ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 2 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 2

วันต่อมารอกระทั่งถึงช่วงบ่ายก็ยังไม่ได้ยินข่าวคราวอะไร เฮ่อหลันฉือจึงไปคัดอักษรอยู่ในห้องฆ่าเวลา

นางคัดอยู่นานเท่าไรไม่ทราบได้ จู่ๆ ก็เห็นซวงจือวิ่งเข้ามา พูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น “คุณหนู มาแล้วเจ้าค่ะ!”

เฮ่อหลันฉือถือพู่กันอยู่ ตั้งใจว่าจะคัดอักษรต่อ ข้างหูก็ได้ยินเสียงอึกทึกจากเรือนหน้า

ครู่หนึ่งผ่านไปนางก็ยอมรับอย่างจนใจว่าตนไม่มีสมาธิจะคัดอักษรต่อแล้ว

ฟังจากเสียงด้านนอก คนที่มาคงไม่ใช่แค่หลินจางคนเดียว น่าจะมีสหายร่วมเรียนของเขาด้วย

เรื่องนี้ไม่แปลกอะไร เรียกหลินจางมาคนเดียวอาจส่อเจตนาชัดเจนไปสักหน่อย อีกทั้งบิดานางก็เอ็นดูเหล่าบัณฑิตมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะผู้ที่เรียนหนังสือได้ดี ไม่เพียงเชื้อเชิญมาที่จวนเพื่อชี้แนะมอบตำราให้ หากเจอบัณฑิตที่ครอบครัวยากจนข้นแค้นยังเสนอมอบเงินช่วยอุปถัมภ์ด้วย ถ้าบังเอิญคนคนนั้นเขียนบทความที่บิดานางชื่นชมอีกสักสองสามบท เขาก็แทบจะทำประหนึ่งอีกฝ่ายเป็นบุตรในไส้เลยทีเดียว…จากนั้นจึงค่อยกลับมาตักเตือนโน้มน้าว หรืออาจถึงขั้นตวาดด่าทอลูกแท้ๆ ของตน

เฮ่อหลันฉือกำลังคิดจะออกไปข้างนอก สายตาพลางทอดมองผ่านระเบียงเชื่อมไปยังที่ไกลออกไป

ประจวบเหมาะสบสายตากับดวงตาดอกท้อคู่หนึ่งเข้าพอดี

เฮ่อหลันฉือ “…?”

คนผู้นี้นี่อย่างไรกัน! อย่างกับวิญญาณตามหลอกหลอนไม่มีผิด!

ลู่อู๋โยวยืนอยู่ข้างๆ หลินจาง หลังเหยียดตรงผึ่งผาย รอยยิ้มอ่อนละมุน ดูถ่อมตนและสุภาพ

เฮ่อหลันฉือขมวดคิ้วน้อยๆ ใช้สายตาถามเขาว่า ‘ไหนเจ้าบอกว่าไม่สนใจแม้แต่น้อยมิใช่หรือ แล้วแจ้นมาถึงจวนข้าเพราะเหตุใด’

ลู่อู๋โยวยักไหล่อย่างแทบไม่สังเกตเห็น หางตาชำเลืองไปทางหลินจางที่อยู่ข้างๆ ราวกับจะตอบว่า ‘เขาขอให้ข้ามาให้ได้ ข้าก็ไม่สะดวกจะปฏิเสธ’ จากนั้นแววตาเขาก็เก็บประกาย เบนสายตาออกไปประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเป็นว่าไม่เคยเห็นนางมาก่อน

เฮ่อหลันฉือเดินมาถึงหน้าประตูชั้นในพร้อมกับความรู้สึกพูดไม่ออก

เฮ่อหลันเจี่ยนโบกพัดจีบเอื่อยๆ “อีกประเดี๋ยวท่านพ่อข้าก็กลับมาแล้ว พวกเจ้านั่งพักชมดูตามสบาย…อ้า นั่นน้องสาวข้า” น้ำเสียงเปลี่ยนไปเป็นกระตือรือร้นฉับพลัน “เสี่ยวฉือ เจ้ามาได้อย่างไร ถือโอกาสแนะนำให้เจ้ารู้จักพอดี เซ่าเยี่ยนเจ้ารู้จักแล้ว คนข้างๆ นี้คือ…”

