แต่ฉินหลิงเซียวกลับทำเหมือนไม่ต้องการได้ยินคำตอบของชุยเสียวเสี่ยว ชิงพูดเองว่า “คงจะไม่มี ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่ต้องสิ้นเปลืองความคิดวางแผนเล่นเล่ห์กับข้า ไม่ว่าจะฝึกบำเพ็ญวิชาสำนักใด หากพบพานคู่ฝึกบำเพ็ญเพียรที่เหมาะสมกัน แค่ลงแรงครึ่งเดียวก็บรรลุผลเท่าทวีแล้ว ข้าผนึกโอสถทองสำเร็จมาเนิ่นนาน ขาดเพียงกำเนิดร่างปฐม ข้ามผ่านด่านเคราะห์ และเหินสู่แดนเซียน ถ้าเจ้าได้เป็นคู่บำเพ็ญของข้าก็เท่ากับร่นระยะทางทนทรมานฝึกฝนลงได้เป็นร้อยปี…เจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าทางลัดเช่นนี้มิได้ตกไปถึงเจ้าได้ง่ายๆ ถึงได้ใช้อุบายหลอมรวมลูกแก้วปีศาจไว้ในตัวทำให้ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามที่เจ้าต้องการ…เพียงแต่เรื่องแต่งงานต้องเรียบง่าย เพราะข้าไม่ต้องการให้อื้ออึงไปทั้งโลกหล้า”
ขณะฉินหลิงเซียวพูดถ้อยคำเหล่านี้ น้ำเสียงของเขาเหมือนถูกบังคับให้กินอาจม ส่วนชุยเสียวเสี่ยวเองก็มิได้รู้สึกว่าการแต่งงานกับฉินหลิงเซียวเป็นเรื่องน่ายินดีเหมือนได้กินโสมคนล้ำค่าเลยแม้แต่น้อย
นางเบิกตากว้าง ถามอย่างฉงนสงสัย “เจ้าสำนักฉิน…ลมปราณของท่านวิปริตแปรปรวนไปแล้วหรือ ข้ามียันต์เย็นชื่นใช้ดับคลายร้อนได้ ท่านอยากได้สักแผ่นไปแปะศีรษะสักหน่อยหรือไม่”
ฉินหลิงเซียวรู้สึกขัดเคืองอยู่บ้าง แต่เพียงพูดเสียงเรียบๆ ว่า “เจ้าจงใจเอาลูกแก้วปีศาจไป แล้วยังใส่ในร่างกายของตนเอง จะไม่คิดวางแผนให้ได้แต่งงานอย่างนั้นหรือ…สำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าของข้ายึดถือเรื่องชื่อเสียงเป็นสำคัญมาแต่ไหนแต่ไร ย่อมต้องรับผิดชอบต่อเจ้าอย่างดีที่สุด เพียงแต่ผลแตงที่ฝืนเด็ดนั้นไม่หวาน* ถ้าแม่นางน้อยเล่นแง่เช่นนี้ก็อย่านึกเสียใจภายหลัง…”
ตอนนี้เขาต้องการลูกแก้วปีศาจอย่างเร่งด่วนเพื่อมาปราบฤทธิ์มารในตัวเขา แต่ชุยเสียวเสี่ยวผู้นี้จงใจสูบรับลูกแก้วเข้าไป มีเจตนาร้ายยิ่งนัก!
หากเขาต้องการดึงลูกแก้วปีศาจออกมาใช้ก็ต้องฆ่าชุยเสียวเสี่ยวผู้นี้ทิ้งเสีย หรือไม่ก็ต้องร่วมลงสระเยียบเยือกกับนาง ชายหญิงอยู่เคียงคู่ โคจรพลังปราณไปพร้อมกันเจ็ดวันเจ็ดคืนในที่นั้นตามลำพัง
แม้สำนักยันต์คาถาเขาหลิงซานจะไม่ใช่สำนักนิกายใหญ่ แต่ก็มุ่งมั่นปราบมารกำจัดปีศาจอย่างเต็มกำลังเสมอมา นับว่าเป็นสำนักฝ่ายธรรมะเช่นกัน หากเขาสังหารแม่นางน้อยมากเล่ห์เพทุบายนี้ไปเฉยๆ จะต้องเสื่อมเสียไปถึงชื่อเสียงของสำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าอย่างแน่นอน
แต่การร่วมลงแช่ในสระเยียบเยือกนั้น พูดง่ายแต่ไม่น่าฟังเลย เกรงแต่ว่าคนของสำนักยันต์คาถาพวกนั้นจะนำไปเล่าลือกันทั่วว่าเขาใคร่สตรีใฝ่เสน่หา แต่กลับไม่ยอมปกป้องดูแลชื่อเสียงของแม่นางน้อย
ขืนไม่ตบแต่งทำพิธี หากข่าวลือแพร่กระจายไปเขาไม่กลายเป็นโจรราคะหลอกลวงสตรีหรอกหรือ
แผนเฉพาะหน้าในยามนี้คือขอเพียงได้แต่งงานเคียงคู่กับนางไปก่อนชั่วคราวเพื่อสูบรับลูกแก้วปีศาจมาอย่างชอบธรรม…นอกจากนี้เลือดในกายของแม่นางน้อยผู้นี้ยังเป็นดาวข่มของพลังปีศาจมารที่เขาสูบรับมา หากเขาค้นพบวิธีใช้ที่เหมาะสม ไม่แน่ว่าอาจจะกำจัดภัยที่จะเกิดกับเขาในภายหน้าได้อย่างราบคาบ
เมื่อนางกลายเป็นภรรยาของเขาก็ยังป้องกันคนที่คิดร้ายดึงตัวนางไปเพื่อเล่นงานเขาได้ด้วย
ฉินหลิงเซียวเคยพบเจอสตรีที่คลั่งไคล้ใหลหลงตัวเขาเช่นนี้มาไม่รู้กี่มากน้อยแล้ว เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้เขาจะถูก ‘ลูกเจี๊ยบน้อย’ จิกตา หลอกเข้าจนได้
ฉินหลิงเซียวรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ ได้แต่คิดปลอบใจตนเอง…ดวงชะตาของหญิงผู้นี้พิเศษยิ่งนัก โลหิตยังสามารถใช้ปราบฤทธิ์มารของเว่ยเจี๋ยได้ด้วย บางทีการแต่งงานกับนางอาจไม่เสียเปรียบจนเกินไปนัก
ครั้นคิดได้ดังนี้อารมณ์ของฉินหลิงเซียวก็ค่อยๆ สงบลง ความไม่พอใจก็ลดลงไปหลายส่วน รอเพียงให้เจ้าสำนักหญิงอ่อนหัดแห่งสำนักเถื่อนลัทธินอกตอบรับเรื่องแต่งงานด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจน้ำตาเอ่อนอง
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 15 ม.ค. 69