ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 2
บทที่ 2 จับพลัดจับผลู
ต่อจากเหตุการณ์โกลาหลในงานแต่ง เรื่องราวที่ซื่อจื่อของเฉากั๋วกงอาละวาดที่วัดเจวี๋ยเยวี่ยก็ถูกเล่าลือจนรู้กันทั่วอีกครั้งในเวลาไม่นาน
ข่าวลือเล่าว่าหนุ่มสาวทั้งสองเดิมทีรักใคร่ผูกพันกันลึกซึ้ง หลังจากซื่อจื่อของเฉากั๋วกงทำลายงานแต่งเพื่อรักแท้ คุณหนูเฮ่อหลันกลับตีตัวออกหาก เป็นเหตุให้ซื่อจื่อของเฉากั๋วกงที่โกรธแค้นจัดคิดจะผลักนางลงน้ำ หมายสละชีพบูชารัก เรื่องเล่านี้ถูกพรรณนาต่อๆ กันไปอย่างมีสีสัน เศร้าระทมกินใจ แม้แต่คนโง่ก็ยังมองออกว่าเป็นฝีมือคนของจวนเฉากั๋วกงคอยกระพือหนุนคลื่นลมให้พัดไปไกล หาไม่แล้วคงไม่ผลักความผิดทั้งหมดไปที่ฝ่ายหญิง
แน่นอนว่าข้าหลวงตรวจการไม่คิดเช่นนั้น บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเกือบถูกเจ้าคนมักมากชั้นสูงผลักตกน้ำตกท่า มิหนำซ้ำยังถูกกลับขาวเป็นดำ เช่นนี้ต้องบอกว่า ‘หากนี่ยังทนได้ จะมีเรื่องใดที่ทนไม่ได้เล่า!’
ในสำนักตรวจการทั้งหมด ลำพังแค่ผู้ตรวจการสิบสามฝ่ายที่ประจำการก็มีอยู่ร้อยกว่าคนแล้ว รวมกับขุนนางที่ปรึกษาจากหกกรมอีกหลายสิบคนพร้อมใจกันขุดบัญชีเก่า ส่งหนังสือสิบกว่าฉบับไปยังฝ่ายตรวจสอบฎีกาเพื่อฟ้องร้องซื่อจื่อของเฉากั๋วกงภายในวันเดียว โดยสาธยายว่าเขาเป็นผู้ไร้ศีลธรรมจรรยา ไร้การอบรมสั่งสอน กำเริบเสิบสาน และเมินเฉยต่อกฎหมาย มากมายยิ่งกว่าที่เฮ่อหลันฉือคาดไว้เสียอีก
เห็นชัดว่านี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น
แต่ไหนแต่ไรมาผู้ตรวจการแห่งราชสำนักต้ายงเป็นพวกอหังการไม่เกรงกลัวผู้ใด จวนเฉากั๋วกงมาล่วงเกินผู้ตรวจการเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับแหย่รังแตน ยามพวกเขาบ้าคลั่งขึ้นมา ต่อให้เป็นขุนนางจากสำนักราชเลขาธิการยังกล้าแข็งข้อ นับประสาอะไรกับซื่อจื่อของเฉากั๋วกง
เฮ่อหลันจิ่นบิดาของนางพอรู้เรื่องนี้เข้าก็โมโหเดือดดาล แต่ติดที่บุตรสาวคนนี้ก็เป็นที่น่าทะนุถนอมอย่างยิ่ง อย่าว่าแต่ลงมือตีเลย แค่เอานิ้วแตะเขาก็ยังทำใจไม่ได้ ทำได้เพียงเดินงุ่นง่านไปมาเหมือนสิงโตอารมณ์เสีย
“บอกแล้วใช่หรือไม่ว่าให้เจ้าอยู่แต่ในจวน เช่นนั้นก็คงไม่เกิดเรื่องพรรค์นี้ ถ้าเจ้าเกิดเรื่องร้ายขึ้นมา ข้าจะอธิบายต่อท่านแม่เจ้าที่จากไปแล้วได้อย่างไร!”
ซวงจือสาวใช้คุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้น
ตอนแรกนางเฝ้าอยู่หน้าประตูดีๆ ไม่รู้ว่าผู้ใดมาฟาดนางจนสลบ พอตื่นขึ้นมาไม่เห็นเงาของคุณหนูแล้วก็ตกอกตกใจจนขวัญกระเจิง
เฮ่อหลันฉือถอนใจแล้วเอ่ยว่า “เฉาซื่อจื่อเอาแต่ใจทำตัวเหลวไหล ความผิดนี้มานับที่ลูกไม่ได้”
“แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นสตรี! ถ้ามิใช่ว่า…”
ขณะนั้นเฮ่อหลันเจี่ยนพี่ชายของนางกลับมาจากข้างนอกพอดี เขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมยาวสาบเฉียงสีฟ้าน้ำทะเลคลุมด้วยผ้าสีขาวนวล แต่งตัวตามแบบฉบับชายหนุ่มเจ้าสำราญกำลังหิ้วกรงนกมา ครั้นเขาเห็นภาพนี้ก็อดจุปากเอ่ยขึ้นไม่ได้
“ท่านพ่อ อย่าเอาแต่ว่าเสี่ยวฉืออย่างเดียวสิขอรับ เจ้าหลี่ถิงนั่นเดิมทีก็ไม่ใช่คนดีอะไร ท่านไม่เคยเห็นท่าทางเขาตอนเชิดจมูกขึ้นฟ้าใส่ข้าเมื่อก่อน ภายหลังพอรู้ว่าเสี่ยวฉือเป็นน้องสาวข้าเท่านั้นก็เปลี่ยนสีหน้าทันที”
เฮ่อหลันฉือและเฮ่อหลันจิ่นหันไปมองเขาพร้อมกัน
นกแก้วในกรงของเฮ่อหลันเจี่ยนส่งเสียงจุปากตามอย่างเข้าสถานการณ์ จากนั้นก็ได้ยินเฮ่อหลันจิ่นตวาดขึ้นมาอย่างไม่ได้ดั่งใจ
“เจ้าไม่ไปเรียนหนังสือ แต่งตัวเช่นนี้ทำอะไร! ยังไปเล่นนกเลียนแบบคนไม่เอาไหนพวกนั้นอีก! นกตัวนี้ซื้อมาจากที่ใด รีบเอาไปคืนเดี๋ยวนี้!”
