเดือดร้อนไปด้วย เขาจึงลงจากเขา เผชิญหน้ารับศึกจากสี่ยอดสำนักใหญ่เพียงลำพัง
ท้ายที่สุดเว่ยจิ้งหลิงรู้ตัวว่าตนเองหมดกำลังจะต่อสู้แล้วจึงปลิดชีวิตตนเองด้วยกลัวโทษทัณฑ์ จากนั้นก็ตกลงสู่บ่อขุมแห่งยมโลก
สี่ยอดสำนักใหญ่ที่เข้าร่วมการล้อมปราบสกุลเว่ยต่างพากันตั้งป้ายศิลาน้อยใหญ่ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องเตือนลูกหลานของสกุลเว่ย ขณะเดียวกันก็ได้สรรเสริญแซ่ซ้องคุณงามความดีของพวกตนด้วย
แต่ต่อมาป้ายศิลาเหล่านี้ก็ถูกคนผู้หนึ่งทำลายเสียหายทั้งหมด และนับแต่นั้นเป็นต้นมาเจ้าคนที่ไร้ชื่อเสียงไม่รู้ที่มานี้ก็เริ่มข่มขวัญสะท้านสะเทือนทั่วหล้าและค่อยๆ ก้าวเข้าสู่สายตาสำนักบำเพ็ญเซียนทั้งหลาย…
เรื่องราวในอดีตส่วนนี้มิต้องให้ศิษย์พี่รองบอกเล่า ชุยเสียวเสี่ยวก็รู้อยู่แล้ว เพราะท่านอาจารย์ได้เล่าไว้ในบันทึกเรื่องเบ็ดเตล็ดในตำราลับนั่นเอง
คนที่ทำลายศิลาจารึกบนเชิงเขาฉีเหล่าด้านล่างสระพญาหงส์ในตอนนั้นก็คือผู้ก่อเหตุนองเลือดไปทั่วปฐพีในเวลาต่อมา…จอมมารเว่ยเจี๋ย
พงศาวดารชาวบ้านบางตำนานกล่าวว่าอักษร ‘เว่ย’ ของเว่ยเจี๋ยกับ ‘เว่ย’ ของเว่ยจิ้งหลิง นั้นออกเสียงเหมือนกัน เว่ยเจี๋ยจึงอาจเป็นบุตรชายของเว่ยจิ้งหลิงที่เกิดแต่นางมารตัณหาตนนั้น ในครานั้นเขาถึงได้กระทำการฮึกห้าวเพียงนี้ ต่อมาเมื่อเขาสำเร็จวิชามารแล้วจึงชำระหนี้เลือดกับหอเทียบเมฆาและบุกเดี่ยวท้าทายสี่ยอดสำนักใหญ่เพื่อล้างแค้นให้บิดา
แต่…ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องเมื่อสองร้อยปีที่แล้ว
เหตุใดตอนนี้จึงมีคนโผล่มาตวัดแส้ฟาดป้ายศิลาเลียนอย่างเว่ยเจี๋ยเมื่อครานั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นสี่ยอดสำนักใหญ่ฝักใฝ่ลุ่มหลงในชื่อเสียงเกียรติยศถึงเพียงนี้เชียวหรือ นอกจากบนเขาฉีเหล่าแล้ว ที่แท้พวกเขายังตั้งศิลาจารึกบนเขาลูกอื่นด้วย