ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ท่าเดินอย่างสาวมั่นของไปรยาคือความอายสุดๆ เมื่อต้องก้าวเข้าไปในสวนอาหารเพื่อกระทำการ ‘พิสูจน์ลายเสือ’ โดยสวมเสื้อแขนกุดที่ยาวเลยเอวมานิดหนึ่ง กับกระโปรงสูงเหนือเข่าหนึ่งฝ่ามือ ส่งผลให้เธอดูเป็นสาวเปรี้ยวขึ้นทันตา ทั้งที่ตอนแรกการแต่งกายของเธอจัดได้ว่าเรียบมาก ไม่น่าเชื่อว่าแค่ถอดเสื้อนอกกับปล่อยผมยาวสลวยระแผ่นหลังจะเปลี่ยนบุคลิกเธอได้ในพริบตาแบบนั้น
หญิงสาวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับสายตาที่มองมา พยายามคิดว่าคนพวกนั้นเป็นหัวเผือกหัวมันเพื่อลดความประหม่าเหมือนตอนขึ้นเวทีละครเป็นครั้งแรก เพราะถ้าไม่คิดเช่นนั้น ขาเธอคงได้ขวิดด้วยความอายเป็นแน่
ใจก็นึกก่นว่าเพื่อนจอมวางแผนและตัวเองที่บ้าจี้ยอมเล่นตามแผนบ้าๆ นี่ไปตลอดทาง…
จริงอยู่…สมัยเรียนพวกเธอเคยเล่นอะไรแผลงๆ กันบ่อย หนักหนากว่านี้ก็มี แต่นั่นเธอเป็นเพียงผู้ชม ไม่ได้เป็นผู้แสดงนำ และเรื่องพวกนั้นก็ไม่เหมือนเรื่องที่เธอจะทำในตอนนี้…ความคิดเรื่องการเล่นหูเล่นตากับผู้ชายทำให้เธอกระอักกระอ่วน เพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน
นี่ถ้าปิ่นแก้วรู้เข้าว่าลูกสาวคนเดียวที่เธอภูมิใจนักหนามาเล่นอะไรแบบนี้ล่ะก็…มีหวังลมจับแน่!
‘มันก็เหมือนการล้อเล่นกับเพื่อนน่ะปาย ถ้าเขาดีพอเป็นเพื่อนเขยเราได้ มันก็แค่ตลกในหมู่เพื่อนฝูงเท่านั้น…แต่ถ้าเขาชีกอกับเธอก็ซัดเปรี้ยงเลยนะ อย่าเอาไว้…ยายดาวของเราจะได้หูตาสว่างซะที’
แว่วเสียงของเพื่อนยังก้องอยู่ในหู…
เสาวนีย์ก็พูดแบบนั้นได้สิ…เธอเป็นแค่ผู้เขียนบทและผู้กำกับ ไม่ได้เป็นคนขึ้นเวทีแสดงบทน่าอายนี้เองนี่…ไปรยานึกเคือง แต่เธอก้าวมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้ว ยังไงก็ต้องเล่นต่อจนจบล่ะ
เอาเถอะ…หญิงสาวคิดอย่างตัดใจ…แค่โปรยยิ้มหวาน ทำตาหวาน และพูดจาหวานๆ (ตามแผน ‘สามหวาน’ ของเสาวนีย์) เพื่อดูท่าทีเขาสักหน่อย ไม่น่าจะยากเย็นอะไร ถือเสียว่าทำเพื่อเพื่อนด้วย ดวงดาวจะได้รู้ธาตุแท้ของผู้ชายที่ตัวเองชอบว่าเป็นยังไง ลับหลังเธอมีความประพฤติแบบไหน ที่พูดจาให้สัญญาสารพัดนั่น เป็นเรื่องจริงหรือโป้ปดให้ตายใจเล่นกันแน่
ว่าที่คู่หมั้นของดวงดาวมากับเพื่อนสองคน เมื่อเดินเข้าไปใกล้และเห็นพวกเขาถนัด ไปรยาก็ต้องยอมรับว่าชายหนุ่มกลุ่มนี้ดูดีทุกคน…หล่อเหลาและมีเสน่ห์ต่างกันไปคนละแบบ พวกเขาต้องสังกัดค่าย ‘เสือผู้หญิง’ อย่างไม่ต้องสงสัย หลักฐานนั้นเห็นได้ชัดจากสีหน้าแววตาที่พวกเขาใช้มองเธอ โดยเฉพาะผู้ชายหน้าเข้มที่จ้องมองเธออย่างพึงพอใจด้วยดวงตาคมพราวระยับทำให้เธอหนาวๆ ร้อนๆ อย่างบอกไม่ถูก
หญิงสาวจำกัดสายตาที่เป้าหมาย ตัดอีกสองหนุ่มออกจากความสนใจ เพื่อให้งานง่ายขึ้นจึงสมมติให้คนหนึ่งเป็นกะหล่ำปลี ส่วนคนที่มองเธออย่างน่าเกลียดจนน่าควักลูกนัยน์ตาให้กระเด็นออกนอกเบ้าเป็นพริกชี้ฟ้า (น่าจะเหมาะกับผู้ชายที่มีดวงตาร้ายกาจอย่างเขาดี) ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ไม่ระคายใจกับพวกเขามากนัก
“ตรงนี้ว่างหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามเสียงหวานปานจะหยด (จนตัวเองยังขนลุกตัวเองเลย)
“ว่างครับ” ชายหนุ่มที่เธอสมมติว่าเป็นกะหล่ำปลีเป็นคนตอบอย่างกระตือรือร้น
หน้าของไปรยายิ้มแต่ใจไม่ยิ้มด้วย คิดเพียงอย่างเดียวว่า…มันจะต้องจบลงโดยเร็วที่สุด…เธอจึงไม่มองใครนอกจากเอกภพ
ว่าที่คู่หมั้นของดวงดาวเป็นหนุ่มหล่อสวยแบบที่สาวๆ ชอบ ไม่น่าแปลกที่เพื่อนเธอจะหลงเขาหัวปักหัวปำขนาดนั้น แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาชื่นชมเขา…หญิงสาวเตือนตัวเองให้คิดถึงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาก่อน
…ยายนีว่าไงนะ อ้อ…ใช่ เล่นหูเล่นตากับเขานิดหน่อย…