ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 2 – หน้า 10 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 2

ศิษย์พี่สามยุ่งมากทุกวัน

เขาต้องยุ่งง่วนกับการสืบข่าวคราวที่แพร่มาจากทั้งช่องทางหลักช่องทางย่อยต่างๆ ในสำนักนอกสำนัก ในเมืองนอกเมือง ไม่มีที่ใดไม่ครอบคลุม บางครั้งกระทั่งข่าวของในแคว้นหรือต่างแคว้นก็ไม่อาจรอดพ้นหูตาของเขา

ด้วยบทเรียนจากความล้มเหลวทั้งสองครั้ง คราวนี้จงรั่วฉิงเตรียมตัวอย่างเต็มที่ตั้งแต่ก่อนออกไป

“ศิษย์พี่สาม ข้าเพิ่งรู้ข่าวลับยิ่งใหญ่มาเรื่องหนึ่ง รับรองว่าท่านไม่เคยได้ยินมาก่อน!” กระบวนท่านี้เรียกว่าเปิดประตูเห็นภูเขาลงมือก่อนชิงความได้เปรียบ

“อ้อ?” ศิษย์พี่สามหรี่ดวงตารียาว ยิ้มร่าเอ่ย “ศิษย์น้องลองว่ามาเถิด”

“บอกศิษย์พี่สามย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพียงแต่…ใช้หนึ่งข่าวแลกหนึ่งข่าว ท่านว่าอย่างไร” จงรั่วฉิงจงใจลากเสียงยาว แล้วพูดเยินยอเขาอย่างไม่ยอมปล่อยโอกาส “ศิษย์น้องมีเรื่องหนึ่งที่ฉงนสงสัยมาตลอด ศิษย์พี่รอบรู้กว้างขวาง มิมีเรื่องใดไม่ทราบ ทั้งยังมีความคิดอ่านลึกซึ้ง ที่นี่นอกจากศิษย์พี่ ไม่มีผู้อื่นสามารถไขความกระจ่างให้ศิษย์น้องได้แล้ว!”

“ฮ่าๆ ศิษย์น้องกล่าวเกินไปแล้ว” ศิษย์พี่สามหัวเราะน้อยๆ อย่างชอบใจยิ่ง “ให้ข้าฟังดูว่าเจ้าจะบอกอะไรข้าก่อน หากเรื่องนี้ข้าไม่เคยได้ยินจริง เช่นนั้นเรื่องที่ศิษย์น้องต้องการสืบข่าว ข้าศิษย์พี่ย่อมต้องบอกทุกสิ่งที่รู้ กล่าวทุกสิ่งโดยไม่ปิดบังอย่างแน่นอน”

บรรลุข้อแลกเปลี่ยนได้ราบรื่นอย่างน่าประหลาด

จงรั่วฉิงถาม “ศิษย์พี่สาม ท่านรู้จักว่าที่สามีของข้า ซูเหมินจิ่นคุณชายสกุลซูที่ตกน้ำเสียชีวิตก่อนหน้านี้ไม่นานผู้นั้นหรือไม่”

ศิษย์พี่สามเผยสีหน้ากระจ่างแจ้ง “นามกระเดื่องเพียงนั้น ในเมืองหลวงผู้ใดจะไม่รู้จัก”

“ไม่ขอปิดบัง ซูเหมินจิ่นผู้นั้นมีความลับที่ไม่อาจประกาศต่อผู้คน” จงรั่วฉิงกดเสียงต่ำ แล้วจงใจไม่กล่าวต่อ

ความสงสัยใคร่รู้เข้าครอบงำ ศิษย์พี่สามขยับเข้าไปใกล้อีกเล็กน้อย ถามเสียงค่อย “ความลับอะไร”

“ด้านในต้นขาเขา…มีปานอยู่”

“อ้อ?” ศิษย์พี่สามสองตาเป็นประกาย “จริงรึ”

“ย่อมไม่โป้ปดแม้สักครึ่งประโยค!” จงรั่วฉิงยื่นนิ้วออกมานิ้วหนึ่งด้วยท่าทางลึกลับ “ปานนี้ขนาดใหญ่เท่าปากถ้วย มีลักษณะเป็นรูปเท้า นี่เป็นข่าวลับชั้นในขั้นสุดยอด! คนทั่วไปข้าไม่มีทางบอก!”

“ลับมากพอจริงๆ” ศิษย์พี่สามยืดตัวตรง ขมวดคิ้วครุ่นคิดก่อนถาม “แต่ศิษย์น้อง เรื่องนี้มีประโยชน์อะไรกับข้าเล่า”

“นี่ไม่นับว่าเป็นเกร็ดพิสดารที่ผู้อื่นไม่ล่วงรู้หรอกหรือ” จงรั่วฉิงกะพริบดวงตากลมโตจดจ้องเขาด้วยหน้าตาใสซื่อ “ศิษย์พี่ เมื่อครู่พวกเราตกลงกันแล้วนะ!”

