ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 2
วันต่อมารอกระทั่งถึงช่วงบ่ายก็ยังไม่ได้ยินข่าวคราวอะไร เฮ่อหลันฉือจึงไปคัดอักษรอยู่ในห้องฆ่าเวลา
นางคัดอยู่นานเท่าไรไม่ทราบได้ จู่ๆ ก็เห็นซวงจือวิ่งเข้ามา พูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น “คุณหนู มาแล้วเจ้าค่ะ!”
เฮ่อหลันฉือถือพู่กันอยู่ ตั้งใจว่าจะคัดอักษรต่อ ข้างหูก็ได้ยินเสียงอึกทึกจากเรือนหน้า
ครู่หนึ่งผ่านไปนางก็ยอมรับอย่างจนใจว่าตนไม่มีสมาธิจะคัดอักษรต่อแล้ว
ฟังจากเสียงด้านนอก คนที่มาคงไม่ใช่แค่หลินจางคนเดียว น่าจะมีสหายร่วมเรียนของเขาด้วย
เรื่องนี้ไม่แปลกอะไร เรียกหลินจางมาคนเดียวอาจส่อเจตนาชัดเจนไปสักหน่อย อีกทั้งบิดานางก็เอ็นดูเหล่าบัณฑิตมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะผู้ที่เรียนหนังสือได้ดี ไม่เพียงเชื้อเชิญมาที่จวนเพื่อชี้แนะมอบตำราให้ หากเจอบัณฑิตที่ครอบครัวยากจนข้นแค้นยังเสนอมอบเงินช่วยอุปถัมภ์ด้วย ถ้าบังเอิญคนคนนั้นเขียนบทความที่บิดานางชื่นชมอีกสักสองสามบท เขาก็แทบจะทำประหนึ่งอีกฝ่ายเป็นบุตรในไส้เลยทีเดียว…จากนั้นจึงค่อยกลับมาตักเตือนโน้มน้าว หรืออาจถึงขั้นตวาดด่าทอลูกแท้ๆ ของตน
เฮ่อหลันฉือกำลังคิดจะออกไปข้างนอก สายตาพลางทอดมองผ่านระเบียงเชื่อมไปยังที่ไกลออกไป
ประจวบเหมาะสบสายตากับดวงตาดอกท้อคู่หนึ่งเข้าพอดี
เฮ่อหลันฉือ “…?”
คนผู้นี้นี่อย่างไรกัน! อย่างกับวิญญาณตามหลอกหลอนไม่มีผิด!
ลู่อู๋โยวยืนอยู่ข้างๆ หลินจาง หลังเหยียดตรงผึ่งผาย รอยยิ้มอ่อนละมุน ดูถ่อมตนและสุภาพ
เฮ่อหลันฉือขมวดคิ้วน้อยๆ ใช้สายตาถามเขาว่า ‘ไหนเจ้าบอกว่าไม่สนใจแม้แต่น้อยมิใช่หรือ แล้วแจ้นมาถึงจวนข้าเพราะเหตุใด’
ลู่อู๋โยวยักไหล่อย่างแทบไม่สังเกตเห็น หางตาชำเลืองไปทางหลินจางที่อยู่ข้างๆ ราวกับจะตอบว่า ‘เขาขอให้ข้ามาให้ได้ ข้าก็ไม่สะดวกจะปฏิเสธ’ จากนั้นแววตาเขาก็เก็บประกาย เบนสายตาออกไปประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเป็นว่าไม่เคยเห็นนางมาก่อน
เฮ่อหลันฉือเดินมาถึงหน้าประตูชั้นในพร้อมกับความรู้สึกพูดไม่ออก
เฮ่อหลันเจี่ยนโบกพัดจีบเอื่อยๆ “อีกประเดี๋ยวท่านพ่อข้าก็กลับมาแล้ว พวกเจ้านั่งพักชมดูตามสบาย…อ้า นั่นน้องสาวข้า” น้ำเสียงเปลี่ยนไปเป็นกระตือรือร้นฉับพลัน “เสี่ยวฉือ เจ้ามาได้อย่างไร ถือโอกาสแนะนำให้เจ้ารู้จักพอดี เซ่าเยี่ยนเจ้ารู้จักแล้ว คนข้างๆ นี้คือ…”
เฮ่อหลันฉือกวาดตาไปตามคำพูดของพี่ชาย
พวกเขามากันทั้งหมดห้าคน นอกจากลู่อู๋โยวสี่คนที่เหลือล้วนทำท่าเกร็งประหม่าขึ้นมาในชั่วอึดใจ หากไม่กระอึกกระอักก็ก้มหน้ามองพื้นหรือเกาศีรษะอย่างตื่นเต้น ส่วนหลินจางนั้นหน้าแดงจนเห็นชัดกว่าปกติ
เฮ่อหลันเจี่ยนแนะนำไปทีละคน เมื่อพูดถึงลู่อู๋โยวเขาก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของเฮ่อหลันฉือคล้ายจะแปลกพิกล จึงถามอย่างสงสัย
“พวกเจ้าเคยเจอกันมาก่อนหรือ”
เฮ่อหลันฉือตอบอย่างสุภาพ “…ไม่รู้จัก”
ลู่อู๋โยวทำหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ไม่เคยเจอ”
เมื่อกลุ่มคนเดินตามเฮ่อหลันจิ่นเข้าไปในห้องหนังสือ เฮ่อหลันเจี่ยนจึงค่อยขยับเข้ามาใกล้เฮ่อหลันฉือ ยกพัดปิดบังใบหน้าขณะพูด
“ไม่รู้จักจริงหรือ ข้าเพิ่งนึกออก เจ้าเคยอยู่ที่ชิงโจวมาก่อน ลู่อู๋โยวผู้นี้ได้ยินว่าตอนอยู่ชิงโจวชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อย…คงมิใช่…” เขาลังเลก่อนจะพูดอย่างไม่แน่ใจ “เพราะหน้าตากระมัง”
เฮ่อหลันฉือเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ชี้แจงอย่างไร้ความรู้สึก “ไม่ เพราะความสามารถ”
เฮ่อหลันเจี่ยน “…?”
