ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 2 – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 2

เฮ่อหลันฉือกับเฮ่อหลันเจี่ยนมองหน้ากันแล้วก็นึกออก “น่าจะหมายถึงคุณชายหลิน”

ตอนแรกที่นางคิดว่าหลินจางอาจมาไม่ได้ก็เพราะว่าวันนี้บัณฑิตส่วนใหญ่ล้วนเก็บตัวอยู่ที่บ้าน ไม่ก็หอสุราหรือที่ทำการสมาคม รอคอยผลสอบอย่างตื่นเต้นสุดขีด ไม่มีแก่ใจจะออกจากบ้านไปเป็นแขกบ้านอื่นเท่าไรนัก

เฮ่อหลันเจี่ยนได้สติจากความตกใจ “เขายังบอกข้าว่าตนเองตอบคำถามไม่ค่อยดี…”

เฮ่อหลันฉือพูดอย่างไม่เกรงใจ “คนเขาแค่ถ่อมตัวกับท่านเท่านั้น”

“มีอย่างนี้ที่ใด ข้าจะไปคิดบัญชีกับเขา!”

หลินจางสอบผ่านไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เขาเขียนความเรียงแปดขา ได้ดี หากตัดข้อที่ว่าเนื้อหาบทความราบเรียบและอยู่ในกรอบมากไปหน่อยก็ไม่มีสิ่งใดให้ติเตียน แล้วสวีเก๋อเหล่า ที่เป็นหัวหน้าคุมการสอบประจำปีนี้ก็เป็นคนเรียบง่ายซื่อตรงอยู่แต่เดิม ย่อมให้คะแนนบทความของเขาเป็นธรรมดา

เฮ่อหลันเจี่ยนยังไม่ทันเข้าไป หลินจางที่ได้ยินเสียงก็ออกมาจากห้องหนังสืออย่างรีบเร่ง

มุมานะอ่านตำรามาสิบปี สิ่งที่รอคอยก็คือยามนี้

เฮ่อหลันฉือเข้าใจเขาเป็นอย่างยิ่ง

หลินจางก้าวยาวๆ ผ่านหน้านางไป ชั่วขณะที่เห็นนาง ท่าทีก็พลันลนลานขึ้นมา ใบหน้าแดงยิ่งกว่าแต่ก่อน ริมฝีปากขยับคล้ายอยากจะพูดอะไรกับนาง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากอย่างไร

เพียงชั่วครู่เดียวเขาก็ก้มหน้ายกมือคำนับ สุดท้ายก็เดินผ่านเฮ่อหลันฉือมุ่งหน้าไปที่ประตู

ใบหน้าของเด็กหนุ่มยับยั้งความปีติยินดีไว้ไม่อยู่

การสอบหน้าพระที่นั่งไม่มีการคัดคนออก ฐานะของเขาในนามบัณฑิตสองสนามจวี่เหรินและจิ้นซื่อมั่นคงเป็นที่เรียบร้อย

บัณฑิตสามคนที่เหลือก็เดินตามมาเอ่ยแสดงความยินดีไม่ขาดปาก ส่วนที่ว่าน้ำเสียงนั้นแฝงแววอิจฉาหรือไม่ก็แล้วแต่คนจะรู้เอง

ส่วนลู่อู๋โยวเดินอยู่หลังสุด ฝีก้าวมั่นคงเนิบช้า สีหน้ายังคงไม่ปรากฏแววยินดียินร้าย แต่เฮ่อหลันฉือรู้ดีว่าเขาไม่ได้สงบนิ่งเหมือนอย่างที่แสดงออกภายนอกแน่นอน

คนมาแจ้งข่าวพูดถึงลำดับที่สิบห้าแล้ว หากต่อจากนี้ไม่มีอีก ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะสอบตก

