ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน หยกเร้นชะตา บทที่ 48.1-48.3
บทที่ 48.2 สหายร่วมเรียนแห่งจวนจวิ้นอ๋อง
วันรุ่งขึ้น ฉู่จิ่นเหยาตื่นแต่เช้าตรู่ไปคารวะชายาเฒ่าแห่งจวนจวิ้นอ๋อง
เหมือนเช่นทุกครอบครัว ชายาเฒ่ามีฐานะสูงสุดในจวนจวิ้นอ๋อง เมื่อถึงเวลาคารวะยามเช้าในเรือนชายาเฒ่ามีคนอยู่มากมาย บุตรสาวสายตรงสายรองรุ่นหลาน ฉู่จู และชายาจวิ้นอ๋องผู้เป็นสะใภ้ ตลอดจนสาวใช้และบ่าวหญิงสูงวัยของเจ้านายแต่ละคนล้วนเบียดเสียดอยู่รวมกัน และบัดนี้ยังมีฉู่จิ่นเหยากับฉู่จิ่นเมี่ยวเพิ่มมาอีกสองคน
ฉู่จิ่นเหยามาถึงเร็วกว่าฉู่จิ่นเมี่ยว ฉู่จิ่นเมี่ยวกระวีกระวาดมาถึงเรือนชายาเฒ่า ครั้นเปิดม่านออกก็พบว่าฉู่จิ่นเหยามาถึงแล้ว ใบหน้าของนางบึ้งตึงทันควัน ส่วนฉู่จิ่นเหยาไม่แม้แต่จะแสดงออกทางแววตา ถือเสียว่าตนเองมองไม่เห็น
ถึงอย่างไรจากเรื่องที่เกิดเมื่อคราวก่อน เกรงว่าคนของจวนจวิ้นอ๋องคงจะรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางสองคนดีอยู่แล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ยังต้องมัวคำนึงถึงเรื่องความอัปยศในครอบครัวไม่ควรแพร่งพรายอะไรอีกเล่า
หาได้ยากที่ชายาเฒ่าจะได้เห็นเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานมากมายเพียงนี้ในคราวเดียว นางดีใจจนยิ้มไม่หุบ หลินเป่าจูเป็นผู้ที่สบายใจที่สุดในห้อง นางซุกร่างออดอ้อนอยู่ในอ้อมแขนชายาเฒ่า
“ท่านย่า วันนี้ข้าจะต้องเข้าเรียนแล้วหรือเจ้าคะ”
“เจ้านี่นะ ซนอย่างกับลิง เหตุใดถึงไม่อยากใฝ่หาความก้าวหน้าเล่า!” ชายาเฒ่าสะกิดปลายจมูกเซี่ยนจู่พลางดุด้วยท่าทางสนิทชิดเชื้อ
เซี่ยนจู่กอดแขนชายาเฒ่าพลางทำท่าทางบิดพลิ้วไขสือทันที ฉู่จิ่นเหยาเห็นแล้วตกใจอยู่บ้าง ฮูหยินผู้เฒ่าฉู่เคร่งขรึมมาแต่ไหนแต่ไร บรรดาพวกนางพี่น้อง แม้กระทั่งฉู่จิ่นเสียนที่เป็นที่โปรดปรานที่สุดและคุณหนูเจ็ดที่อายุน้อยที่สุดก็ยังไม่กล้าออดอ้อนฮูหยินผู้เฒ่าฉู่ แต่คิดไม่ถึงว่าในจวนผู้อื่น หลานสาวกับผู้เป็นย่าจะอยู่ด้วยกันเช่นนี้
ชายาเฒ่าคล้ายว่าถูกรบเร้าจนหมดปัญญา ได้แต่กล่าวว่า “เอาเถิด ในเมื่อเจ้ายังไม่มีแก่ใจจะเรียน เช่นนั้นก็พักอีกหนึ่งวัน จำไว้ว่าวันพรุ่งนี้ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องไปเข้าเรียนแล้ว!”
