บทที่ 66
เวลาที่เหลืออยู่ของวันนี้เผยเซียวหยวนไม่มีแก่ใจจะไปทำเรื่องอื่นแล้ว
เรื่องฮ่องเต้เสด็จแปรพระราชฐานไม่ต้องให้เขาสิ้นเปลืองสมอง หานเค่อรั่งเพิ่งให้เขาหยุดพักสามวัน
วัดฉือเอินทางด้านนั้น…เขาอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่มีผลกระทบต่อการทำพิธี
พูดตามตรง ในใจเขายังคงมีความลังเลอยู่หลายส่วน แต่เรื่องที่จู่ๆ ก็ได้รู้โดยไม่คาดคิดนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขา ไม่อาจบอกว่าไม่มาก ความลังเลใจหลายส่วนของเขาถูกความรู้สึกตื้นตันใจและความซาบซึ้งใจที่ไหลบ่าจากหัวใจซัดจนไม่มีค่าพอจะกล่าวถึง
เมื่อหวนนึกถึงภาพที่เขาพบนางโดยบังเอิญที่นอกประตูวังตอนเช้า เขาก็ยิ่งมีความรู้สึกว่าไม่อาจรอต่อไปได้อีกแม้แต่เค่อเดียว อยากจะพบหน้านางอีกครั้งและอยู่เคียงข้างนางเหมือนเมื่อก่อน ไม่ว่านางจะปีนเขาหรือวาดภาพ เขาก็จะคอยดูแลอยู่ข้างๆ รับนางกลับเข้าเมืองด้วยกัน
เผยเซียวหยวนถามขันทีเฉาถึงเส้นทางที่พวกนางเดินทางไปในวันนี้แล้วจูงจินอูจุยมา ออกจากเมืองไล่ตามนางไป จินอูจุยฝีเท้ารวดเร็วยิ่ง ม้าของผู้ติดตามไม่สามารถตามทัน ไม่ช้าก็ถูกเขาทิ้งไว้ข้างหลัง ทิ้งห่างกระทั่งเงาร่างก็มองไม่เห็นแล้ว
แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่ค่อยเป็นใจ พลบค่ำขณะเดินทางไปได้ครึ่งทางก็เกิดฟ้าร้องฟ้าแลบ ฝนตกลงมาอย่างหนัก เขาไม่ได้นำเสื้อกันฝนมาด้วย ยิ่งไม่อยากเดินทางล่าช้าเพราะหลบฝน จึงฝ่าสายฝนเดินทางต่อไป
ทว่าเฉกเช่นเดียวกับม้าล้ำค่าที่เขาขี่อยู่ พายุฝนที่รุนแรงไม่เพียงไม่ได้ทำให้มันถอยหนี ท่ามกลางลมฝนมันกลับวิ่งอย่างเริงร่าเบิกบานใจยิ่งขึ้น ยกกีบเท้าอย่างคึกคักฮึกเหิม เผยเซียวหยวนเองก็เป็นเช่นนั้น สภาพอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจที่เฝ้าปรารถนาจะพบนางของเขาเลย
ตอนเผยเซียวหยวนขี่ม้าตามลำพังมาถึงสถานที่ที่กลุ่มคนของสำนักวาดภาพพักอยู่ในค่ำคืนนี้ในที่สุดท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว เขาเปียกโชกไปทั้งตัว ทั้งช่วงบนช่วงล่างไม่มีส่วนที่แห้งแม้แต่จุดเดียว น้ำฝนที่ขังอยู่ในรองเท้าแทบจะเลี้ยงปลาได้ แต่จิตใจของเขารู้สึกตื่นเต้นลิงโลดยิ่งกว่าตอนออกเดินทางเมื่อตอนกลางวันเสียอีก กระทั่งยังมีความรู้สึกเริงร่าเบิกบานใจอันเกิดจากการควบม้าห้อตะบึงในสายฝนโหมซัดสาดอยู่ในใจหลายส่วน ความรู้สึกเช่นนี้ปกติแทบจะไม่เคยเกิดขึ้น
บ้านพักแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงเชิงเขา ฝนยามค่ำคืนเพิ่งหยุดตก เสียงของธรรมชาติเงียบสงบ เขาเคาะประตูใหญ่ให้เปิดออก เห็นในลานบ้านจุดโคมไฟสว่างไสว ทิศทางที่ไปห้องโถงรับแขกมีเสียงบรรเลงเครื่องสาย เสียงขับร้องร่ายรำดังแว่วมา ดูเหมือนคืนนี้จะมีการจัดงานเลี้ยงขึ้นในบ้าน
ก่อนจะออกเดินทางเขาก็รู้แล้ว เจ้าของบ้านพักที่ตั้งอยู่ตรงเชิงเขานอกเมืองหลังนี้คือฟั่นซีหมิง ผู้บัญชาการกองทหารองครักษ์หลงอู่ แม้เขากับอีกฝ่ายปกติจะไม่มีความสนิทสนมส่วนตัว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกันก็นับว่าพอใช้ได้
ผู้ที่ออกมาเปิดประตูให้คือคนเฝ้าประตูของบ้านแห่งนี้ เมื่อได้ยินเขาแนะนำตัวและบอกว่ามาหาจิตรกรประจำราชสำนักท่านหนึ่งที่พักค้างคืนอยู่ที่นี่ก็รีบพาเขาเข้าไป
เป็นเช่นที่เผยเซียวหยวนคาดเดาเมื่อครู่ คนเฝ้าประตูบอกว่าในห้องโถงกำลังจัดงานเลี้ยง คนที่เขาตามหาเวลานี้น่าจะอยู่ที่นั่น
เผยเซียวหยวนจึงเดินไปทางห้องโถงจัดงาน ตอนใกล้ถึงก็เจอจางตุนอี้ที่ยืนอยู่นอกห้องโถง
จางตุนอี้ก็คือผู้ช่วยผู้บัญชาการกองกำลังจินอู๋ที่ก่อนหน้านี้หานเค่อรั่งเคยมอบหมายให้ไปประจำที่คฤหาสน์หย่งหนิง เมื่อตอนเช้าเขาก็เป็นผู้นำขบวนคุ้มกันกลุ่มคนจากสำนักวาดภาพออกจากเมือง ขณะนี้เขากำลังเฝ้ารักษาการณ์อยู่ที่นี่ด้วยตนเอง จู่ๆ เห็นเผยเซียวหยวนเดินมาด้วยสภาพเปียกโชกไปทั้งตัวก็แปลกใจมาก รีบเข้ามาต้อนรับ เมื่อได้ยินว่าเผยเซียวหยวนมีธุระมาหาคุณชายน้อยเยี่ยก็พยักหน้า บอกว่าคนอยู่ข้างในและพาเดินเข้าไป
เผยเซียวหยวนจึงเอ่ยถามไปตามเรื่องว่างานเลี้ยงคืนนี้ใครเป็นคนจัดขึ้น