เฮ่อหลันฉือกวาดตาไปตามคำพูดของพี่ชาย

พวกเขามากันทั้งหมดห้าคน นอกจากลู่อู๋โยวสี่คนที่เหลือล้วนทำท่าเกร็งประหม่าขึ้นมาในชั่วอึดใจ หากไม่กระอึกกระอักก็ก้มหน้ามองพื้นหรือเกาศีรษะอย่างตื่นเต้น ส่วนหลินจางนั้นหน้าแดงจนเห็นชัดกว่าปกติ

เฮ่อหลันเจี่ยนแนะนำไปทีละคน เมื่อพูดถึงลู่อู๋โยวเขาก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของเฮ่อหลันฉือคล้ายจะแปลกพิกล จึงถามอย่างสงสัย

“พวกเจ้าเคยเจอกันมาก่อนหรือ”

เฮ่อหลันฉือตอบอย่างสุภาพ “…ไม่รู้จัก”

ลู่อู๋โยวทำหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ไม่เคยเจอ”

 

เมื่อกลุ่มคนเดินตามเฮ่อหลันจิ่นเข้าไปในห้องหนังสือ เฮ่อหลันเจี่ยนจึงค่อยขยับเข้ามาใกล้เฮ่อหลันฉือ ยกพัดปิดบังใบหน้าขณะพูด

“ไม่รู้จักจริงหรือ ข้าเพิ่งนึกออก เจ้าเคยอยู่ที่ชิงโจวมาก่อน ลู่อู๋โยวผู้นี้ได้ยินว่าตอนอยู่ชิงโจวชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อย…คงมิใช่…” เขาลังเลก่อนจะพูดอย่างไม่แน่ใจ “เพราะหน้าตากระมัง”

เฮ่อหลันฉือเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ชี้แจงอย่างไร้ความรู้สึก “ไม่ เพราะความสามารถ”

เฮ่อหลันเจี่ยน “…?”

เฮ่อหลันฉือรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “ท่านไม่เคยอ่านบทความของเขาหรือ”

“…ข้าควรจะอ่านเช่นนั้นหรือ”

“ท่านเรียนหนังสืออยู่ในสำนักศึกษาหลวง…คงจะเคยผ่านตาบทความตัวอย่างของเจี้ยหยวนเมื่อปีที่แล้วบ้างกระมัง”

เฮ่อหลันเจี่ยนกระแอมสองครั้ง

เฮ่อหลันฉือเพิ่งรับรู้ว่าพี่ชายไม่ใส่ใจศึกษาเล่าเรียนถึงเพียงใด นางพูดต่อไปอย่างไร้ความรู้สึก “เอาเป็นว่าท่านรู้แค่เขาเขียนบทความได้ดีมากก็พอ เขามีชื่อในเรื่องคิดอ่านฉับไว จับพู่กันเขียนโดยไม่ต้องหยุดคิด อีกทั้งยังอ่านตำราโบราณมาจนขึ้นใจ แนวคิดละเอียดเลิศล้ำ ถ้อยคำกระชับคมคาย”

ทีแรกนางเคยพยายามจับผิดงานเขียนของลู่อู๋โยวมาก่อน แต่อ่านอยู่นานสองนานก็จำต้องยอมรับว่าเขาเขียนได้ดีมากจริงๆ

“เจ้าประเมินเขาสูงเพียงนี้เชียวหรือ” เฮ่อหลันเจี่ยนมองนางอย่างตกใจ นี่เป็นครั้งแรกเท่าที่เขาจำได้ว่านางเอ่ยปากชมคนถึงเพียงนี้ เขาย้อนนึกถึงรูปร่างหน้าตาของลู่อู๋โยวแล้วก็เอ่ยว่า “อย่าบอกนะว่าเจ้า…”

