ทดลองอ่าน ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี บทที่ 6 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี บทที่ 6

นับแต่ยามเหม่า ด้านนอกตำหนักเป่าเหอก็มีข้ารับใช้ในวังนำจิ้นซื่อสตรีสิบอันดับแรกหลังจากสอบหน้าพระที่นั่งมารอที่นี่ รอจนองค์รัชทายาทมีรับสั่งเรียกพบ ก็ทยอยเข้าไปเข้าเฝ้าในตำหนักทีละคน

ตะวันยามเช้าโผล่ขึ้นมาทางตะวันออก แล้วเคลื่อนช้าๆ ขึ้นไปอยู่กลางท้องฟ้า อิฐสีเทาอมดำในวังที่ใต้ฝ่าเท้าก็ถูกแผดเผาจนเริ่มร้อนเช่นกัน

เมิ่งถิงฮุยยืนนิ่งไม่ขยับ

ผ่านยามซื่อ มาแล้ว ยังคงไม่มีใครมาเรียกตัวนาง แสงอาทิตย์ยามเที่ยงร้อนระอุ แผดเผาจนใบหน้าของนางแดงก่ำ

รอจนหลังจากคนที่เก้าที่อยู่ตรงหน้าเมิ่งถิงฮุยถูกเรียกไปเข้าเฝ้าแล้ว จึงมีขันทีคนหนึ่งเดินลงมาจากบันไดตำหนักที่อยู่สูง กล่าวกับนาง “แม่นางเมิ่ง ถึงตาท่านแล้ว”

นางหายใจลึกๆ ทีหนึ่งแล้วเดินตามหลังขันทีผู้นั้นเข้าไปในตำหนัก

ประตูตำหนักค่อยๆ ปิดลงข้างหลังนาง เสียงดังน่าครั่นคร้าม

แสงอาทิตย์ที่ร้อนแผดเผาถูกผนังตำหนักที่แน่นหนากันให้อยู่ข้างนอก ในตำหนักร่มและเย็น ในอากาศคล้ายมีไอน้ำเจืออยู่ ครู่เดียวก็ทำให้ริมฝีปากที่แห้งร้อนลวกของนางชุ่มชื้นขึ้น

“นั่งลง”

ไม่รอให้นางเห็นคนในตำหนักชัด ไม่รอให้นางทำความเคารพตามรูปแบบของขุนนาง เสียงของเขาก็ดังมาเข้าหูนาง เย็นชุ่มชื่นเช่นกัน ทั้งเจือความแหบเล็กน้อย พุ่งตรงไปที่ปลายยอดดวงใจ

นางหลับตาลง ปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างในตำหนัก เหลือบไปเห็นม้านั่งสูงบุผ้าดิ้นตั้งอยู่ข้างๆ แต่นางไม่ได้ขยับ เพียงมองไปยังคนที่นั่งอยู่ข้างหน้า เอ่ยปากขึ้นเบาๆ “องค์รัชทายาท”

เสื้อคลุมบางชั้นเดียวเห็นไปถึงร่างกายแข็งแกร่งที่อยู่ข้างใน ตัวเสื้อด้านหน้ามีลวดลายเส้นสีทองตัดสลับซับซ้อนกัน นัยน์ตาเป็นประกายเจิดจ้า ใบหน้าอยู่ใต้เงาสลัวเล็กน้อย คิ้วเฉียงดุจคมดาบ สีหน้าเคร่งขรึม

เมิ่งถิงฮุยพลันรู้สึกลำคอค่อนข้างแห้งผาก ปลายนิ้วค่อนข้างชา นางกลอกตามองไป ในตำหนักถึงกับไม่มีใครอยู่เลย หัวใจอดเต้นตึกตักไม่ได้

เขามองตรงมา เอ่ยเรียกนาง “เมิ่งถิงฮุย”

นางพลันได้สติกลับมา รีบก้มหน้า “องค์รัชทายาท”

