ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64
บทที่ 64
ผ่านไปไม่กี่วันก็ถึงวันประชุมราชสำนักที่มีขึ้นทุกห้าวัน วันนี้แม้ฮ่องเต้จะยังไม่ออกมา แต่หยวนจื๋อจากกองงานฝ่ายในก็มาที่ตำหนักจื่อเฉินซึ่งเป็นท้องพระโรงหลักของพระราชวังชั้นใน และประกาศข่าวเรื่องหนึ่งให้เหล่าขุนนางทราบ
เดือนหน้าหลังเทศกาลอวี๋หลันเผิน ฮ่องเต้จะเลือกวันและพาเชื้อพระวงศ์ ขุนนางทั้งหลาย รวมถึงอ๋องและเหล่าข้าราชบริพารจากเมืองขึ้นที่อยู่ในเมืองหลวงไปพักร้อนที่ภูเขาชังซาน ขุนนางฝ่ายทหารและพลเรือนขั้นหกขึ้นไปทุกคนในเมืองหลวงที่ปีที่แล้วได้รับการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ในระดับกลางขึ้นไปสามารถร่วมเดินทางไปด้วยได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการตรวจกองทหารเกียรติยศ มีคำสั่งให้กองสังคีตซ้อมดนตรีและการร่ายรำ การแสดงละครเพลงเรื่องทำลายฐานที่มั่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ
ข่าวนี้ทำให้ทั้งตำหนักจื่อเฉินตกอยู่ในความวุ่นวายโกลาหล ชั่วขณะนั้นทั่วทุกแห่งเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยแสดงความคิดเห็นของเหล่าขุนนางดังขรม
ทว่าไม่อาจตำหนิคนทั้งท้องพระโรงที่เสียกิริยา ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้คนคาดคิดไม่ถึงจริงๆ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองบัลลังก์จนถึงวันนี้เกือบยี่สิบปีแล้ว ไม่เคยไปเยือนภูเขาชังซานเลยสักครั้ง เหล่าขุนนางต่างเคยชินเห็นเป็นเรื่องปกตินานแล้ว แทบจะลืมไปแล้วว่ายังมีเรื่องนี้อยู่ ไม่ว่าใครก็คาดคิดไม่ถึงที่จู่ๆ ฮ่องเต้ถึงกับตัดสินใจเช่นนี้
ไม่ถึงครึ่งวันข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วที่ทำการหนานหยา ทุกคนต่างคุยกันถึงเรื่องนี้ นอกจากคนจำนวนหนึ่งที่คาดเดากันเป็นการส่วนตัวว่าเพราะเหตุใดปีนี้จู่ๆ ฮ่องเต้จึงจะเสด็จแปรพระราชฐาน แต่มีคนมากกว่านั้นที่ตื่นเต้นดีใจกับเรื่องนี้ จะอย่างไรเมืองฉางอันในฤดูร้อนก็ร้อนมาก มีโอกาสได้ออกไปข้างนอกหลบความร้อนเช่นนี้ แม้ว่าในทางปฏิบัติต้องนำงานไปทำด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรเมื่อเทียบกับการอยู่ในที่ทำการทั้งวัน ต้องทำตัวอยู่ในกรอบ เข้าออกประตูวังหลวง เข้าเวรออกเวรแล้วก็สะดวกสบายและผ่อนคลายกว่ามาก อีกทั้งราชสำนักจะประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของขุนนางเป็นประจำทุกปี ตัดคนจำนวนน้อยที่ทำได้ไม่ดีจริงๆ ออกไป คนส่วนใหญ่ที่เหลือคิดจะได้รับการประเมินผลในระดับกลางขึ้นไปไม่ใช่เรื่องยาก อาจกล่าวได้ว่านอกเหนือจากคนส่วนหนึ่งที่ต้องอยู่รักษาเมืองแล้ว ฮ่องเต้ต้องการพาขุนนางในเมืองหลวงระดับหกขึ้นไปเกือบทั้งหมดไปภูเขาชังซานเพื่อหลบความร้อนในฤดูร้อน