เฮ่อหลันฉือหันหน้ามาเล็กน้อย สายตาอันตรายอย่างยิ่งยวด

“มะ…ไม่มีอะไร ข้าพูดเหลวไหลไปเอง!” เฮ่อหลันเจี่ยนคลี่พัดโบก “อากาศร้อนยิ่งนัก ฮะๆๆ”

 

เฮ่อหลันจิ่นพาคนเข้าไปในห้องหนังสือแล้วสนทนากันราวครึ่งชั่วยาม ก่อนจะกล่าวลากันโดยรั้งหลินจางไว้คนเดียว

คนสี่คนที่เดินออกมาแสดงสีหน้าแตกต่างกันไป แต่สามคนในกลุ่มมองไปยังเด็กหนุ่มที่หน้าตาโดดเด่นที่สุดด้วยสีหน้าแฝงความอิจฉา ในขณะที่ลู่อู๋โยวสีหน้าเป็นปกติ ไม่แตกต่างจากตอนเข้าไปมากนัก

“พี่จี้อันได้รับการยอมรับจากใต้เท้าเฮ่อหลัน วันหน้าอนาคตย่อมยาวไกลไร้ขีดจำกัดแล้ว”

“เสียดายที่ข้าร่ำเรียนสู้พี่จี้อันไม่ได้ อยากจะเรียนให้มากกว่านี้อีกสองปี เมื่อครู่จะได้ไม่ถึงกับ…”

พวกเขาก็ไม่คิดไม่ฝันว่าใต้เท้าเฮ่อหลันเรียกพวกเขามาเพื่อสนทนาตำราและประวัติศาสตร์จริงๆ! มีแต่ผีที่รู้ว่าใต้เท้าผู้นี้ผ่านการเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อมาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว แต่ยังสนใจตำรับตำราราวกับสมบัติในบ้าน ระหว่างการถามตอบ อีกสามคนต่างตื่นเต้นจนเผลอปล่อยความเขลา มีเพียงลู่อู๋โยวกับหลินจางที่ยังตอบได้คล่องแคล่ว

ต่อจากนั้นใต้เท้าเฮ่อหลันก็ถามอีกว่าพวกเขามีบทความที่เขียนติดตัวมาบ้างหรือไม่

ผลลัพธ์ก็เป็นลู่อู๋โยวได้หน้าไป

ท่าทางของใต้เท้าเฮ่อหลันตอนที่ถือบทความของลู่อู๋โยวอย่างไม่ยอมวางมือทำให้ทุกคนต่างอิจฉาตาร้อน อยากให้เป็นตนเองใจจะขาด

“เห็นใต้เท้าเฮ่อหลันยอมรับในความสามารถของพี่จี้อันแล้ว ไม่แน่ว่าอาจรับพี่จี้อันมาเป็นเขยขวัญก็เป็นได้…”

“เมื่อครู่พวกเจ้าก็เห็นแล้ว รูปโฉมของคุณหนูเฮ่อหลันคนนั้น…เรียกว่าเทพธิดาจุติลงมายังไม่เทียบเท่า คำโบราณที่ว่าแลชม้ายครั้งแรกล่มเมือง ชายตาอีกคราล่มแคว้น ได้มาเห็นกับตาก็วันนี้”

“พี่จี้อัน ท่าน…”

บริเวณสวนของจวนเฮ่อหลันปลูกต้นอวี้หลัน* ไว้หลายต้น ยามนี้ผลิดอกบานเป็นสีขาวนวล งามราวหยกแกะสลัก สายลมพัดโชยมานำพากลิ่นหอมฟุ้งกระจาย กลีบบุปผาคล้ายแผ่นหิมะปลิดขั้วร่วงหล่นลงมาบนเนินไหล่ของลู่อู๋โยวก่อนจะลอยไปแสนไกล