ศิษย์พี่สามมุมปากสั่นน้อยๆ รู้สึกว่าตนเองโดนหลอกเข้าอย่างจัง แม้เขาเป็นคนเจ้าสำนวนฝีปากกล้า ไม่ห่วงว่าจะโต้แย้งแม่หนูน้อยเบื้องหน้ามิได้ กระนั้นตนเองไม่ว่าอย่างไรก็เป็นศิษย์พี่ กระทำเช่นนี้ออกจะเสื่อมเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมาเกินไป ดังนั้นจึงกระแอมให้คอโล่งและกล่าว “ในเมื่อเป็นดังนี้ ศิษย์น้อง เจ้าลองว่ามาก่อนว่าเจ้าอยากรู้อะไรแล้วกัน”

จงรั่วฉิงกล่าวอย่างว่าง่ายทันที “ศิษย์พี่ แท้จริงหาใช่เรื่องใหญ่อะไร ข้าแค่อยากถามถึงสถานการณ์ก่อนฉุนเจี๋ยมาเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาชิงหง ท่านรู้เรื่องอะไรบ้างหรือไม่”

“ฉุนเจี๋ย?” ศิษย์พี่สามเลิกคิ้ว “เหตุใดเจ้าต้องสืบข่าวเรื่องเขา”

จงรั่วฉิงกล่าวติดตลก “คือว่า…ก็แค่อยากรู้อยากเห็น ถามดูก็เท่านั้น”

ศิษย์พี่สามจ้องนาง ดวงตาจู่ๆ ก็มีประกายสว่างวาบ “คงมิใช่เจ้าเข้ามาที่นี่เพราะเขาหน้าตาคล้ายว่าที่สามีของเจ้าจริงๆ หรอกกระมัง”

“ไม่ใช่ ไม่ใช่เลย ข้ามาเพื่อเรียนหนังสือพักผ่อนอย่างสงบจริงๆ”

“แต่ข้าเคยเห็นก่อนหน้านี้เจ้าไล่ตามดักสกัดฉุนเจี๋ยต่างๆ นานา กล่าวตามจริง คนประพิมพ์ประพายคล้ายคลึงกันมีไม่น้อย เหตุใดเจ้าจึงแน่ใจว่าเขาก็คือซูเหมินจิ่นเล่า”

“เอ่อคือ…”

“อาศัยสัญชาตญาณหรือ แต่เขาบอกว่าตนคือหลี่โก่วตั้นจากหมู่บ้านหม่าหลัน ตำบลก่านเชิ่ง แถบเหลียนฮวาโกวแล้ว ด้วยความเข้าใจของเจ้าต่อซูเหมินจิ่น เป็นไปได้หรือไม่ว่านี่อาจเป็นคู่ฝาแฝดที่พลัดพรากกันไปนานของเขา”

“นี่…”

“อ้อ ข้ารู้แล้ว เจ้ามาที่นี่เพื่อตรวจสอบฐานะของเขา? แต่หากเขาคือซูเหมินจิ่น เหตุใดจึงไม่ยอมรับกับเจ้า หากเขาบอกว่าไม่ใช่ ต่อให้เป็นคู่แฝดจริงก็สามารถเป็นตัวแทนของเขาได้เช่นกัน เจ้าคิดว่าจะไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ”

“ข้า…”

“ทว่าเรื่องของความรู้สึกแท้จริงไม่อาจอธิบายชัดเจนก็ถูกต้องแล้ว อย่าได้ท้อใจไป ข้าศิษย์พี่ยังสนับสนุนให้เจ้าแสวงหาความสุข ทว่าเงื่อนไขแรกคือเจ้าต้องเข้าใจหัวใจตนเองให้ดีรู้หรือไม่ จะว่าไป เรื่องนี้เจ้าแจ้งท่านอาจารย์แล้วหรือยัง”

“เอ่อ…”

“อ้อ จริงสิ จู่ๆ ข้าก็นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมาอีก! เจ้า…”

“ศิษย์พี่ ค่ำมากแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน ท่านพักผ่อนโดยเร็วนะเจ้าคะ!” จงรั่วฉิงที่ถูกพลิกจากฝ่ายรุกกลายเป็นฝ่ายรับโดนสอบถามอยู่นาน กว่าจะสบช่องได้จังหวะพูดบ้างก็ยากแสนยาก ทันทีที่กล่าวจบคนก็วิ่งตะบึงพุ่งสุดตัวออกไปแล้ว

นางวิ่งไม่ต่างจากเอาชีวิตรอดตลอดทางมาถึงเรือนกลาง จากนั้นเตะหินก้อนเล็กอย่างแรงจนลอยกระเด็นไป ศิษย์พี่สองสามคนนี้แต่ละคนรับมือยากขึ้นทุกทีจริงๆ จัดการไม่สำเร็จสักคน น่าชังนัก!

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 1-2

บทที่ 1 ภายใต้การปกครองของต้าฉีตลอดร้อยปีที่ผ่านมา อำเภอเฟ่ยเซี่ยนนับเป็นเขตเมืองที่ค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองเมืองหนึ่ง พื้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทนำ

บทนำ พระเอกไม่อยู่แล้ว มีธุระใดให้จุดธูปถาม วันที่สิบเดือนสาม ด้านในจวนอัครมหาเสนาบดีเต็มไปด้วยผู้คนสวมชุดไว้ทุกข์ เสียง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 3-4

บทที่ 3 เช่นนั้นแล้วแม้ตอนนี้ชุยเสียวเสี่ยวจะมุ่งมั่นขยันอ่านตำรา แต่ก็เป็นเพียงยามจวนตัวค่อยกอดบาทพระ ไม่มีประโยชน์โพดผ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 5-6

บทที่ 5   ด้านชุยเสียวเสี่ยวให้อาอี้ศิษย์น้องเล็กตักน้ำผสมยาสูบไปให้ฉินหลิงเซียวถังหนึ่ง “เจ้าสำนักฉิน ท่านราดน้ำนี...

community.jamsai.com