ส่วนการแสดงละครเพลงเรื่องทำลายฐานที่มั่นนั้นเป็นการร่ายรำแบบองอาจห้าวหาญซึ่งตรงข้ามกับการร่ายรำแบบนุ่มนวลอ่อนช้อย โดยใช้เพื่อยกย่องความกล้าหาญยากจะหาใดปาน รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งของเหล่าทหารหาญในกองทัพ เมื่อสามปีก่อนการทำศึกสงครามกับซีฟานที่ชายแดนตะวันตกยุติลง ในพิธีเฉลิมฉลองชัยชนะและส่งมอบเชลยได้จัดให้มีการแสดงละครเพลงนี้ขึ้นครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นในช่วงหลายปีมานี้ก็ไม่เคยมีการแสดงอีก ครั้นจะจัดให้มีการแสดง ทั้งยังมีการตรวจกองทหารเกียรติยศด้วย สามารถนึกภาพได้เลยว่าถึงตอนนั้นพิธีการจะยิ่งใหญ่เกรียงไกรเพียงใด
การแสดงการร่ายรำนี้ต้องใช้คนร่ายรำหนึ่งร้อยยี่สิบคน หลายปีมานี้กองสังคีตที่อยู่ในมือฮ่องเต้ค่อยๆ โรยราลง ในเวลาอันสั้นจะหาคนร่ายรำที่เข้มแข็งทรงพลังจำนวนมากเพียงนี้ได้ที่ใด ไม่ต้องสงสัยว่าจะต้องคัดเลือกจากทหารหนุ่มในกองทหารองครักษ์ต่างๆ ในเมืองหลวง เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ทุกคนต่างถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้มีส่วนร่วมในการแสดง ไม่เพียงบุตรหลานวงศ์ตระกูลสูงศักดิ์จำนวนมากจะแข่งขันแย่งชิงกัน แม้แต่คังอ๋องยังขันอาสาด้วยตนเองและได้รับอนุญาตจากฮ่องเต้ด้วย
แม้จะยังมีเวลาอีกระยะหนึ่งก่อนออกเดินทาง แต่เจ้าหน้าที่รับผิดชอบในกรมพิธีการ กองงานฝ่ายใน และอื่นๆ ได้ส่งกำลังคนไปภูเขาชังซานล่วงหน้าแล้วเพื่อเตรียมการต่างๆ ในการรับเสด็จ ทั้งที่ทำการหนานหยาแทบจะจมอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันตื่นเต้นคึกคักของการเดินทางออกจากเมืองหลวงเพื่อไปพักร้อน หลายคนแม้งานก็ไม่มีแก่ใจจะทำแล้ว เพียงชะเง้อคอรอให้วันนั้นมาถึง
ผลกระทบของเรื่องนี้แน่นอนว่าย่อมส่งผลสะเทือนไปถึงตำหนักเฟิ่งอี๋ที่เดิมนับได้ว่าเป็นบ่อโบราณที่ไร้คลื่น
ตำหนักแห่งนี้เป็นที่ประทับของหลิ่วซื่อฮองเฮาองค์ปัจจุบัน เวลานี้นางอยู่ในราชรถกำลังออกจากตำหนักเต๋ออันซึ่งเป็นที่ประทับของไทฮองไทเฮา ราชรถหงส์กำลังเคลื่อนตัวอยู่บนถนน นางไม่อาจระงับความผิดหวังและความเคียดแค้นที่เกิดขึ้นในใจไว้ได้อีก ใบหน้าทั้งดวงแม้จะประทินโฉมมาอย่างเต็มที่แต่ยังไม่อาจปกปิดสีหน้าที่หม่นหมองไว้ได้ เหล่านางกำนัลขันทีที่ติดตามอยู่รอบข้างสังเกตเห็นต่างก็หวาดผวา กลั้นหายใจสำรวมกิริยา เพียงกลัวว่าถ้าไม่ระวังไปยั่วโทสะฮองเฮาเข้าจะนำภัยพิบัติมาถึงตัวได้
ตอนมาถึงถนนในวังช่วงที่เชื่อมต่อกับหอหงเหวิน ทันใดนั้นก็มีคนห้าหกคนเดินมาจากทางแยกที่อยู่ห่างจากราชรถหงส์ไปไม่กี่สิบก้าว นอกจากขันทีสองคนแล้ว ไม่กี่คนที่เหลือดูจากเสื้อผ้าที่สวมใส่เหมือนคนที่ทำงานในสำนักจื๋อย่วนของหอจี๋เสียน คนกลุ่มนี้ดูคล้ายกำลังจะไปหอหงเหวิน ครั้นสังเกตเห็นราชรถหงส์ของฮองเฮาก็รีบเดินมา ส่งเสียงเรียกฮองเฮาพร้อมกันแล้วทำความเคารพอย่างเต็มรูปแบบ มีเพียงเด็กหนุ่มที่น่าจะอยู่ในวัยสวมหมวกเพียงคนเดียวที่ไม่ได้เดินเข้ามา เพียงหยุดอยู่ที่เดิม
เมื่อหลิ่วซื่อเห็นเช่นนี้ ความโกรธที่ถูกเก็บกดไว้เมื่อครู่ก็ถูกกระตุ้นออกมาทั้งหมดทันที
Comments