เมื่อมองผ่านหน้าต่าง เห็นระหว่างช่องแมกไม้มีเด็กหนุ่มสง่างามผึ่งผายเดินทอดน่องไปตามทางหิน เคลื่อนไหวเชื่องช้างดงามราวกับกิ่งอ่อนของต้นอวี้หลันในสวน

ความรู้สู้ไม่ได้ก็ไม่เท่าไร แต่รูปกายยังแพ้ราบคาบ ช่างน่าเจ็บใจอะไรเช่นนี้

ด้วยรูปโฉมเช่นนี้ของลู่อู๋โยว ขอเพียงผ่านเข้าไปสอบหน้าพระที่นั่งได้ เกรงว่าแค่อาศัยหน้าตาก็เอาชนะเป็นทั่นฮวาได้แล้ว

“จี้อัน ข้าล่ะอิจฉาเจ้าจริงๆ…”

“ในหมู่พวกเราถ้าจะมีผู้ใดต้องตาคุณหนูเฮ่อหลันได้ ก็คงจะหนีไม่พ้นท่าน…”

ลู่อู๋โยวปัดดอกไม้ที่ร่วงลงบนตัวพลางพูดยิ้มๆ “พูดเช่นนี้ทำให้ข้าไม่กล้ารับจริงๆ”

ถึงเฮ่อหลันจิ่นจะชอบบทความของเขามาก แต่คนที่มาดูตัวที่แท้จริงในวันนี้ไม่ใช่เขา ดังนั้นลู่อู๋โยวจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

โสตประสาทของเขาดีกว่าคนทั่วไป เวลานี้ยังได้ยินเสียงเฮ่อหลันจิ่นซักถามหลินจางเหมือนโจมตีทางอ้อมภายในห้อง มุมปากยกขึ้นอย่างยั้งไม่อยู่

จังหวะนั้นเองจู่ๆ หน้าประตูก็มีเสียงเคาะดังขึ้น

ทุกคนรวมถึงบ่าวรับใช้ในจวนเฮ่อหลันต่างตกใจ จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงดังเหมือนจุดประทัด

“นายท่านหลิน! นายท่านหลินอยู่หรือไม่!”

ด้านหลังมีคนกรูตามกันมากลุ่มใหญ่

คนเฝ้าประตูพูดอย่างตกใจ “นี่เป็นจวนเฮ่อหลัน นายท่านหลินที่ใดกัน ท่านน่าจะมาผิดบ้านแล้ว!”

“ข้าเพิ่งมาจากที่ทำการสมาคม เห็นบอกว่านายท่านหลินมาที่นี่! ข้านำใบประกาศจินฮวา มาส่ง! นายท่านหลินสอบผ่านแล้ว! ติดเป็นลำดับที่สิบห้า!”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก

ทดลองอ่าน ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก บทที่ 9-10

บทที่ 9 หวังอวี้หล่างไม่นึกฝันว่าจะได้มาเจอกับองค์ชายรองที่นี่ เมื่อครู่นี้เขายังแสดงกิริยาเสียมารยาทอีกด้วย ในเวลานั้นจ...

ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก

ทดลองอ่าน ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก บทที่ 7-8

บทที่ 7 อวี้ฉือเฟยเยี่ยนฝืนยิ้มเอ่ย “เซียวอ๋องเสด็จมาผิดเวลา โจ๊กในร้านขายหมดไปนานแล้วเพคะ” เซียวอ๋องติดกระดุมคอเสื้อ ริ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 1

บทที่ 1 โฉมงามล่มเมือง   เดือนสาม ดอกซิ่ง บานสะพรั่ง เรื่องขบขันใหญ่โตเรื่องหนึ่งแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงในเวลาอัน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกเร้นชะตา บทที่ 4.1-4.2

บทที่ 4.1 ชี้แนะส่วนตัว “ยืดหลังตรง เชิดหน้าขึ้น อย่าก้มหน้า” ฉู่จิ่นเหยาทำตามคำชี้แนะของฉินอี๋ ฝึกหัดท่าทางยามคารวะอย่า...

community.jamsai.com