เมื่อชุยเสียวเสี่ยวมาถึงริมลำธารก็เห็นฉินหลิงเซียวกำลังนั่งขัดสมาธิควบคุมกระบี่ปราณอยู่ในศาลาริมน้ำ กระบี่ปราณเจ็ดเล่มส่องแสงสีทองเรื่อเรือง บินฉวัดเฉวียนอยู่เหนือศีรษะเขา
ครั้นเขาเห็นชุยเสียวเสี่ยวเดินเข้ามาหาถึงค่อยกรีดนิ้วแผ่วเบาเพื่อเก็บกระบี่ปราณกลับ จากนั้นก็ตบโต๊ะหยกด้านข้างเบาๆ เป็นเชิงให้นางนั่งลงร่วมดื่มกับเขา
การที่ผู้สูงส่งเช่นเจ้าสำนักกระบี่อันดับหนึ่งลดตัวเชิญสำนักเถื่อนลัทธินอกมาร่วมดื่มชาด้วย สำหรับผู้อื่นแล้วคงจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นยินดียิ่ง
แต่ชุยเสียวเสี่ยวรู้ว่านี่คืองานเลี้ยงหงเหมิน* จึงไม่ยอมนั่งลงเด็ดขาด นางเพียงยิ้มประกาศอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา “เจ้าสำนักฉินต้องการเจรจาขอของบางอย่างกระมัง…ลูกแก้วปีศาจนั้นข้าเองก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ในกระเป๋าเสื้อของข้าได้เช่นไร หากว่ากันตามหลักข้าก็มีส่วนร่วมในการปราบปีศาจเช่นกัน ดังนั้นที่ลูกแก้วปีศาจมาอยู่กับข้าก็ไม่นับว่าเกินไป แต่ถ้าเจ้าสำนักฉินต้องการ ข้าก็เข้าใจและยินดีมอบให้แก่ท่าน เพื่อไม่ทำลายความสมัครสมานสามัคคีระหว่างสำนักทั้งสองของเรา”
วาจาท่าทางที่ไหลลื่นแคล่วคล่องนี้ล้วนแล้วแต่อาศัยประสบการณ์ที่ชุยเสียวเสี่ยวสั่งสมมาเมื่อครั้งพเนจรอยู่ในยุทธภพ
นางรู้ตัวดีว่าไม่อาจต่อกรกับกระบี่ปราณของฉินหลิงเซียว เมื่อถูกดักหน้าประตู ก็ย่อมต้องแสดงเจตนาดี รีบส่ง ‘เทพดาวหายนะ’ ไปให้พ้นตัวถึงจะถูก
ฉินหลิงเซียวได้ฟังชุยเสียวเสี่ยวแล้วกลับแค่นยิ้มอย่างไม่เชื่อคำพูดนาง เอ่ยลากเสียงยานคาง “เจ้าไม่ได้เอาไปรึ”
นับตั้งแต่ปราบปีศาจในโรงเลี้ยงไหมเสร็จ ศิษย์สำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าก็ตามสืบประวัติความเป็นมาของเจ้าสำนักคนใหม่แห่งสำนักยันต์คาถาผู้นี้ แล้วนำมารายงานต่อฉินหลิงเซียวทั้งหมด
นางโจรหญิงที่โลดโผนไปทั่วมานานหลายปี บอกว่าตนเองมิได้ขโมยของไป พูดแล้วใครจะไปเชื่อ!
ชุยเสียวเสี่ยวพยักหน้า แม้จะมิได้หวังว่าเจ้าสำนักฉินผู้นี้เชื่อถือ แต่ความจริงก็เป็นเช่นนี้
นางหยิบกล่องไม้สะกดวิญญาณออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งคืนให้แก่ฉินหลิงเซียว หมายจะจบเรื่องขัดแย้งให้เร็วที่สุด
ทันทีที่มือของฉินหลิงเซียวสัมผัสกับกล่องไม้ กล่องไม้สะกดวิญญาณก็ลุกเป็นไฟในพริบตา
ฉินหลิงเซียวตระหนกตกใจ รีบโคจรปราณคิดจะซัดใส่กล่องไม้นั้น
ทว่าชั่วขณะนี้เองแสงสว่างสายหนึ่งส่องวาบออกมา ลูกแก้วปีศาจซึ่งแต่เดิมเคยหม่นมัวกลับกลายเป็นสุกสกาววาวแววราวกับดูดซับพลังมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง
มันหลบหลีกมือของฉินหลิงเซียวที่พยายามจับคว้าอยู่หลายครั้ง ปราดเปรียวว่องไวดุจลูกศรแหวกเมฆา แต่ดูเหมือนมันจะเปลี่ยนใจกะทันหัน พลันวกกลับพุ่งหาชุยเสียวเสี่ยวที่ยืนอยู่ด้านข้าง
ชุยเสียวเสี่ยวไม่ทันตั้งตัวถูกลูกแก้วปีศาจพุ่งใส่จนล้มลงกับพื้น นางรู้สึกว่ามีไอร้อนแผ่มาจากตรงข้อมือ จากนั้นก็รู้สึกแสบร้อนในทรวงอก ขณะที่ลูกแก้วปีศาจสลายหายไปไม่เห็นเงา
ครั้นนางกำลังจะลุกขึ้น ฉับพลันนั้นฉินหลิงเซียวก็เข้ามาคว้าข้อมือนางแล้วถกแขนเสื้อออกดู ปรากฏว่าบนข้อมือชุยเสียวเสี่ยวจู่ๆ ก็เกิดลวดลายอักขระยันต์คดเคี้ยวคล้ายกับตัวงูขึ้นมา
“นี่คืออะไร” ชุยเสียวเสี่ยวเก็บกลั้นอาการเจ็บแสบหน้าอกพลางเอ่ยถาม
สีหน้าท่าทางของฉินหลิงเซียวดูซับซ้อนหลากอารมณ์จนอธิบายไม่ถูก เขาจ้องชุยเสียวเสี่ยวเขม็ง ทำหน้าประหนึ่งกลืนมูลสุนัขลงไป ไม่อาจทนรับได้
สุดท้ายเขาก็คล้ายจะตัดสินใจบางอย่างได้ ค่อยๆ เงยขึ้นช้าๆ มองหน้าชุยเสียวเสี่ยวก่อนถามว่า “ดูท่าเจ้าคงรู้ดีเช่นกันว่าข้าขาดลูกแก้วปีศาจนี้ไม่ได้…ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ให้เป็นไปตามที่เจ้าปรารถนาเถิด ไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้เจ้าได้เลือกคู่บำเพ็ญเพียรไว้แล้วใช่หรือไม่”
หา? ชุยเสียวเสี่ยวคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ ฉินหลิงเซียวจะถามคำถามที่ไม่เกี่ยวอะไรกันเลยสักนิดเช่นนี้ออกมา