เฮ่อหลันฉือรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “ท่านไม่เคยอ่านบทความของเขาหรือ”
“…ข้าควรจะอ่านเช่นนั้นหรือ”
“ท่านเรียนหนังสืออยู่ในสำนักศึกษาหลวง…คงจะเคยผ่านตาบทความตัวอย่างของเจี้ยหยวนเมื่อปีที่แล้วบ้างกระมัง”
เฮ่อหลันเจี่ยนกระแอมสองครั้ง
เฮ่อหลันฉือเพิ่งรับรู้ว่าพี่ชายไม่ใส่ใจศึกษาเล่าเรียนถึงเพียงใด นางพูดต่อไปอย่างไร้ความรู้สึก “เอาเป็นว่าท่านรู้แค่เขาเขียนบทความได้ดีมากก็พอ เขามีชื่อในเรื่องคิดอ่านฉับไว จับพู่กันเขียนโดยไม่ต้องหยุดคิด อีกทั้งยังอ่านตำราโบราณมาจนขึ้นใจ แนวคิดละเอียดเลิศล้ำ ถ้อยคำกระชับคมคาย”
ทีแรกนางเคยพยายามจับผิดงานเขียนของลู่อู๋โยวมาก่อน แต่อ่านอยู่นานสองนานก็จำต้องยอมรับว่าเขาเขียนได้ดีมากจริงๆ
“เจ้าประเมินเขาสูงเพียงนี้เชียวหรือ” เฮ่อหลันเจี่ยนมองนางอย่างตกใจ นี่เป็นครั้งแรกเท่าที่เขาจำได้ว่านางเอ่ยปากชมคนถึงเพียงนี้ เขาย้อนนึกถึงรูปร่างหน้าตาของลู่อู๋โยวแล้วก็เอ่ยว่า “อย่าบอกนะว่าเจ้า…”
เฮ่อหลันฉือหันหน้ามาเล็กน้อย สายตาอันตรายอย่างยิ่งยวด
“มะ…ไม่มีอะไร ข้าพูดเหลวไหลไปเอง!” เฮ่อหลันเจี่ยนคลี่พัดโบก “อากาศร้อนยิ่งนัก ฮะๆๆ”
เฮ่อหลันจิ่นพาคนเข้าไปในห้องหนังสือแล้วสนทนากันราวครึ่งชั่วยาม ก่อนจะกล่าวลากันโดยรั้งหลินจางไว้คนเดียว
คนสี่คนที่เดินออกมาแสดงสีหน้าแตกต่างกันไป แต่สามคนในกลุ่มมองไปยังเด็กหนุ่มที่หน้าตาโดดเด่นที่สุดด้วยสีหน้าแฝงความอิจฉา ในขณะที่ลู่อู๋โยวสีหน้าเป็นปกติ ไม่แตกต่างจากตอนเข้าไปมากนัก
“พี่จี้อันได้รับการยอมรับจากใต้เท้าเฮ่อหลัน วันหน้าอนาคตย่อมยาวไกลไร้ขีดจำกัดแล้ว”
“เสียดายที่ข้าร่ำเรียนสู้พี่จี้อันไม่ได้ อยากจะเรียนให้มากกว่านี้อีกสองปี เมื่อครู่จะได้ไม่ถึงกับ…”
พวกเขาก็ไม่คิดไม่ฝันว่าใต้เท้าเฮ่อหลันเรียกพวกเขามาเพื่อสนทนาตำราและประวัติศาสตร์จริงๆ! มีแต่ผีที่รู้ว่าใต้เท้าผู้นี้ผ่านการเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อมาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว แต่ยังสนใจตำรับตำราราวกับสมบัติในบ้าน ระหว่างการถามตอบ อีกสามคนต่างตื่นเต้นจนเผลอปล่อยความเขลา มีเพียงลู่อู๋โยวกับหลินจางที่ยังตอบได้คล่องแคล่ว
ต่อจากนั้นใต้เท้าเฮ่อหลันก็ถามอีกว่าพวกเขามีบทความที่เขียนติดตัวมาบ้างหรือไม่
