เผยจี้มองเยี่ยซวี่อวี่ที่โขกศีรษะอยู่กับพื้นนิ่ง พักใหญ่จึงถอนหายใจยาว ล้มเลิกความตั้งใจอย่างสิ้นเชิง
บางทีนี่คงเป็นลิขิตสวรรค์ ทั้งสองไม่ได้รับการผูกโยงด้วยด้ายแดงจากเฒ่าจันทรา ดังนั้นไม่ว่าคนอื่นจะพยายามจับคู่อย่างไร สุดท้ายก็ได้แต่คว้าน้ำเหลว
เผยจี้รู้ว่าไม่มีทางพลิกสถานการณ์ได้แล้ว จำต้องก้าวเข้าไปประคองหญิงสาวที่ยังคุกเข่าอยู่กับพื้นขึ้นมา กล่าวปลอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไม่เป็นไรๆ เจ้าอย่าตำหนิตนเอง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องแต่งงานก็ล้มเลิกไปแล้วกัน”
ความรู้สึกซาบซึ้งในใจของเยี่ยซวี่อวี่ไม่อาจกล่าวออกมาเป็นคำพูดได้ เวลานี้สิ่งเดียวที่นางทำได้คือการค้อมคำนับอีกครั้ง แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
เผยจี้ยิ้มบอก “เยี่ยซวี่อวี่ แม้เจ้าจะไม่ได้เป็นหลานสะใภ้ของข้า แต่ก็ไม่เป็นไร ข้าไม่มีบุตรสาว ไม่สู้รับเจ้าเป็นบุตรสาวบุญธรรมของข้า ต่อไปเจ้าก็อยู่ที่นี่อย่างสบายใจ ดีหรือไม่”
เยี่ยซวี่อวี่งุนงงแล้วค้อมคำนับอีกครั้ง “เผยกงรักและเมตตาเช่นนี้ เยี่ยซวี่อวี่ซาบซึ้งใจจนหลั่งน้ำตา เดิมแม้ความปรารถนายังไม่อาจได้มา แต่สิ่งที่ข้าพูดเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องเท็จ ข้ารู้ว่าชะตาชีวิตของข้ามีความโชคร้าย ไม่ใช่คนที่มีสิริมงคล ความเมตตาและความเวทนาสงสารของเผยกงในวันนี้เยี่ยซวี่อวี่จะจดจำไว้ในใจตลอดไป ชาติหน้าจะตอบแทนด้วยการผูกหญ้าคาบแหวน* อย่างแน่นอน”
เผยจี้นิ่งเงียบไปเล็กน้อยแล้วพยักหน้า “ก็ดี รับหรือไม่รับก็ไม่ต่างกัน แต่ท่านปู่ของเจ้าฝากฝังเจ้าไว้กับข้า ไม่ว่าอย่างไรที่นี่ก็คือบ้านของเจ้า เจ้าไม่ต้องมีความกังวลใดๆ อยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ รอท่านปู่ของเจ้ามา เมื่อทำธุระเสร็จแล้วเขาย่อมมารับเจ้าที่นี่”
ครั้งนี้น้ำเสียงของเขาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ
เยี่ยซวี่อวี่นึกถึงเงาด้านหลังของท่านปู่ที่จากไปตามลำพัง ขอบตาพลันร้อนผ่าว แต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงยอบกายคารวะแล้วกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณเผยกง”
เผยจี้ยิ้มบอก “ดีๆ ที่ข้านี่ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว เจ้ากลับห้องไปเถิด จำไว้ว่าพักอยู่ให้สบายใจ อย่าเที่ยวคิดอะไรเหลวไหล”
“เยี่ยซวี่อวี่ขอตัวก่อน”
นางถอยหลังไปสองสามก้าวภายใต้การจ้องมองมาด้วยรอยยิ้มแฝงความอ่อนโยนมีเมตตาของเผยจี้ แล้วหมุนตัวเดินไปที่หน้าประตู ขณะเปิดประตูออกกำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูออกไปนางก็พลันหยุดชะงัก
นางเห็นตรงประตูลานฝั่งตรงข้ามมีคนเพิ่มขึ้นมาสองคน กำลังพูดคุยอยู่กับจู๋เอ๋อร์ อาจเพราะได้ยินเสียงเปิดประตูสองคนนั้นจึงหันหน้ามองมาพร้อมกัน
เป็นหลานชายของท่านผู้ว่าการเขตกับชาวหูผู้นั้นที่นางเห็นเมื่อเช้านี้ ไม่รู้เพราะเหตุใดพวกเขาสองคนจึงย้อนกลับมาในเวลานี้และบังเอิญพบกันที่นี่พอดี
จะหลบก็ไม่ทันแล้ว
สองคนนั้นก็เห็นนางแล้วและชะงักไปเช่นกัน
เยี่ยซวี่อวี่ก้าวออกจากธรณีประตู เดินเข้าไปใกล้ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมาของคนทั้งสอง นางยอบกายทำความเคารพเล็กน้อย จากนั้นก็เดินอ้อมไปทางด้านข้าง
“แม่นางน้อยรอบ่าวด้วย”
จู๋เอ๋อร์ทำความเคารพเผยเซียวหยวนกับเฉิงผิงอย่างเร่งรีบแล้วไล่ตามไป
“เมื่อครู่บ่าวกำลังรออยู่ที่นี่ เห็นคุณชายเผยกับผู้สูงศักดิ์จู่ๆ ก็ย้อนกลับมา บ่าวบอกว่าท่านยังอยู่กับท่านผู้ว่าการ เพิ่งพูดจบหันหน้าไปท่านก็ออกมาแล้ว…”
ทางด้านหลังเสียงซอยฝีเท้าไล่ตามของสาวใช้และเสียงพูดจ้อลอยมาเข้าหูของเผยเซียวหยวน สตรีผู้นั้นไม่ได้ส่งเสียง เขาเองก็ไม่ได้หันหน้าไปมอง
จากหางตาของเขา เพียงเวลาชั่วหนึ่งลมหายใจ กระโปรงสีแดงเพลิงนั่นก็หายลับไปจากสายตา
ฉับพลันนั้นหัวไหล่ของเขาก็ถูกกระแทกแรงๆ ทีหนึ่ง เขาไม่ทันระวังจึงซวนเซไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมายืนมั่น หันมาก็เห็นเฉิงผิงเบี่ยงศีรษะ ใบหน้าทั้งดวงยื่นมาตรงหน้าเขา สายตาเต็มไปด้วยประกายริษยา
“ไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย ข้าเกือบจะถูกเจ้าหลอกเอาเสียแล้ว นี่ก็คือเจ้าสาวที่เผยกงหมั้นหมายให้กับเจ้าใช่หรือไม่ สวรรค์! ได้ภรรยาเช่นนี้เจ้าถึงกับยังไม่ยินดี”
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 12 มี.ค. 69