“อยากได้ตำแหน่งจ้วงหยวนถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เขาเปิดปากถามอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงดุจคมมีดที่ฟันลม

นางสองหูสั่นสะท้านเล็กน้อย ฟังชัดแล้วกลับคล้ายฟังไม่ชัด สีหน้าดูโง่เขลา

เขาไม่รีบร้อน เพียงรอนางเปิดปากเงียบๆ

ทั้งตำหนักเงียบกริบ ด้านนอกมีเสียงนกกระพือปีกพึ่บพั่บผ่านชายคาเป็นครั้งคราว ก่อกวนให้หัวใจของคนยิ่งปั่นป่วนมากขึ้น

นางสีหน้าสงบนิ่ง พูดช้าๆ ทีละคำ “หม่อมฉันไม่เพียงอยากได้ตำแหน่งจ้วงหยวน”

เขาฟังคำพูดนี้แล้วกลับไม่รู้สึกประหลาดใจ เพียงบอก “ยังต้องการอะไรอีก”

นางเอ่ยปากเบาๆ “องค์รัชทายาทตรัสไว้ สตรีที่สอบจิ้นซื่อเคอจวี่ได้จี๋ตี้อันดับหนึ่งในครั้งนี้จะได้รับอนุญาตให้เข้าบัณฑิตกองอาลักษณ์ ประทานตำแหน่งเปียนซิวลำดับหลักขั้นเจ็ด ทว่าตามบันทึกของราชสำนัก ผู้ที่สอบจิ้นซื่อเคอจวี่ได้จี๋ตี้อันดับหนึ่งล้วนได้รับตำแหน่งเปียนซิวลำดับหลักขั้นหก เพราะเหตุใดสตรีที่สอบจิ้นซื่อเคอจวี่ได้จี๋ตี้อันดับหนึ่งกลับต้องต่ำกว่าผู้อื่นครึ่งขั้นเล่าเพคะ”

เขาถือที่ทับกระดาษหยกเล่นอยู่ในมือ กล่าวอย่างไม่รีบไม่ร้อน “เจ้ายังไม่ได้เป็นจ้วงหยวน ยังไม่มีคุณสมบัติจะวิพากษ์วิจารณ์วิธีการของราชสำนัก”

นางก้มหน้า “ถ้าไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องรอให้อยู่ในตำแหน่งก่อนจึงจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ แล้วชื่อเสียงของกองอาลักษณ์ที่ว่าแสดงความคิดเห็นอย่างเที่ยงธรรมมาจากที่ใดหรือ”

เป็นปากที่ร้ายกาจยิ่ง

เขาวางที่ทับกระดาษลง ลุกขึ้นอ้อมโต๊ะลงบันไดเดินมาจนถึงเบื้องหน้านาง แล้วถามขึ้น “เจ้าลองว่ามาซิ ถ้าให้เจ้าเป็นจ้วงหยวน เจ้าจะเป็นอย่างไร”

นางเอ่ยขึ้นว่า “เมื่อครู่พระองค์ตรัสแล้ว หม่อมฉันยังไม่ได้เป็นจ้วงหยวน ยังไม่มีคุณสมบัติพูดเรื่องเหล่านี้เพคะ”

ยังไม่ทันสิ้นเสียง ปลายคางของนางก็ถูกเขากุมไว้ บังคับให้เงยขึ้น

นางตื่นตระหนกเล็กน้อย ช้อนตาขึ้นมองสบสายตาของเขา ดวงตาคู่หนึ่งลึกล้ำดุจสายธารลึกในซอกเขา ในก้นบึ้งมีประกายเยียบเย็น

