แต่จีอู่ชีกลับปักใจเชื่อว่าชุยเสียวเสี่ยวเป็นคนหยิบมาเองแน่ เขาทำสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม “สันดานสุนัขกินอาจมไม่เปลี่ยน เสียทีที่เจ้าสาบานเป็นมั่นเหมาะต่อหน้าอาจารย์ว่าจะกลับตัวกลับใจเดินสู่เส้นทางที่ถูกที่ควร ยังไม่วายหยิบฉวยไม่บอกไม่กล่าว”
ชุยเสียวเสี่ยวเถียงค้านจริงจัง “ท่านคิดว่าข้าจะขโมยของมาจากกระเป๋าของยอดอัจฉริยะผู้นั้นได้หรือ เขาเก่งกาจถึงขั้นใช้กระบี่เดียวปลิดชีพปีศาจได้ ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกแก้วนี้มาโผล่ในกระเป๋าตนเองได้อย่างไร!”
จีอู่ชีชะงัก รู้สึกว่าที่นางพูดก็มีเหตุผล ครั้นจึงพึมพำกับตนเองว่า “ถ้านางไม่ได้ขโมยมา แล้วลูกแก้วนี่วิ่งมาอยู่ในกระเป๋านางเองอย่างนั้นรึ”
คนอื่นๆ ได้ยินคำพูดของเขาก็เลื่อนสายตาไปมองลูกแก้วปีศาจด้วยสีหน้าหวาดกลัว แต่เจ้าลูกสีเทาตุ่นเหมือนก้อนหินลูกนี้ดูไม่ตอบสนองอะไรเลย เพียงนิ่งอยู่บนโต๊ะไม่ขยับเขยื้อน จึงทำให้ความกลัวของพวกเขาหายไปในเวลาอันรวดเร็ว
สุดท้ายจีอู่ชีก็ได้ข้อสรุปว่าลูกแก้วปีศาจซึ่งมีจิตโลภะนี้คงจะชอบคนจำพวกละโมบโลภมาก น่าเสียดายที่ในบรรดาผู้คนในโรงเลี้ยงไหมนั้นมีเพียงนางโจรน้อยผู้นี้เท่านั้นที่นิสัยบกพร่องที่สุด การที่ลูกแก้วปีศาจถูกชุยเสียวเสี่ยวดึงดูดมาจึงมีเหตุที่เข้าใจได้
ศิษย์พี่รองเจียงหนานมู่แนะนำให้คืนลูกแก้วปีศาจนี้แก่เจ้าสำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าไป แต่ชุยเสียวเสี่ยวไม่อยากติดต่อกับคนของสำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าอีกเลย
ฉินหลิงเซียวผู้นั้นพูดจาไม่เข้าหู ถึงกับกล้าทำนายชะตาของนาง อย่าคิดว่ารูปร่างหน้าตาหล่อเหลาแล้วจะขุดคุ้ยเปิดแผลของผู้อื่นอย่างหน้าไม่อายได้นะ!
นางไม่รู้หรอกว่าของสิ่งนี้มีประโยชน์เลิศล้ำเช่นไร แต่ก็คงไม่อาจวางทิ้งส่งเดชได้ ไม่เช่นนั้นอาจมีผู้บริสุทธิ์เช่นลูกสะใภ้สกุลไป๋ต้องถูกทำลายชีวิตอีกแน่
ชุยเสียวเสี่ยวคิดถึงตรงนี้ก็พลิกเปิดห่อผ้าแล้วหยิบกล่องไม้สะกดวิญญาณที่ท่านอาจารย์ให้นางไว้ก่อนตายออกมา
ว่ากันว่ากล่องไม้นี้ทำจากไม้ต้นอู๋ถง ในป่าจูว่อ ที่พญาหงส์ลงมาเกาะพักพิง พญาหงส์ก็คือวิหคซึ่งอยู่กลางเปลวเพลิง ต้นอู๋ถงที่มันเคยเกาะพำนักจึงเป็นสิ่งที่มีพลังธาตุหยางสูงสุด เรียกว่า ‘ยอดหยาง’ สามารถกักขังปีศาจมารขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้
หลังจากชุยเสียวเสี่ยวนำลูกแก้วปีศาจเก็บไว้ในกล่องไม้สะกดวิญญาณก็รู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อย นางคิดด้วยว่าเมื่อกลับไปถึงเขาหลิงซานแล้วจะหาภาชนะในหอภาชนะเวทของสำนักยันต์คาถามาแก้คลายบาปมารในลูกแก้วปีศาจนี้
แต่นางไม่รู้เลยว่าชั่วพริบตาขณะกล่องไม้ปิดลง ลูกแก้วซึ่งเดิมเป็นสีหม่นมัวนั้นพลันเรืองแสงสีน้ำเงินเข้มออกมา…
ทิวทัศน์ระหว่างทางไปสระพญาหงส์งดงามตระการตา เพียงแต่หลังจากเดินได้ไม่นานพวกเขาก็ได้พบกับศิษย์สำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าอีกครั้ง
หัวหน้าของศิษย์สำนักกระบี่มอบเทียบเชิญเรียบง่ายแต่หรูหราแผ่นหนึ่งให้แก่ชุยเสียวเสี่ยว
ชุยเสียวเสี่ยวไม่รู้ว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร เจี่ยงเจิ้งผู้รับสารมาจึงทำสีหน้าหยิ่งยโสใส่ “ท่านปรมาจารย์เชิญเจ้าสำนักชุยไปยังศาลาริมน้ำด้านหน้าเพื่อสนทนาสักครู่”
ชุยเสียวเสี่ยวไม่อยากไปเลย นางรู้ว่านี่อาจเป็นเพราะฉินหลิงเซียวพบแล้วว่าลูกแก้วปีศาจหายไปและสงสัยว่าจะเป็นฝีมือนางจึงได้มาตามหาเรื่อง
น่าโมโหตรงที่จีอู่ชีบอกไว้ว่าเขาใช้ ‘ยันต์ลบร่องรอย’ อำพรางรอยทางของพวกเขามาตลอดทางแล้ว แต่เหตุใดศิษย์สำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าถึงยังตามเจอได้เล่า
ชุยเสียวเสี่ยวอยากจะบอกว่าไม่ไป แต่ศิษย์สำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าไม่เกรงใจ สร้างกระบี่ปราณออกมาพาดคอนางเสียก่อนแล้ว
พวกของจีอู่ชีเตรียมปะทะกับศิษย์สำนักกระบี่ ชุยเสียวเสี่ยวจึงรีบห้ามปรามพวกเขา แล้วตกลงที่จะไปหาฉินหลิงเซียวเพียงลำพัง