“คำพูดมีค่าดั่งทองคำพันชั่ง อย่าว่าแต่หลายปีก่อนเยี่ยจงหลีเคยช่วยข้าไว้ มาวันนี้ไม่มีอะไรจะตอบแทนได้ ข้าแค่รับปากเขาเรื่องการแต่งงาน เขาก็เชื่อใจข้า และพึงพอใจในตัวเจ้าอย่างมาก ยินดีฝากฝังเรื่องสำคัญในชีวิตของหลานสาว มาบัดนี้เรื่องกลับไม่สำเร็จ ข้าไม่มีเจตนาจะตำหนิเจ้า เป็นข้าที่ตอนแรกไม่ได้ใคร่ครวญให้รอบคอบ ทว่านับแต่นี้ผิดคำพูดกับผู้อื่น ทำให้สหายเก่าต้องผิดหวัง นี่เป็นเรื่องหนึ่ง
บิดามารดาของเจ้าจากไปหลายปีแล้ว เวลานี้เจ้าก็อายุไม่น้อย กลับมาเสียเวลาอยู่ที่นี่กับข้า เรื่องการแต่งงานจนบัดนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ถ้าหาคู่ครองที่คู่ควรเหมาะสมให้เจ้าไม่ได้ วันหน้าเมื่อไปสู่ปรภพข้าจะชี้แจงกับบิดามารดาของเจ้าอย่างไร นี่ก็เป็นเรื่องที่สอง” พูดมาถึงตรงนี้เขาก็ส่ายหน้าไปมา
ในห้องหนังสือตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ผ่านไปครู่หนึ่งในดวงตาของเผยจี้มีแววผิดหวังวาบขึ้นมา
“ช่างเถิด! ถ้าเจ้าไม่อยากรับการแต่งงานครั้งนี้จริงข้าก็ไม่อาจฝืนใจบังคับเจ้าให้พยักหน้า กับเยี่ยซวี่อวี่ก็ไม่ใช่เรื่องดี พรุ่งนี้ข้าจะหาข้ออ้าง ยอมรับนางเป็นคนในครอบครัว นางจะได้รั้งอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ เจ้ากับนางอายุไล่เลี่ยกันและไม่มีลำดับศักดิ์ให้พูดถึง ต่อไปก็เรียกกันเป็นพี่ชายน้องสาว จะได้พบหน้ากันสะดวก” เขาโบกมือพลางพูด “ดึกแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถิด”
เผยเซียวหยวนยังคงยืนอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง ก่อนจะค้อมตัวทำความเคารพผู้เป็นลุงแล้วหมุนตัวเดินออกไปข้างนอกเงียบๆ
เผยจี้มองเงาด้านหลังของหลานชาย หัวคิ้วมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย
เดิมเขาตั้งใจว่ารอหลานชายกลับมา หลังจากพูดคุยกันแล้วค่อยเปิดเผยเรื่องการแต่งงาน กลับคิดไม่ถึงว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้
โชคดีที่ยังไม่ได้บอกเยี่ยซวี่อวี่ คนที่รู้เรื่องนี้ก็มีไม่มาก มีเพียงเฮ่อซื่อกับสาวใช้และหญิงสูงวัยที่อยู่ข้างกายนางช่วยจัดเตรียมเรื่องแต่งงานที่ไม่อาจปกปิด
พรุ่งนี้ต้องสั่งกำชับเฮ่อซื่อแต่เช้า ให้นางกำชับคนข้างกายนางที่รู้เรื่องให้ดีว่าอย่าได้พูดเรื่องนี้ออกไป เยี่ยซวี่อวี่จะได้ไม่เสียหน้า ไม่ยอมรั้งอยู่ที่นี่
ขณะเผยจี้กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นก็เห็นหลานชายเดินไปถึงประตูแล้วหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะหมุนตัวกลับมาค้อมคำนับตนอีกครั้งแล้วเอ่ยขึ้น
“ท่านลุงโปรดอภัย ขอให้ท่านลุงถอนคำสั่งคืนได้หรือไม่ ข้ายินดีแต่งสตรีสกุลเยี่ยเป็นภรรยา”
เผยจี้มองหลานชาย อดแปลกใจไม่ได้ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร เมื่อครู่ไม่ใช่บอกไม่ยินดีหรือ”
“ข้ายินดี ท่านลุงโปรดวางใจ เมื่อครู่เพียงเพราะเรื่องฉับพลันกะทันหันเกินไป ในเวลาอันสั้นข้าจับต้นชนปลายไม่ถูก” น้ำเสียงของเขาจริงจังยิ่ง
เผยจี้พินิจพิจารณาหลานชายอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ดี! ดี! เช่นนี้ก็ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”
เผยเซียวหยวนมองสีหน้าปลาบปลื้มยินดีอย่างยากจะปิดบังของท่านลุง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความรู้สึกเสียใจ
“เป็นหลานที่อกตัญญู จนบัดนี้ยังต้องให้ท่านลุงสิ้นเปลืองสมองเพื่อข้าไปเสียทุกเรื่อง ขอบคุณท่านลุงที่ช่วยจัดการทุกอย่าง ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งทุกประการ” เขาจ้องมองจอนผมสองข้างของเผยจี้ที่มีสีขาวแซมภายใต้แสงไฟ “อีกทั้งท่านลุงสองปีนี้ดูชราลงไปไม่น้อย สุขภาพสำคัญยิ่ง อย่าทำงานหนักเกินไปนะขอรับ มีอะไรก็สั่งให้ข้าไปทำเถิด”
เผยจี้ได้รับความห่วงใยก็ยิ้มพลางรับปาก มองหลานชายเดินจากไป ครั้นนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ก็รีบเรียกเขาไว้
“ช้าก่อน!”
เผยเซียวหยวนหันหน้ามา
“เมื่อครู่ลืมบอกกับเจ้า เยี่ยซวี่อวี่ไม่เพียงอ่อนหวานละมุนละไม เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม รูปร่างหน้าตาก็ดียิ่ง นางเป็นคนใจกว้างสุภาพเรียบร้อย ถ้าเจ้าอยากพบ พรุ่งนี้เช้าข้าจะเรียกนางมา พวกเจ้าสองคนก็นับว่าได้พบหน้ากันอย่างเป็นทางการ” เขาพูดพลางหัวเราะ
เผยเซียวหยวนยกยิ้มเล็กน้อย “นางเพิ่งมาถึง ไม่จำเป็นต้องตั้งใจให้มาพบหน้ากัน ข้าไม่รีบร้อน วันเวลายังอีกยาวไกล”
เผยจี้พยักหน้าติดๆ กัน “ก็ดี เช่นนั้นทำตามที่เจ้าว่า นางจะได้ไม่อึดอัด”
เผยเซียวหยวนค้อมคำนับ “ท่านลุงพักผ่อนเถิด ข้าขอตัวก่อน”
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 5 มี.ค. 69