ผลลัพธ์ก็เป็นลู่อู๋โยวได้หน้าไป
ท่าทางของใต้เท้าเฮ่อหลันตอนที่ถือบทความของลู่อู๋โยวอย่างไม่ยอมวางมือทำให้ทุกคนต่างอิจฉาตาร้อน อยากให้เป็นตนเองใจจะขาด
“เห็นใต้เท้าเฮ่อหลันยอมรับในความสามารถของพี่จี้อันแล้ว ไม่แน่ว่าอาจรับพี่จี้อันมาเป็นเขยขวัญก็เป็นได้…”
“เมื่อครู่พวกเจ้าก็เห็นแล้ว รูปโฉมของคุณหนูเฮ่อหลันคนนั้น…เรียกว่าเทพธิดาจุติลงมายังไม่เทียบเท่า คำโบราณที่ว่าแลชม้ายครั้งแรกล่มเมือง ชายตาอีกคราล่มแคว้น ได้มาเห็นกับตาก็วันนี้”
“พี่จี้อัน ท่าน…”
บริเวณสวนของจวนเฮ่อหลันปลูกต้นอวี้หลัน* ไว้หลายต้น ยามนี้ผลิดอกบานเป็นสีขาวนวล งามราวหยกแกะสลัก สายลมพัดโชยมานำพากลิ่นหอมฟุ้งกระจาย กลีบบุปผาคล้ายแผ่นหิมะปลิดขั้วร่วงหล่นลงมาบนเนินไหล่ของลู่อู๋โยวก่อนจะลอยไปแสนไกล
เมื่อมองผ่านหน้าต่าง เห็นระหว่างช่องแมกไม้มีเด็กหนุ่มสง่างามผึ่งผายเดินทอดน่องไปตามทางหิน เคลื่อนไหวเชื่องช้างดงามราวกับกิ่งอ่อนของต้นอวี้หลันในสวน
ความรู้สู้ไม่ได้ก็ไม่เท่าไร แต่รูปกายยังแพ้ราบคาบ ช่างน่าเจ็บใจอะไรเช่นนี้
ด้วยรูปโฉมเช่นนี้ของลู่อู๋โยว ขอเพียงผ่านเข้าไปสอบหน้าพระที่นั่งได้ เกรงว่าแค่อาศัยหน้าตาก็เอาชนะเป็นทั่นฮวาได้แล้ว
“จี้อัน ข้าล่ะอิจฉาเจ้าจริงๆ…”
“ในหมู่พวกเราถ้าจะมีผู้ใดต้องตาคุณหนูเฮ่อหลันได้ ก็คงจะหนีไม่พ้นท่าน…”
ลู่อู๋โยวปัดดอกไม้ที่ร่วงลงบนตัวพลางพูดยิ้มๆ “พูดเช่นนี้ทำให้ข้าไม่กล้ารับจริงๆ”
ถึงเฮ่อหลันจิ่นจะชอบบทความของเขามาก แต่คนที่มาดูตัวที่แท้จริงในวันนี้ไม่ใช่เขา ดังนั้นลู่อู๋โยวจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
โสตประสาทของเขาดีกว่าคนทั่วไป เวลานี้ยังได้ยินเสียงเฮ่อหลันจิ่นซักถามหลินจางเหมือนโจมตีทางอ้อมภายในห้อง มุมปากยกขึ้นอย่างยั้งไม่อยู่
จังหวะนั้นเองจู่ๆ หน้าประตูก็มีเสียงเคาะดังขึ้น
ทุกคนรวมถึงบ่าวรับใช้ในจวนเฮ่อหลันต่างตกใจ จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงดังเหมือนจุดประทัด
“นายท่านหลิน! นายท่านหลินอยู่หรือไม่!”
ด้านหลังมีคนกรูตามกันมากลุ่มใหญ่
คนเฝ้าประตูพูดอย่างตกใจ “นี่เป็นจวนเฮ่อหลัน นายท่านหลินที่ใดกัน ท่านน่าจะมาผิดบ้านแล้ว!”
“ข้าเพิ่งมาจากที่ทำการสมาคม เห็นบอกว่านายท่านหลินมาที่นี่! ข้านำใบประกาศจินฮวา มาส่ง! นายท่านหลินสอบผ่านแล้ว! ติดเป็นลำดับที่สิบห้า!”
Comments
