ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 3-4
ฉินหลิงเซียวใช้ไม้พันเกี่ยวเส้นไหมที่ขวางทางออกไปได้หมดจึงค่อยหันกลับมาถามว่า “เจ้าใส่อะไรลงไปในน้ำ”
ชุยเสียวเสี่ยวจ้วงกระบวยวักน้ำราดตัวศิษย์ร่วมสำนักทั้งสามคนอีกครั้งพลางตอบว่า “เป็นผงที่บดจากใบยาสูบ”
ก่อนหน้านี้ตอนชุยเสียวเสี่ยวกินข้าวในห้องอาหารของที่ว่าการและพูดคุยกับยามเฝ้าประตูอยู่นานสองนาน ได้ซักไซ้ไต่ถามถึงเรื่องราวของคนที่เคยเจออาถรรพ์โรงเลี้ยงไหม
ในกลุ่มคนที่คอยเฝ้าเวรกลางคืนเหล่านั้นมิได้ถูกเล่นงานไปเสียทุกคน หนึ่งในนั้นคือญาติฝั่งมารดาของยามเฝ้าประตูในที่ว่าการ ซึ่งติดตามมือปราบสองคนที่ถูกสังหารไปด้วย แต่คืนนั้นมีเพียงเขาคนเดียวที่รอดชีวิตกลับมา
ว่ากันว่าตอนนั้นจู่ๆ เส้นไหมนับพันหมื่นก็ห้อยลงมาจากขื่อคานและพันห่อตัวคนในที่นั้น แต่เส้นไหมที่ลงมาเกาะเกี่ยวญาติของยามเฝ้าประตูกลับยิ่งทียิ่งน้อยลง ต่อมาเมื่อคนอื่นๆ ถูกลากออกไปทั้งเป็นก็มีเพียงญาติผู้นี้คนเดียวที่หลุดรอดหนีจากเส้นไหมได้
แต่บางทีอาจเป็นเพราะญาติผู้นี้ขวัญผวากับเหตุการณ์ หลังจากกลับมาก็ล้มป่วยด้วยอาการของโรคปอด ไอโขลกทั้งวันไม่หยุด ดูแล้วจวนจะ ‘น้ำมันหมดตะเกียงมอด’* อยู่รอมร่อ
จากคำวินิจฉัยของหมอที่มาดูอาการให้เขา อาการป่วยนี้มิใคร่เกี่ยวข้องกับภูตผีปีศาจ แต่เพราะเขาสูบกล้องยาปล่องน้ำเป็นนิจไม่เคยห่างมือ แม้แต่ซี่ฟันยังถูกควันรมจนเหลืองดำ ย่อมลุกลามจนเป็นโรคปอดมานานแล้ว
เรื่องนี้ผู้เล่าไม่ใส่ใจ แต่ผู้ฟังสนใจยิ่ง ชุยเสียวเสี่ยวรู้สึกว่าปีศาจนั่นไม่น่าจะปุบปับใจดีปล่อยญาติขี้ยาผู้นั้นรอดมาเพียงลำพังได้
นางนึกสงสัยขึ้นมาโดยพลันว่าปีศาจนั้นอาจจะไม่ชอบกลิ่นยาสูบก็เป็นได้
ครั้นแล้วนางจึงขอใบยาสูบห่อหนึ่งมาจากยามเฝ้าประตู ไม่เพียงแต่นำมาบดและห่อเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างดี แต่ก่อนนางจะออกเดินทางมายังจุดใบยาสูบเพื่อรมกลิ่นให้ติดเสื้อผ้าของตนอีกด้วย
เมื่อครู่ตอนที่เข้ามาในโรงเรือนแห่งนี้ เหล่าศิษย์สำนักกระบี่ถูกเส้นไหมโจมตีหลายครั้งหลายครา แต่กลับไม่มาทางชุยเสียวเสี่ยวเลย เช่นนั้นก็พิสูจน์ข้อสันนิษฐานของนางได้แล้ว
ตอนนี้เมื่อทดสอบอีกครั้งและผลปรากฏดังนี้จริง กระทั่งช่วยชีวิตศิษย์พี่ใหญ่จีอู่ชีได้สำเร็จอีกด้วย
บรรดาศิษย์สำนักยันต์คาถาได้ฟังคำอธิบายของนางก็เข้าใจถึงการกระทำก่อนหน้าของศิษย์น้องเจ้าสำนักผู้นี้ได้ในที่สุด
คนอื่นยังไม่เท่าไร ทว่าจีอู่ชีรู้สึกวางสีหน้าไม่สนิทอยู่บ้าง แม้ใจจะอยากเอ่ยขอบคุณนางโจรน้อย แต่กลับอ้าปากไม่ออก
ทว่าเวลานี้ไม่มีใครสนใจแยแสความอึดอัดใจของเขา เพราะเมื่อศิษย์สำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าได้ยินว่าปีศาจนี้เกลียดกลิ่นยาสูบก็กรูกันเข้ามา หวังจะแย่งกระบวยน้ำในมือชุยเสียวเสี่ยวไปตักน้ำราดรดตนเอง
ชุยเสียวเสี่ยวรีบชูกระบวยขึ้น ปรายตามองบรรดาศิษย์สาวกเหล่านั้น “สำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าสูงส่งยิ่งใหญ่ ไม่อาศัยกระบี่ประจำกายปราบปีศาจ แต่กลับมาพึ่งพาสำนักเถื่อนลัทธินอกเช่นพวกข้า หากข่าวนี้แพร่ออกไปพวกท่านจะดูต่ำชั้นลงสักเพียงใดนะ”
