ขณะที่ชุยเสียวเสี่ยวขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นั้น ฉินหลิงเซียวก็ค่อยๆ ตระหนักได้ว่าแม่นางน้อยผู้นี้ดูไม่เหมือนจงใจวางแผนจะแต่งงานกับเขา ซ้ำยังไม่รู้ด้วยว่าเมื่อแต่งงานกับเขาแล้วจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ทั้งไม่รู้ถึงความร้ายแรงของพิษอินจากลูกแก้วปีศาจอีกด้วย
ในที่สุดฉินหลิงเซียวก็หลุบตาลง เอ่ยเสียงเย็นชา “ดูเหมือนเจ้าจะเริ่มฝึกบำเพ็ญเพียรได้ไม่นานถึงไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าเพิ่งบอกแก่เจ้าไป ข้าจะให้เวลาเจ้าสักหน่อย เมื่อคิดดีแล้วค่อยกลับมาหาข้า แน่นอนว่าเจ้าจะต้องไม่กลายเป็นปีศาจมารไปเสียก่อน เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงข้าจะจัดการกับเจ้าได้ง่ายกว่ามาก”
เมื่อเขากล่าวจบก็เห็นชุยเสียวเสี่ยวประสานมือกำลังจะลาจากไป ไม่มีทีท่าจะเปลี่ยนความตั้งใจเป็นตอบตกลงแต่งงานกับเขาเลยแม้แต่น้อย พาให้เขาไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง
แม้ปกติฉินหลิงเซียวจะฝักใฝ่แต่การฝึกฝนบำเพ็ญเพียร ไม่เคยเหลียวแลพวกสตรีที่มาชมชอบในตัวเขาเหล่านั้น แต่เวลานี้เจ้าสำนักหญิงนอกคอกผู้หนึ่งกลับไม่แยแสไมตรีที่เขามอบให้ ช่างน่าโมโหยิ่งนัก
เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวกระทบกระเทียบ “การฝึกบำเพ็ญเพียรหากมิได้กราบอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงก็เหมือนกับสตรีที่แต่งงานเข้าผิดตระกูลต้องสูญเสียเวลาไปชั่วชีวิต แต่ถ้าแต่งให้สามีซึ่งมีพลังตบะสูงส่งเลิศล้ำก็เหมือนกับได้ฝากตัวกับอาจารย์คนใหม่ เจ้าเคยกราบอาจารย์ผิดมาแล้ว อย่าได้พลาดโอกาสอีกเลย”
ชุยเสียวเสี่ยวผู้นี้คิดจะฝึกบำเพ็ญเพียร แต่กลับไปกราบถังโหย่วซู่เจ้าคนไม่เอาไหนพรรค์นั้น สุดท้ายฝึกบำเพ็ญเพียรไปก็เป็นได้เพียงคนธรรมดาผู้หนึ่ง หากนางไม่โง่เขลาก็ควรคว้าวาสนาคู่ครองครั้งนี้เอาไว้ ให้โอกาสตนเองได้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตใหม่
น่าเสียดายที่คำพูดเป็นเหตุเป็นผลชัดแจ้งเช่นนี้ของเขาใช้ไม่ได้ผลกับแม่นางน้อยที่ยังผูกผมหางม้าเป็นพวงหางจิ้งจอกผู้นี้เลย นางยังคงไม่สนใจไยดี
ชุยเสียวเสี่ยวได้ยินเขาเหยียดหยันว่าตัวนางเลือกกราบอาจารย์ผิดสำนัก ดวงตากลมโตของนางก็หรี่ลงเล็กน้อย มุมปากเหยียดยกเป็นรอยยิ้มเยาะ “ถึงข้าจะไม่รู้ประสีประสาเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียร แต่ข้าก็เข้าใจหลักทำนองคลองธรรมไม่น้อย ข้าไม่เคยได้ยินว่าผู้เก่งกาจสามารถในสำนักบำเพ็ญเซียนใดจะมีนิสัยแต่งภรรยาที่น่าอัปยศ ท่านดูถูกดูแคลนข้าออกปานนี้ แต่กลับอยากแต่งงานกับข้า เจ้าสำนักฉิน ท่านเองก็ฝืดฝืนเกินทนเช่นกันนั่นล่ะ อีกอย่างท่านเองก็บอกว่าข้ามีดวงชะตาสิบสูญเสีย หากแต่งข้าไปแล้ว ท่านไม่กลัวว่าข้าจะพิฆาต…ให้ท่านตายหรือ”
นางพูดประโยคสุดท้ายพลางเอียงศีรษะน้อยๆ ดวงตากลมโตวาวประกายเจ้าเล่ห์ ผมหางม้ายาวซึ่งดูคล้ายพวงหางจิ้งจอกแกว่งไกวไปมาอยู่ด้านหลังช่างยั่วโทสะคนยิ่งนัก
ฉินหลิงเซียวค้นพบว่าเจ้าสำนักหญิงแห่งสำนักเถื่อนลัทธินอกนี้เป็นผู้มีจิตคิดพยาบาทอย่างแท้จริง เหตุเพราะเพียงเขาเคยกล่าวว่าดวงชะตาของนางไม่ดี ถึงกับมายอกย้อนเขาในครานี้
ชุยเสียวเสี่ยวมองใบหน้าเย็นชาปานปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งของฉินหลิงเซียวแล้วหยั่งเชิงอีกฝ่ายต่อ “สำนักของท่านทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยล้วนดูถูกสำนักยันต์คาถาเขาหลิงซานของข้า เหตุใดท่านถึงต้องลำบากตนเองมาแต่งงานกับคนสำนักเถื่อนเช่นข้าด้วยเล่า หรือมีอะไรไม่เป็นคุณต่อตัวท่าน ท่านจะมาเสียสละเช่นนี้ด้วยเหตุใดกัน เจ้าสำนักฉิน ถ้าท่านไม่ยอมพูดความจริง พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันต่อแล้วกระมัง”
หากว่ากันเรื่องพลังตบะ ชุยเสียวเสี่ยวไม่อาจเทียบชั้นกับฉินหลิงเซียวได้อย่างแน่นอน แต่หากเป็นเรื่องประเมินความคิดจิตใจของผู้คน…นางพบเห็นพวกโจรขโมยเดนคนมานักต่อนัก มากยิ่งกว่าปีศาจมารที่ผู้แซ่ฉินเคยปราบมาทั้งหมดเสียอีก