เซี่ยนจู่ตอบรับเสียงอ่อนหวานทันที เดิมทีฉู่จิ่นเหยานึกว่าเซี่ยนจู่ถูกตามใจอย่างมาก ขอเพียงเซี่ยนจู่เรียกร้อง ชายาเฒ่ากับชายาจวิ้นอ๋องล้วนปฏิเสธไม่ลง แต่ครั้นยามเที่ยงเห็นผู้มาเยือนอีกคน นางก็รู้ว่าตนเองคิดง่ายเกินไป
ชายาจวิ้นอ๋องกล่าวแนะนำพลางยิ้มจนตาหยี “นี่คือหลานสาวทางบ้านเดิมของข้า นามว่าหยางฉี่สยา ต่อไปพวกเจ้าต้องเข้าเรียนด้วยกัน สนิทสนมกันเอาไว้”
เวลานี้ฉู่จิ่นเหยามองไปยังสตรีที่อยู่ข้างกายชายาจวิ้นอ๋อง สกุลหยางหรือ มิหนำซ้ำยังเป็นหลานสาวของชายาจวิ้นอ๋อง คงเป็นญาติผู้พี่ของเซี่ยนจู่ ญาติผู้น้องของซื่อจื่อ
ฉู่จิ่นเหยาเกิดความรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ ขึ้นมาในทันใด
หยางฉี่สยาสวมเสื้อไหมกันหนาวสีขาว ท่อนล่างสวมกระโปรงจีบสีแดงแก่ นางมีใบหน้ากลมและรูปร่างเล็กเหมือนชายาจวิ้นอ๋อง ดูเป็นมิตรยิ่ง หยางฉี่สยายิ้มพลางเดินมาจับมือฉู่จิ่นเหยา มองซ้ายมองขวาอยู่หลายอึดใจถึงได้ถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้น
“ข้าเพิ่งเคยเห็นน้องหญิงที่น่ามองเพียงนี้เป็นครั้งแรก วันนี้ได้พบน้องหญิงถึงได้รู้ว่าที่แท้ข้ามีชีวิตอย่างเสียเปล่ามาตลอดหลายปี”
รอยยิ้มฉู่จิ่นเหยาดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อย นางรีบพูดว่า “ไม่ถึงเพียงนั้น แม่นางหยางชมเกินไปแล้ว”
“พวกเรามีความสัมพันธ์กันเช่นนี้ ไยเจ้ายังเรียกข้าว่าแม่นางหยางอยู่อีกเล่า!” หยางฉี่สยากล่าวยิ้มๆ “ข้าอายุเทียม สิบห้าปี เจ้าเล่า”
“ข้าสิบสี่ปี”
“เช่นนั้นก็ดี ข้ามีน้องสาวเพิ่มอีกคนแล้ว” หยางฉี่สยาจับมือฉู่จิ่นเหยาไว้ด้วยท่าทางสนิทสนมอบอุ่น พูดจากันอย่างคุ้นเคยอีกสักพัก พอหยางฉี่สยามองเห็นฉู่จิ่นเมี่ยวที่ยืนอยู่อีกด้านก็ยิ้มพลางเอ่ยถาม “แล้วน้องหญิงผู้นี้เล่า”
ฉู่จิ่นเมี่ยวถูกเมินมาครึ่งค่อนวันทำให้เก้อกระดากอยู่บ้าง นางฝืนยิ้มตอบว่า “ข้าก็สิบสี่ปีแล้วเช่นกัน”
“ตายจริง บังเอิญปานนี้เชียว!” หยางฉี่สยายกมือปิดปากด้วยความตกใจ สีหน้าก็คาดไม่ถึงยิ่ง ถึงกระนั้นฉู่จิ่นเหยากลับรู้สึกว่าสีหน้าท่าทางและน้ำเสียงของนางออกจะดูเกินจริงอยู่บ้าง
หยางฉี่สยาถาม “พวกเจ้าสองคนเป็นพี่น้องร่วมจวน ทั้งยังเกิดปีเดียวกันด้วย ถึงกับบังเอิญปานนี้เชียว!”
พูดอยู่ว่าเป็นพี่น้องร่วมจวน อายุเท่ากันมิใช่เรื่องปกติหรือไร ฉู่จิ่นเหยาได้แต่ยิ้มพลางเอ่ย “บังเอิญจริงๆ”
ไม่ผิดจากที่คาด เซี่ยนจู่พูดเรื่องนี้ขึ้นบ้างแล้ว “พวกนางสองคนไม่เพียงอายุเท่ากัน อันที่จริงวันเกิดก็ใกล้กันมากด้วย ขณะพวกนางสองคนลืมตาดูโลกบังเอิญประสบกับเหตุการณ์กองทัพศัตรูรุกรานพอดีจึงถูกสลับตัวกัน ฉู่จิ่นเมี่ยวถูกอุ้มกลับจวนฉางซิงโหว ฉู่จิ่นเหยาถูกทิ้งไว้ข้างนอก จวบจนเมื่อปีก่อนเพิ่งตามตัวกลับมาได้”
