หลังเหินกายขึ้นมาถึงข้างเขี้ยวเงินแล้ว โม่อีเหรินก็มองรอยแตกนั้น ผลไม้สีน้ำตาลแดงผลหนึ่งขึ้นอยู่ระหว่างรอยแตก
โม่อีเหรินใช้พลังวิเศษเด็ดลงมายื่นให้เขี้ยวเงิน
สาเหตุที่ไม่ต้องใช้ที่ตักยาขุดเป็นเพราะผลศิลาวายุจำเป็นต้องอยู่ในสภาพพื้นที่พิเศษถึงสามารถเติบโตได้ ได้รับการหล่อเลี้ยงจากลมกระโชกพันปี เป็นหมื่นปีถึงสามารถออกผล นั่นมิใช่พืชที่แค่ปลูกก็จะเติบโตได้
ทว่ามีแค่ผลเดียวก็พอให้เขี้ยวเงินกินแล้ว
“โม่อีเหรินเก็บไว้ให้ข้าก่อน” เขี้ยวเงินบอก
“เจ้าไม่กินตอนนี้หรือ”
“การสกัดผลศิลาวายุต้องใช้เวลา รอออกจากแดนสมบัติแล้วข้าค่อยกิน” อันที่จริงเป็นเพราะเขี้ยวเงินไม่วางใจในความปลอดภัยของโม่อีเหริน เวลาพรรค์นี้ไม่อาจนอนหลับฝึกบำเพ็ญได้ จะต้องคุ้มครองโม่อีเหริน
“เขี้ยวเงิน ไม่ต้องห่วงข้าถึงเพียงนั้น” โม่อีเหรินคว้าตัวเขี้ยวเงินมากอด ฝังหน้าลงกับขนสีเงินอันอ่อนนุ่มของมัน
เขี้ยวเงินห่วงนางเกินไปจนเสียเวลาการฝึกบำเพ็ญของตนเอง เช่นนี้ไม่ดีเลย
“แค่กินช้าหน่อยเท่านั้นเอง ไม่เสียเวลาหรอก” เขี้ยวเงินเองก็ใช้หัวถูไถนางทีหนึ่ง
มันยังอยากอยู่กับโม่อีเหรินตลอดไป ดังนั้นมันไม่มีทางละเลยการฝึกบำเพ็ญแน่ มิเช่นนั้นพลังยุทธ์ก็จะแตกต่างกันเกินไป จะไล่ตามโม่อีเหรินไม่ทัน
มิหนำซ้ำมันยังอยากปกป้องโม่อีเหรินอีกด้วย พลังแก่นแท้ย่อมจะแย่เกินไปไม่ได้
แม้ปกติเขี้ยวเงินจะดูเหมือนนอนหลับอยู่บนบ่าโม่อีเหริน แต่อันที่จริงมันกำลังฝึกบำเพ็ญ
“ก็ได้ เช่นนั้นข้าจะเก็บไว้ก่อน” โม่อีเหรินเก็บผลศิลาวายุลงแหวนพู่สวรรค์
“ยังมีอีกสองผล”
โม่อีเหรินเด็ดผลศิลาวายุมาได้อีกสองผลโดยมีเขี้ยวเงินชี้บอก
ต่อจากนั้นลมกระโชกก็พัดมาอีก
คราวนี้ก็เหมือนกับคราวแรกที่พวกโม่อีเหรินได้เจอ พวกนางถึงไม่ได้หลบ
เขี้ยวเงินกระพือปีกทีเดียว กลุ่มลมกระโชกก็แหว่งไปมุมหนึ่ง
โม่อีเหรินที่ถูกไป่หลี่จิงหงกอดไว้ก็พาเขาฝึกบาทาเงามายาที่มีวิวัฒนาการแล้วของตนเองด้วยเสียเลย ต่อให้ลมกระโชกบ้าคลั่งเพียงไรก็มีวิถีโคจรของมัน โม่อีเหรินลองหาวิถีเหล่านั้นออกมา
ด้านเสี่ยวเถิงก็ยึดเกาะพื้นดินไว้ ฝืนต้านลมกระโชกที่พัดผ่านไป…มันไม่ได้ถูกกดจนแบนติดพื้น
ข้าชนะ!
“จิงหง ลมกระโชกนี้น่าสนใจยิ่ง” โม่อีเหรินเพิ่งค้นพบเรื่องนี้ได้เพียงนิดเดียว ลมก็พัดจบแล้ว
“เช่นนั้นก็อยู่อีกหน่อย ระหว่างนั้นก็ฝึกบำเพ็ญไปด้วย”
ด้วยเหตุนี้คนทั้งสองจึงอยู่ที่นี่ต่ออีกวัน เขี้ยวเงินกับเสี่ยวเถิงต่างมีรูปแบบการฝึกบำเพ็ญของตนเอง…แม้จะดูเหมือนการเล่นสนุกก็ตามที
โม่อีเหรินกับไป่หลี่จิงหงเองก็หาวิถีโคจรของลมกระโชก ใช้พลังปฐมต้านลม ใช้ความเร็วหลบลม และอื่นๆ
คนทั้งสองไม่ยอมแยกจากกัน ตอนแรกๆ ยังถึงขนาดทำให้ตนเองมือไม้พันกันไปหมดเลยทีเดียว ทว่าหลังจากลองได้ไม่กี่ครั้งก็เริ่มจะรู้ใจกันดี