อีกด้านหนึ่ง เมื่อเจิ้งเฮ่าอี้กลับถึงยอดเขาเฮ่าหรานซึ่งเป็นสถานที่ฝึกวิชาของเขาแล้ว ปู่เฉินอวี่ที่อดใจรอไม่ไหวก็ถ่อมาคอยท่าอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรก และถลึงตาถามทันทีที่เห็นเจิ้งเฮ่าอี้กลับมาตามลำพัง
“เหตุใดมีเจ้าเพียงคนเดียว แล้วเนื้อคู่ตามดวงชะตาของเจ้าเล่า เจ้าไม่ได้ไปสถานที่ที่ข้าบอกใช่หรือไม่ ผู้ที่ไม่เก็บคำทำนายของยอดอัจฉริยะแห่งตระกูลเทวพยากรณ์ไปใส่ใจ ผู้นั้นก็จะไร้ทางออก เจ้าต้องให้ข้าพูดอีกกี่ครั้งถึงยอมเชื่อได้เสียที!”
ปู่เฉินอวี่ยิงคำถามออกไปเป็นพรวนโดยไม่จำเป็นต้องมีเวลาหยุดพักหายใจ
เจิ้งเฮ่าอี้แค่นเสียงฮึอย่างเย็นชา “ขืนเชื่อเจ้าน่ะสิข้าได้ไร้ทางออกจริงๆ แน่ เนื้อคู่ตามดวงชะตาอะไรกัน เหลวไหลทั้งเพ!”
“เกิดอะไรขึ้น เจ้าไปแล้วไม่เจอใคร หรือไปแล้วเจอบุรุษเข้า น่าสงสารแท้ๆ แต่เจ้าก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริงนะ ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ทอดทิ้งสหายเพียงเพราะเจ้าไปหลงรักบุรุษเข้าหรอก พวกเราคบหากันมานานถึงป่านนี้แล้ว เจ้ายังไม่ไว้ใจข้าหรือไร” ปู่เฉินอวี่เอ่ยด้วยน้ำใสใจจริง
เจิ้งเฮ่าอี้รู้สึกคันกำปั้นขึ้นมาทันที เหตุใดตนจึงมีสหายที่ไม่เข้าท่าพึ่งพาไม่ได้เช่นนี้นะ ที่แย่ไปกว่านั้นคือตอนแรกดวงตาของตนเกิดปัญหาอะไรขึ้นมากันแน่ หรือว่าถูกน้ำมันหมูพอกใจ ถึงได้เผลอไผลชั่ววูบไปเห็นคนพรรค์นี้เป็นสหายผู้รู้ใจไปเสียได้
“อย่าบังคับให้ข้าต้องลงมือนะ ตอนนี้ข้าอยากจะอัดเจ้ามากๆ เริ่มจากที่หน้าก่อนเลย!” เจิ้งเฮ่าอี้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าว
ปู่เฉินอวี่ถูกสีหน้าอันดุร้ายของสหายทำเอาสะดุ้งโหยง ในที่สุดเขาก็เลิกใช้การนึกคิดอันแสนบรรเจิดของตนเองไปคาดเดาส่งเดช รีบถอยปราดไปหลายก้าวจนถึงระยะปลอดภัยแล้วค่อยถามใหม่ “ที่แท้เกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าไปเจอใครเข้ากันแน่”
เจิ้งเฮ่าอี้ส่ายหน้าพลางเล่าเรื่องที่ตนได้พบซูเพียนจื่อและล่วงรู้ฐานะของนางให้ปู่เฉินอวี่ฟังรอบหนึ่ง
ปู่เฉินอวี่หัวเราะแห้งๆ สองทีก่อนกล่าว “ต่อให้เด็กสาวผู้นั้นเป็นคนตระกูลสิบแปดมงกุฎ และดูเหมือนจะมีร่างของชาวสวรรค์ทว่าถูกริบคุณสมบัติไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าวันข้างหน้านางจะไม่อาจฝึกวิชาได้ หรือจำเป็นต้องเกลือกกลั้วเป็นพวกเดียวกับคนสกุลซูเหล่านั้นเสมอไปนี่…”
เจิ้งเฮ่าอี้เหลือบมองอีกฝ่ายแล้วถามกลับ “เจ้ายังเชื่ออยู่อีกหรือว่าสตรีเช่นนี้คือเนื้อคู่ตามดวงชะตาของข้า และนางจะสามารถกอบกู้หายนะวันสิ้นพิภพได้อย่างที่เจ้าคุยโวไว้”
ปู่เฉินอวี่ขยี้ปลายจมูกโดยไม่ส่งเสียงอีก…เขาชักไม่แน่ใจแล้วจริงๆ
ปู่เฉินอวี่เชื่อว่าการพยากรณ์ของตนไม่น่าจะผิดพลาด แต่เหตุใดผู้ที่ปรากฏตัวจึงเป็นสตรีเยี่ยงนี้ไปได้เล่า จะต้องมีความผิดปกติแน่ๆ! ทว่ากระทั่งตัวเขาเองก็ยังไม่อาจคิดภาพตามได้เลย
สกุลเจิ้งซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำตระกูลฝ่ายธรรมะน่ะหรือจะไปข้องเกี่ยวจนถึงขั้นดองญาติกับสกุลซูซึ่งเป็นตระกูลฝ่ายอธรรมที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปได้ เขายิ่งไม่อาจคิดภาพว่าผู้ที่มีร่างของชาวสวรรค์ทว่าถูกริบคุณสมบัติไปแล้วยังมีความสามารถพอจะพลิกวิกฤตครั้งใหญ่นั้นได้อย่างไร