นี่เป็นเรื่องประหลาดหายากที่สุดเท่าที่เซี่ยนจู่เคยได้ยินมา นางแทบอยากจะเล่าให้ทุกคนที่พบฟัง ในขณะที่ฉู่จิ่นเหยากับฉู่จิ่นเมี่ยวซึ่งเป็นบุคคลในเรื่องกลับมีสีหน้าปั้นยากพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย หยางฉี่สยาอุทานด้วยความประหลาดใจ นางใช้มือปิดปากพลางมองฉู่จิ่นเหยากับฉู่จิ่นเมี่ยวสลับกันไปมาสองสามที ก่อนดึงมือพวกนางสองคนมาไว้บนฝ่ามือตนเองด้วยท่าทางสนิทสนมอบอุ่น
“ไม่เป็นไร ได้พบกันก็คือวาสนา พวกเจ้าสองคนมีวาสนาต่อกันเพียงนี้ เห็นทีสวรรค์คงจะส่งมาให้เป็นพี่น้องกันแล้ว”
ฉู่จิ่นเหยากับฉู่จิ่นเมี่ยวต่างยิ้มน้อยๆ โดยมิได้ตอบรับ
แต่ฉู่จิ่นเหยากลับถอนหายใจ นางพอจะรู้ความคิดของชายาจวิ้นอ๋องแล้ว
ที่ชายาเฒ่าบอกว่าวันนี้ไม่ต้องเข้าเรียน อันที่จริงเดิมทีมิได้เป็นเพราะเซี่ยนจู่ แต่เป็นเพราะหยางฉี่สยายังไม่มา ถึงเซี่ยนจู่จะไม่ขอ วันนี้ก็ไม่มีทางเริ่มเรียน
หลังชายาจวิ้นอ๋องแนะนำหยางฉี่สยาให้เหล่าคุณหนูรู้จักแล้วก็เดินออกไปก่อน ปล่อยให้แม่นางน้อยทั้งหลายอยู่กันไป บัดนี้ผู้ที่นั่งอยู่ในห้องอุ่นมีฉู่จิ่นเหยา ฉู่จิ่นเมี่ยว เซี่ยนจู่ หลินเป่าอิงบุตรสาวคนโตสายรองของฉู่จู หลินเป่าหวนบุตรสาวสายตรง รวมถึงหยางฉี่สยาหลานสาวของชายาจวิ้นอ๋อง
ผู้ที่จะไปเข้าเรียนด้วยกันในวันหน้าเกรงว่าคงเป็นคนเหล่านี้แล้ว
เซี่ยนจู่นั่งแล้วรู้สึกเบื่อ ต้องการลากคนทั้งหลายออกไปเล่นข้างนอกให้ได้ ฉู่จิ่นเหยาเพิ่งมาใหม่ย่อมไม่ยอมเอ่ยปากตอบรับง่ายๆ ขณะที่หยางฉี่สยาช่วยสาวใช้เกลี้ยกล่อมเซี่ยนจู่
“เป่าจู ยามนี้อากาศยังไม่ดีขึ้น พื้นเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ออกไปจะมีอะไรสนุกกัน มิสู้อยู่คุยเป็นเพื่อนผู้อาวุโสในนี้จะดีกว่า”
เซี่ยนจู่ยังมีท่าทางไม่ยินยอม หยางฉี่สยาเกลี้ยกล่อมต่ออย่างอดทนและจริงจัง ขณะที่ฉู่จิ่นเหยาหันไปถามหลินเป่าหวนเบาๆ
“พี่หญิงหยางดูคล้ายว่าจะสนิทสนมกับเซี่ยนจู่มาก”
“ใช่แล้ว นางเป็นหลานสาวแท้ๆ ของท่านป้าสะใภ้ มาพักที่จวนจวิ้นอ๋องเป็นประจำ แม้แต่คนในเรือนท่านย่าก็คุ้นเคยกับพี่หญิงหยางไม่น้อย”
ฉู่จิ่นเหยากระจ่างแจ้งทันที เรื่องนี้อธิบายได้แล้ว จวนไหวหลิงจวิ้นอ๋องเลือกสหายร่วมเรียนให้เซี่ยนจู่จากตระกูลที่เกี่ยวดองกัน ในเมื่อหาจากตระกูลเดิมของฉู่จูที่เป็นสะใภ้รองแล้วก็ไม่มีเหตุผลจะข้ามสกุลหยางที่เป็นตระกูลเดิมของชายาจวิ้นอ๋องไป แม้จะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดสหายร่วมเรียนที่เดิมทีมีสองคนถึงกลายเป็นสามคน แต่นี่มิใช่เรื่องสำคัญอะไร ถึงอย่างไรการเพิ่มคนไม่กี่คนก็เป็นเรื่องง่าย แค่ชายาเฒ่าพูดเพียงคำเดียวเท่านั้น