เฮ่อหลันเจี่ยนตอบเสียงแข็ง “ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ซื้อมา มีคนให้ข้ามาต่างหาก!”
“ไม่ทำงานไม่รับค่าจ้าง คนให้มาก็ยิ่งต้องคืน!”
เฮ่อหลันฉือมองดูพี่ชายถูกบิดาวิ่งไล่ไปทั่วบ้านด้วยความเคยชิน
ปัญหาเป็นเพราะเฮ่อหลันเจี่ยนทำตัวไม่เอาอ่าวจริงๆ ตอนที่นางกลับมาจากชิงโจวยังตื่นตกใจ พี่ชายเรียนหนังสือมาสามปีไม่มีความก้าวหน้า อุตส่าห์อาศัยบารมีบิดาได้เข้าไปเรียนในสำนักศึกษาหลวง แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แม้กระทั่งบทความง่ายๆ สักบทก็ยังไม่มีปัญญา เขียนออกมาได้กระท่อนกระแท่น สุดท้ายก็มาขอให้นางช่วยเขียนแทน
“คุณหนู…”
พ่อบ้านในจวนถือสมุดบัญชีมาด้วยท่าทางกระวนกระวายเล็กน้อย
เฮ่อหลันฉือเห็นว่าบิดาคงไม่มาสนใจนางชั่วคราว จึงดึงแขนซวงจือขึ้นมา รับสมุดบัญชีแล้วเดินเข้าไปที่ห้องเก็บของ
“ท่านลุงชี เดือนนี้ยังไม่เกินงบใช่หรือไม่”
“เรียนคุณหนู ยังขอรับ”
เฮ่อหลันฉือพลิกเปิดสมุดบัญชีดูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอนใจอย่างโล่งอก
มารดานางจากไปเร็ว บิดานางก็ไม่ได้แต่งงานรับอนุภรรยาเข้ามาอีก ยามนี้งานทุกอย่างในจวนล้วนให้นางเป็นคนดูแลจัดการ
บิดานางมีตำแหน่งอยู่ในคณะเก้ามนตรี* สถานะมีหน้ามีตายิ่ง แต่ในราชสำนักต้ายงไม่ว่าขุนนางคนใดแค่อาศัยเบี้ยหวัดล้วนยากจะรักษาหน้าตาและสายสัมพันธ์กับผู้คนทั้งสิ้น จำต้องพึ่งพารายได้จากทางอื่น แต่จนใจที่บิดานางเป็นคนหัวแข็งที่ซื่อสัตย์สุจริตถึงแก่นกระดูก อย่าว่าแต่ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนเลย แม้แต่ค่าน้ำร้อนน้ำชาที่ขุนนางนอกเขตมอบให้ยามเข้ามาเมืองหลวงตามกิจวัตรเขาก็ยังไม่อยากรับ แทบจะตอกคำว่าซื่อตรงไว้บนหน้าผาก ทำให้เขายื่นหนังสือฟ้องร้องพวกขุนนางใหญ่หรือชนชั้นสูงได้อย่างไม่ต้องกลัวเกรง
ทว่าเมื่อเป็นเช่นนี้รายจ่ายทั้งหมดในจวนจึงต้องกระเบียดกระเสียรอย่างยิ่ง มิหนำซ้ำบิดานางยังมีงานอดิเรกชอบอุปถัมภ์ค้ำชูบัณฑิตยากจนด้วย
เฮ่อหลันฉือเข้าไปในห้องเก็บของ นิ้วเรียวยาวดีดเขี่ยไปมาบนลูกคิด ห้านิ้วพลิ้วไหวขณะดูสมุดบัญชี
ลุงชีพ่อบ้านแม้มองเห็นภาพนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ยังคงรู้สึกว่าน่าอัศจรรย์อยู่ดี
สาวน้อยก้มหน้าผากเกลี้ยงกลม ผิวพรรณใสกระจ่าง ผิวบางราวสัมผัสก็แตก ไร้ซึ่งตำหนิเพียงเล็กน้อย เส้นผมสีหมึกที่รวบไม่แน่นเลื่อนหล่นลงมาจากข้างขมับแผ่วเบา คล้ายว่าจะพากลิ่นหอมอ่อนๆ มาด้วย ยิ่งทำให้นางดูเปราะบางแตกง่ายราวกับเครื่องลายคราม
รูปโฉมเช่นนี้สมควรที่จะถูกคนนำไปประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้า ไม่ต้องแปดเปื้อนเรื่องทางโลก ไร้กังวลกับทุกสรรพสิ่ง ทว่าบัดนี้…กำลังคิดคำนวณบัญชีอย่างคล่องแคล่วเป็นพิเศษ
Comments
