บทที่ 7
ลู่เยี่ยนมองเสิ่นเจินอย่างทรงอำนาจและไร้ความสงสาร ริมฝีปากบางขยับเบาๆ “คุณหนูสาม นี่จะไปที่ใดหรือ”
สายตาของเขาแหลมคมเหลือเกิน ทำให้นางไม่อาจหลบหนีได้
“หงเอ๋อร์ หลับตาลง” เสิ่นเจินก้มหน้าลง พูดจบก็ใช้สองมือปิดหูของเสิ่นหง
ท่านพ่อสั่งสอนพวกเขามาแต่เล็กว่าห้ามโกหก ดังนั้นต่อให้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้นางยังคงไม่อยากให้เสิ่นหงได้ยินคำที่จะพูดต่อไปนี้
เสิ่นเจินแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง น้ำเสียงเรียบเฉย “เมื่อครู่ที่บ้านไฟไหม้ ข้าเห็นไฟแรงมาก ค่อยๆ ลามไปทั่ว จึงพาน้องชายวิ่งออกมาแจ้งทางการ”
นางรู้ว่าคำพูดของตนเองมีช่องโหว่มากมาย แต่ยังคงมีความหวังอยู่เล็กน้อย
หวังว่าเขาจะช่วยเหลือนางอีกครั้ง
ทว่าเพิ่งสิ้นเสียงพูดของนาง หยางจงก็คุมตัวทหารผู้หนึ่งเดินมา “หาคนเจอแล้วขอรับ”
เสิ่นเจินหันมองไปตามเสียง หลังจากเห็นรอยแผลเป็นที่หางตาของทหารผู้นั้นชัดเจนแล้วสีหน้าก็ซีดขาวในทันที ปลายนิ้วล้วนกำลังสั่นเทา
เสิ่นหงรู้สึกกลัวจึงพูดเสียงเบาว่า “พี่สาม พี่เป็นอะไร หงเอ๋อร์ลืมตาได้หรือยัง”
ลู่เยี่ยนมองนางด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาอารมณ์ได้
ตามกฎหมายของราชวงศ์จิ้นแล้ว ทางการจับคน สามารถใช้เชือกป่านหรือโซ่ตรวนคุมตัวนักโทษได้ ทำแบบนี้เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาหลบหนีไประหว่างทาง แต่เขาเห็นแก่หน้าของนางจึงเดินเข้าไปหาและคว้าสองมือของนางเอาไว้ด้วยแรงไม่หนักไม่เบา ก่อนจะพูดเสียงเข้มว่า “คุณหนูสาม ยอมรับผิดหรือไม่”
เสิ่นเจินเดิมคิดว่าใต้เท้าลู่ผู้นี้จะคุมตัวนางกลับไปที่ว่าการ แต่ไม่คิดว่าเขากลับพานางเดินผ่านถนนหลักสองสาย เดินเข้าไปถึงคฤหาสน์หลังหนึ่งในตรอกลึกที่แม้จะมีพื้นที่ไม่ใหญ่โตนักแต่ดูงดงามเรียบหรู
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง บนป้ายขวางเหนือประตูที่แกะสลักจากไม้หงซานชิ้นนั้นสลักอักษรไว้ว่า ‘คฤหาสน์เฉิงย่วน’
ทางเล็กในคฤหาสน์คดเคี้ยว ต้นอู๋ถงและต้นกล้วยปลูกเรียงราย สระน้ำสะพานเล็ก ประตูหน้าต่างศาลาริมน้ำ ไม่มีสิ่งใดไม่ประณีต หากถึงฤดูใบไม้ผลิต้องมีภาพงาม ‘อู๋ถงแผ่กิ่งก้านงามไสว สระน้ำใสสะท้อนเงาจันทร์’ แน่นอน
แต่เสิ่นเจินตอนนี้ไม่ได้มาชมทิวทัศน์ นางมองสำรวจไปรอบด้าน ในใจเกิดความไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น
ทว่ามือของนางถูกเขาจับไว้แน่น ไม่อาจออกแรงอะไรได้เลย จำต้องเดินไปข้างหน้าตามฝีก้าวของเขา
จนกระทั่งถึงเรือนหลันเยวี่ยเขาก็หยุดฝีเท้า เหลือบมองเสิ่นหงแวบหนึ่งแล้วพูดกับหยางจงว่า “พาเขาไปที่ห้องฝั่งตะวันตกก่อน”
เสิ่นหงเป็นเด็กดีมาตลอด เด็กอายุห้าขวบ ตลอดทางไม่ร้องไห้ไม่โวยวาย แต่พอเห็นว่าจะถูกคนพาตัวไปก็สะบัดเท้าเล็กๆ ขึ้นมาในทันที “พี่สามๆ พวกเขาจะพาไปที่ใด”
เสิ่นเจินรีบพูดปลอบขวัญ “ไม่เป็นไรหงเอ๋อร์ เจ้าตามใต้เท้าผู้นี้ไปก่อน พี่สามอีกครู่จะไปหาเจ้า”
เสิ่นหงสะบัดเท้าไม่หยุด