เซี่ยนจู่ถูกหยางฉี่สยาเกลี้ยกล่อมจนหมดอารมณ์จึงกล่าวว่า “ก็ได้ เช่นนั้นข้าไม่ออกไปข้างนอกแล้ว แต่ในเรือนท่านย่าอบอ้าวเกินไป นั่งไม่สบาย มิสู้ไปเล่นหมากซวงลู่* ที่เรือนข้ากันดีกว่า”
หยางฉี่สยายังไม่อยากไป แต่คนอื่นๆ กลับรู้สึกว่าข้อเสนอนี้ไม่เลว หยางฉี่สยาจึงได้แต่กลืนคำพูดลงท้องไปทั้งหมด หลังคนทั้งหลายได้ข้อตกลงแล้วก็พากันลุกขึ้นเรียกสาวใช้ของตนเอง เพียงชั่วขณะในห้องอุ่นก็วุ่นวายอยู่กับการคลุมเสื้อคลุมและส่งเตาอุ่นมือ
เซี่ยนจู่อยู่นิ่งไม่ได้ เพิ่งจะผูกสายรัดเอวเสร็จก็วิ่งออกไปแล้ว สาวใช้ที่เหลือก็ตามออกไปทันที ฉู่จิ่นเหยาลูบรอยยับบนเสื้อคลุมให้เรียบแล้วตามไปเช่นกัน หยางฉี่สยาก้าวออกจากประตูเป็นคนสุดท้าย หลันเจ๋อมองเห็นหยางฉี่สยาก็กล่าวยิ้มๆ
“คุณหนูหยาง ไยท่านก็จะออกไปด้วยเล่าเจ้าคะ”
ข้างกายชายาเฒ่ามีสาวใช้ใหญ่อยู่สองคน หนึ่งคือหลันเจ๋อ สองคือซย่าปัว หลันเจ๋อพูดเก่ง ชายาเฒ่าจึงชอบนางอย่างมาก แม้หลันเจ๋อจะเป็นสาวใช้ แต่งานที่ทำล้วนเป็นงานเบาๆ อย่างการปรนนิบัติชายาเฒ่า ปกติที่ทำมากที่สุดก็คือการรินชาและคุยเล่นให้ชายาเฒ่าหัวเราะ งานหนักจำพวกเช็ดล้างทำความสะอาดล้วนมิได้แตะต้อง ดังนั้นหากกล่าวให้ชัดเจนก็คืออาหารการกินและเครื่องนุ่งห่มของหลันเจ๋อจึงมิได้ด้อยไปกว่าคุณหนูตระกูลมั่งคั่ง มือทั้งสองได้รับการบำรุงจนขาวเนียน แม้แต่คุณหนูตระกูลเล็กๆ ยังดีสู้หลันเจ๋อไม่ได้
เนื่องจากหลันเจ๋อเป็นคนโปรดของชายาเฒ่า คนทั้งนอกและในจวนจวิ้นอ๋องเห็นหลันเจ๋อแล้วล้วนต้องหยุดสนทนาด้วยความเกรงใจสองสามคำ หยางฉี่สยาได้ยินหลันเจ๋อถามจึงหยุดฝีเท้า ยิ้มพลางตอบกลับไป
“เซี่ยนจู่ร่ำร้องจะกลับไปเล่นหมากซวงลู่ ข้าไม่ไปเฝ้าก็ไม่วางใจ”
หลันเจ๋อยิ้มพลางขยิบตาอย่างซุกซน “คุณหนูหยางทุ่มเทกายใจให้เซี่ยนจู่ปานนี้ ไม่ต่างจากพี่สาวร่วมอุทรสักนิด! แม้แต่พี่สะใภ้ทั่วไปเกรงว่ายังใส่ใจน้องสาวสามีได้ไม่ถึงครึ่งของคุณหนูหยางเลยนะเจ้าคะ”
หยางฉี่สยายกยิ้มเล็กน้อย “หลันเจ๋อต่างหากที่เป็นคนเก่งข้างกายชายาเฒ่า ภายภาคหน้าไม่รู้ใครจะมีวาสนาได้แต่งภรรยาอย่างเจ้าไปช่วยดูแลเรือน”
“คุณหนูหยางพูดให้บ่าวอายุสั้นแล้วเจ้าค่ะ บ่าวเป็นแค่บ่าวรับใช้คนหนึ่ง เกิดมามีชะตาต้องปรนนิบัติผู้อื่น ไฉนเลยจะกล้าถือตัวไปเป็นภรรยาผู้อื่น” หลันเจ๋อพูดยิ้มๆ “มีเพียงคนมีหน้ามีตาอย่างคุณหนูหยางจึงจะเรียกได้ว่าเหมาะสมกับการเป็นภรรยา!”
หยางฉี่สยายิ้ม “เจ้าประชดข้าอีกแล้ว ช่างเถิด ข้าจะไม่พูดกับเจ้าให้มากความ เซี่ยนจู่น่าจะเดินไปไกลแล้ว ข้าต้องรีบตามนางออกไป”
หลันเจ๋อเปิดม่านให้หยางฉี่สยา จะส่งนางออกนอกเรือนด้วยตนเอง ก่อนจากมาหยางฉี่สยาก็เอ่ยปากพูดอีกครา คนทั้งสองพูดจาอย่างเกรงอกเกรงใจกันอยู่นาน
Comments
