“ข้าแค่อยากถามว่า…”
“จะถึงแล้วๆ” เรือลำน้อยแล่นแหวกผิวน้ำราวกับลูกธนูหรือดาวตกก็ไม่ปาน
เรือแล่นเร็วเสียจนขนาดอวี้หมี่ขึ้นไปยืนบนพื้นหอไพศาลแล้วยังหน้ามืดวิงเวียนไม่หาย
“เจ้าเมาเรือหรือ” เยียนชิงหลางขมวดคิ้วดกหนาน้อยๆ พลางก้าวเข้ามาจับมือนางไว้อย่างมั่นคง
“ขะ…ข้าไม่เป็นไร” นางเลียริมฝีปากแห้งผาก พอเงยหน้าขึ้นมองเขาก็เกิดสั่นสะท้านขึ้นมาอีก
“เหตุใดจึงมองข้าเช่นนั้น” เขามุ่นหัวคิ้ว
“ทะ…ท่าน…” เด็กสาวพยายามกลืนน้ำลายลงคอ แล้วถามตะกุกตะกัก “เหตุใดถึงได้…”
“วันนี้ที่ค่ายไม่มีงาน เป็นวันหยุดของข้า” คล้ายมองความระแวงในใจนางออก แม่ทัพหนุ่มจึงยกมุมปากขึ้นน้อยๆ “ใครต่อใครกล่าวว่าทิวทัศน์ของหอไพศาลงามเป็นเลิศ เจ้าคิดว่าอย่างไรบ้าง”
“ข้าคิดว่า…” ท่านจะ…จัดการข้าน่ะสิ!
ทว่าตอนนี้นัยน์ตาคมเจือยิ้มนิดๆ อย่างหาได้ยาก ดูรื่นรมย์ใจอย่างบอกไม่ถูก อวี้หมี่ถูกภาพนั้นจู่โจมเสียจนใจสั่น หัวใจเต้นตึกๆ ระรัวอยู่ในอก ลืมสิ้นถึงความคิดตามมุมมองคับแคบเมื่อครู่นี้ของตนเอง
แรกสุดเขามองนางด้วยสายตางุนงง แต่เพียงไม่นานก็รู้ทันว่านางคิดอะไร จึงกลายเป็นหงุดหงิดแทนจนได้ “อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดว่าข้าจะลวงเจ้ามาฆ่า”
“เอ่อ…ข้าจะคิดเช่นนั้นได้อย่างไรกันเล่า ฮ่าๆ” นางหัวเราะแห้งๆ อย่างร้อนตัว แววตาหลุกหลิกไปมา ดูน่าสงสัยอย่างยิ่ง “ทิวทัศน์ทะเลสาบงดงามเหลือเกินจริงๆ ท่านแม่ทัพใหญ่ช่างมีความชื่นชอบส่วนตัวที่ดีเยี่ยมอะไรเช่นนี้”
“กินข้าวให้เสร็จก่อนค่อยคิดบัญชีกับเจ้า” เขาคำรามเสียงต่ำด้วยรู้ทันความคิดนาง
“ฮือ อย่านะเจ้าคะท่านแม่ทัพใหญ่…” ใบหน้ากลมป้อมอูดอูมเป็นซาลาเปา
เยียนชิงหลางหันหลังสาวเท้ายาวๆ ขึ้นบันไดโดยไม่รอ ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งขรึมตามปกติ เดินขึ้นไปได้สองสามขั้น ร่างสูงใหญ่ก็พลันหยุดชะงัก “ยังมัวแต่ยืนทึ่มอยู่ตรงนั้นไปไยอีก”
“อ๊ะ…เจ้าค่ะๆ จะขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ” นางถอนหายใจเฮือกด้วยความโล่งอก แล้วรีบปั้นยิ้มถือชามกับตะเกียบเดินตามเขาต้อยๆ
เพราะเสียเวลาไปกับเหตุการณ์เมื่อครู่ อาหารในถาดจึงเย็นหมดแล้ว อวี้หมี่มองน้ำแกงไก่สีเหลืองทองที่มีฝ้าไขมันสีขาวลอยอยู่ข้างบนกับเนื้อแพะผัดมะเขือม่วงอย่างลำบากใจ ใบหน้ากลมเล็กม่อยหงอยลงอย่างห้ามไม่อยู่
พอเย็นก็ไม่อร่อยแล้ว เขาต้องไม่อยากกินแน่นอน
“มีอะไรหรือ” เยียนชิงหลางสังเกตเห็นอาการห่อเหี่ยวของนาง
“ท่านแม่ทัพใหญ่กินเซาปิ่งงาขาวกับยำแตงกวามันฝรั่งเส้นไปพลางๆ ก่อนเถิด ข้าน้อยจะยกจานที่เหลือกลับไปอุ่นให้ใหม่…”
“ไม่ต้อง” เขาพยักพเยิดให้นางนั่งลง
“แต่…”
“เรื่องเล็ก” แม่ทัพหนุ่มแนบฝ่ามือเข้ากับหม้อใส่น้ำแกงไก่ เพียงถ่ายทอดกำลังภายในใส่เบาๆ ไอร้อนก็ลอยขึ้นจากผิวน้ำแกงในพริบตา จากนั้นก็อุ่นเนื้อแพะผัดมะเขือม่วงด้วยวิธีเดียวกันภายใต้สายตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้าของอวี้หมี่ “ร้อนแล้ว กินข้าวเถิด”
“…” นางทำอย่างไรก็หุบปากที่อ้าหวอไม่ลงจริงๆ
เขาตักน้ำแกงร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยให้นาง พร้อมด้วยน่องไก่ที่เคี่ยวจนเปื่อยหนึ่งน่องกับเห็ดอีกสองสามดอก “กินสิ”