ข้อศอกของเขางออยู่ครึ่งหนึ่ง ก้มศีรษะลงมองประเมินนาง ความทรงจำในส่วนลึกของเขาผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่จนแล้วจนรอดก็มองไม่ออกว่านางคือเด็กคนนั้นในตอนนั้น นิ้วมือที่บีบปลายคางนางอยู่ยังคงไม่ผ่อนแรง เป็นนานจึงเอ่ยปากขึ้นช้าๆ “ในเมื่อเจ้าอยากจะเป็นจ้วงหยวนถึงเพียงนี้ ข้าก็จะให้เจ้าเป็นจ้วงหยวน ไม่เพียงให้เจ้าเป็นจ้วงหยวน ยังประทานตำแหน่งเปียนซิวลำดับหลักขั้นหกของกองอาลักษณ์ให้เจ้าด้วย อนุญาตให้เข้าวังตะวันออกทำหน้าที่ขุนนางอ่านบรรยายและแก้ไขประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ก่อน ทั้งประทานถุงปลาเงินให้พกพา…เป็นอย่างไร”

ทุกถ้อยทุกคำเข้าไปในหูของเมิ่งถิงฮุย สั่นคลอนจิตใจของนางจนทำให้สับสนงุนงง

เมิ่งถิงฮุยเจ็บปลายคางเล็กน้อย เพียงเห็นส่วนลึกในดวงตาของเขามีความนัยลึกซึ้งแผ่คลุมขึ้นมาเป็นชั้นๆ แต่นางกลับไม่เข้าใจ

นางได้รับความโปรดปรานเป็นพิเศษเช่นนี้…

ที่แท้แล้วเขามีจุดประสงค์ใด

นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ตอบเขากลับย้อนถาม “…กษัตริย์กับขุนนางแตกต่างกัน พระองค์ทรงกระทำการบุ่มบ่ามเช่นนี้ ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบเกินไปแล้ว”

เขาคลายมือจากคางนาง “เจ้ากระทั่งผลการสอบจิ้นซื่อก็ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ จะใช้คำว่าขุนนางกับตนเองได้อย่างไร เปิดปากก็พูดจาเหลวไหลครั้งแล้วครั้งเล่า เคยเห็นข้าอยู่ในสายตาหรือไม่”

นางเงยหน้าขึ้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา คลื่นในดวงตาสีประหลาดลึกล้ำกว้างใหญ่ดุจคลื่นที่โหมซัดสาด ท่วมท้นจนหัวใจของนางเปียกปอนชุ่มโชกไปหมด

เขาเลิกคิ้วมองสบสายตาของนาง

คำพูดประโยคนี้กำลังถากถางนาง เมิ่งถิงฮุยคิดในใจ จากนั้นนางย่อมคิดไปถึงเรื่องการสอบระดับมณฑล ก็ยิ่งรู้สึกว่าในใจของเขาต้องดูแคลนนางแน่นอน

ไม่รู้เหตุใดความคิดนี้กลับทำให้เมิ่งถิงฮุยยิ่งไม่ยินยอมแสดงความอ่อนแอออกมา เลือดในใจที่เดือดพล่านพุ่งตรงขึ้นสู่สมอง ถึงกับขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด มองเขาแล้วบอก “องค์รัชทายาทก็ยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์สืบทอดการปกครอง จะแสดงตนเป็นกษัตริย์ได้อย่างไร ในเมื่อไม่ใช่กษัตริย์กับขุนนาง เช่นนั้นถึงหม่อมฉันจะโผงผางไปสักหน่อยแล้วอย่างไร”

เขาฟังชัด อ้าปากทำท่าจะพูด

กลับคาดคิดไม่ถึงว่านางพลันขยับเข้ามาประชิดเขา เอียงศีรษะจุมพิตแก้มซ้ายของเขา

ขวัญกล้าเทียมฟ้า!

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 4

บทที่ 4 “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรสนมชายาทุกพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” เผยไหวกวงเดินเข้ามา พูดทักทาย ทว่าแผ่นหลังนั้นไม่ได้ค้อมลง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

community.jamsai.com