เมื่อกลางวันเจ้าคนพวกนี้ต่างเหยียดหยันสำนักยันต์คาถาและท่านอาจารย์กันทั้งนั้น! ชุยเสียวเสี่ยวจำหน้าแต่ละคนได้แม่นขึ้นใจ
นางเหลือบตามองไปทางฉินหลิงเซียวอีกครั้ง มุมปากระบายยิ้มกวนโทสะผู้คน “เจ้าสำนักฉิน ท่านว่าข้าพูดมีเหตุผลหรือไม่”
ฉินหลิงเซียวไม่ได้พูดอะไร เพียงมองเหล่าศิษย์ที่ไม่ได้ดังใจตนเองอย่างเย็นชา ก่อนจะเหลือบมองชุยเสียวเสี่ยวคราหนึ่ง แววตาเขาเริ่มเข้มขรึมลงช้าๆ จากนั้นก็พลิ้วกายเหินไปทางส่วนลึกที่สุดของโรงเลี้ยงไหม
สตรีงามเพริศพริ้งผู้ติดตามข้างกายฉินหลิงเซียวอยู่ตลอด ไม่เคยเอ่ยวาจาใดให้ได้ยิน ตอนที่ฉินหลิงเซียวมองไปยังชุยเสียวเสี่ยว นางก็เขม้นจ้องชุยเสียวเสี่ยวอย่างดุดัน คล้ายกับตั้งตัวเป็นศัตรูอยู่ในที
เพียงแต่เวลานี้ความสนใจของชุยเสียวเสี่ยวกลับมุ่งไปที่ฉินหลิงเซียวซึ่งกำลังเหาะเหินกายไปเบื้องหน้าเพียงอย่างเดียว
ในฐานะผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้า พลังตบะของฉินหลิงเซียวนั้นสูงกว่าศิษย์คนใดทั้งหมด ขณะที่เขาเหินทะยานออกไปก็ปรากฏเกราะปราณแท้ที่ดูคล้ายกับมีละอองหมอกจางๆ ห่อหุ้มรอบกายอยู่ชั้นหนึ่ง
แม้เส้นไหมปีศาจจะอยากพันเกาะฉินหลิงเซียว แต่เมื่อพวกมันสัมผัสถูก ‘เกราะหมอกปราณ’ นั้นก็จะจับตัวแข็งกลายเป็นสายเกล็ดน้ำค้างอย่างรวดเร็ว ฉินหลิงเซียวพลันเสกกระบี่ปราณขึ้นในมือ ออกแรงตวัดฟันทำลายเส้นไหมปีศาจเหล่านั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ
การลงมือนี้ทำให้ศิษย์สำนักยันต์คาถาสะดุ้งตกใจ
ทุกคนต่างรู้ดีว่าครั้งนั้นฉินหลิงเซียวยึดหลัก ‘ผดุงธรรมทำลายญาติ’ ลงทัณฑ์สังหารปรมาจารย์วิถีมารของตนเอง ทั้งสูบรับพลังตบะหาใครเทียบของจอมมารมาเป็นของตน ว่ากันว่าวิชาที่จอมมารเว่ยเจี๋ยฝึกฝนก็คือ ‘ยอดวิชากลืนใจ’ ของฝ่ายมาร ผู้ฝึกฝนวิชานี้จะต้องตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาเสียก่อนถึงจะสำเร็จวิชาได้
ฉินหลิงเซียวเปรียบดั่งสีครามเกิดจากต้นครามแต่เข้มกว่าครามเพราะขณะสูบพลังวัตรของเว่ยเจี๋ยเข้าไป เขาใช้วิชาอันเป็นวิถีธรรมแท้ของสำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าที่คิดค้นขึ้นเอง แก้การย้อนกลืนกินของยอดวิชากลืนใจได้ผลเป็นอย่างดี
ทว่าหากกล่าวอย่างจริงจังแล้ว พลังตบะของฉินหลิงเซียวเกินกว่าครึ่งล้วนมาจากสายมาร นี่อาจเป็นสาเหตุว่าเพราะเหตุใดเขาถึงกำราบฤทธิ์ของเส้นไหมปีศาจได้
ผู้คนไม่ทันได้ครุ่นคิดอะไรมาก ฉินหลิงเซียวก็ฟาดฟันทำลายเส้นไหมปีศาจในส่วนลึกไปกว่าครึ่ง ภายใต้แสงจันทร์สลัวราง รังไหมสีดำใหญ่ยักษ์รังหนึ่งปรากฏอยู่เหนือขื่อคานลึกเข้าไปในโรงเรือนนั้น
ดักแด้ด้านในกำลังยืดหดกระถดเถิบช้าๆ เปลือกรังขรุขระค่อยๆ ปริแตกเห็นรอยแยก…เป็นดังที่ชุยเสียวเสี่ยวคาดไว้ ดักแด้หนอนไหมปีศาจนี้เริ่มพยายามออกจากรังแล้วจริงๆ
ฉินหลิงเซียวหรี่ตาเพ่งมอง รู้สึกว่าเจ้าสำนักหญิงแห่งสำนักยันต์ต่ำต้อยด้อยชั้นผู้นี้มีวิชาความสามารถอยู่บ้าง เพราะเมื่อครู่เส้นไหมปีศาจพันห่อด้านในโรงเรือนแน่นทึบจนไม่เห็นอะไรเลย แต่นางกลับเป็นคนแรกที่รู้ว่ารังไหมกำลังปริแตก
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 13 ม.ค. 69
Comments