มีความรู้ด้านการเมืองการปกครอง ความสามารถล้นเหลือ แต่สุดท้ายไม่มีรายชื่อในประกาศก็ใช่ว่าจะไม่เคยมี เนื่องจากบทความไม่เป็นที่น่าพอใจของผู้คุมสอบ ด้วยเหตุนี้ผู้เข้าสอบหลายคนจึงมักจะเขียนคำตอบให้สอดคล้องกับความชอบของผู้คุมสอบในปีนั้นๆ ทว่าบทความของลู่อู๋โยวมักแสดงความคิดเห็นเต็มที่มาแต่ไหนแต่ไร จึงเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

เฮ่อหลันฉือรู้สึกเห็นใจเขาในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

นางเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นลู่อู๋โยวเดินผ่านนางพอดี เขายกมุมปากเล็กน้อยและกล่าวกับนาง “ยินดีด้วย”

เฮ่อหลันฉือ “…?”

สายตาของลู่อู๋โยวทอดมองไปทางหลินจางที่กำลังถูกคนห้อมล้อมดุจดาวล้อมเดือนอยู่หน้าประตู

เขารู้อะไรมาอย่างนั้นหรือ

เฮ่อหลันฉือพูดเสียงเข้ม “คุณชายหลินสอบผ่าน เหตุใดถึงมาแสดงความยินดีกับข้า”

ลู่อู๋โยวถอนสายตากลับมา กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม “บิดาเจ้าตั้งใจรับหลินจางมาเป็นเขย ข้านึกว่าเจ้ารู้เสียอีก”

เฮ่อหลันฉือปฏิเสธทันควัน “ข้าไม่รู้!”

“เช่นนั้นตอนนี้ก็รู้แล้ว” ลู่อู๋โยวยังคงมีอารมณ์เย้าแหย่นางอย่างเหลือเชื่อ “ยินดีกับคุณหนูเฮ่อหลันล่วงหน้าที่ได้สามีมีความสามารถ แม้ข้าจะคาดไม่ถึงว่าบิดาเจ้าจะเลือกเขาก็ตาม หลินเซ่าเยี่ยนนิสัยใจคอใช้ได้อยู่ เพียงแต่ซื่อตรงเกินไป…ไม่รู้ว่าจะทนกับเหล่าบุรุษที่หมายปองคุณหนูเฮ่อหลันได้หรือไม่”

ความเห็นใจของเฮ่อหลันฉือหายวับไปทันที

“คุณชายลู่ช่างสบายอารมณ์ถึงเพียงนี้ สู้ไปห่วงผลการสอบของตนเองก่อนดีกว่าหรือไม่”

ลู่อู๋โยวพูดยิ้มๆ “ขอบคุณคุณหนูเฮ่อหลันที่อุตส่าห์ใส่ใจ”

เฮ่อหลันฉือก็ยิ้มแย้มเช่นกัน “ถ้าสอบตก เกรงว่าคงต้องรออีกสามปี…”

“ไม่เป็นเช่นนั้นหรอก” ลู่อู๋โยวพูดตัดบท

เฮ่อหลันฉืออึ้งงันไป

ลู่อู๋โยวเป็นคนรักษาสีหน้าสุภาพอ่อนโยนมาตลอด แต่อาจเป็นเพราะสองฝ่ายต่างรู้นิสัยกันดี เวลานี้เรียวคิ้วหางตาของเขาจึงฉายแววทะนงองอาจจนเกือบจะเรียกได้ว่าร้ายกาจ ดุจประกายคมกริบของสัตว์ดุร้ายที่ซุ่มมองเหยื่อ วาววามบาดตา

เขาเลิกคิ้วขึ้น พูดอย่างมั่นใจ “ข้าไม่มีทางสอบตก”

เฮ่อหลันฉือเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง

นางรู้สึกว่าความจอมปลอมของคนผู้นี้อยู่ตรงนี้เอง ทั้งที่เป็นคนบ้าคลั่งหยิ่งยโสไม่เคยเห็นผู้ใดในสายตา แต่กลับปกคลุมด้วยภาพลักษณ์สง่างามเรียบร้อย วิญญูชนแท้จริงจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร

ไม่รอให้เฮ่อหลันฉือพูดต่อ ด้านนอกก็มีเสียงตีฆ้องร้องป่าวดังขึ้นอีก

“นายท่านลู่ นายท่านลู่อยู่หรือไม่! ขอแจ้งข่าวดีถึงนายท่านแห่งเขตไป่เจียงเมืองชิงโจว แซ่ลู่นามอู๋โยว สอบได้เป็นฮุ่ยหยวนอันดับหนึ่งประจำการสอบปีซินโฉ่ว เข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ท้องพระโรง!”

สองคนที่ยังมองหน้ากันอยู่ต่างตะลึงงัน

เจี้ยหยวนจากการสอบระดับภูมิภาค ฮุ่ยหยวนจากการสอบระดับเมืองหลวง เขาได้อันดับหยวนมาติดกันสองครั้ง เหลือเพียงการสอบหน้าพระที่นั่งก็จะมีโอกาสคว้าได้ทั้งสามหยวนแล้ว

เฮ่อหลันฉือพึมพำจากจิตใต้สำนึก “เจ้าสอบได้จริงๆ ด้วย”

ลู่อู๋โยวก็พูดอย่างไม่แปลกใจจากจิตใต้สำนึกเช่นกัน “เรื่องนี้ธรรมดามากมิใช่หรือ”

“เจ้าตอบคำถามสี่ตำราได้อย่างไร”

“จะให้ข้าท่องคำตอบให้เจ้าฟังตอนนี้หรือ”

“ไม่ได้รึ” เฮ่อหลันฉือโต้ตอบทันควัน ราวกับย้อนไปยังช่วงเวลาตอนประชันขันแข่งกันที่ชิงโจว “เจ้าแค่ผ่านตาก็ไม่มีวันลืมมิใช่หรือไร”

ลู่อู๋โยว “…”

“นายท่านลู่! ฮุ่ยหยวนอันดับหนึ่งในการสอบระดับเมืองหลวง! นายท่าน…”

เสียงตะโกนปานจะขาดใจของผู้แจ้งข่าวดังขึ้นด้านนอก ขัดจังหวะโต้เถียงของคนทั้งสองอย่างเหมาะสมแก่เวลา

ตอนนี้เองเฮ่อหลันฉือก็ตระหนักได้ว่าข้อเรียกร้องของตนเหลวไหลเกินไป

ลู่อู๋โยวคลายหัวคิ้ว จัดเสื้อผ้า กลับสู่ท่าทางของคุณชายแสนสุภาพ แววอวดดีเมื่อครู่ค่อยๆ ถูกเก็บงำไว้ในดวงตา เขาหัวเราะเสียงเบาและเอ่ยขึ้น

“คุณหนูเฮ่อหลัน ข้าต้องขอตัวก่อน”

กระทั่งลู่อู๋โยวเดินไปไกลแล้ว เฮ่อหลันฉือถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเตือนอีกฝ่ายเรื่องคุณหนูรองจวนคังหนิงโหววางแผนจะจับเขาหลังประกาศผล

แต่ก็…ไม่เป็นไรกระมัง ในเมื่อเขามั่นอกมั่นใจถึงเพียงนั้น คงจะจัดการได้เรียบร้อย

เฮ่อหลันฉือคิดอยู่เงียบๆ

 

ครู่เดียวบิดานางก็ออกมาจากห้องหนังสือ

ตอนนี้ทุกคนถูกเชิญกลับไปหมดแล้ว ด้านนอกจวนเสียงดังอึกทึกไปทั้งถนน ตีฆ้องร้องป่าวชนิดต้องการประกาศให้รู้ไปทั่วเมืองหลวงว่าบัณฑิตฮุ่ยหยวนอยู่ที่นี่

เฮ่อหลันจิ่นเบิกบานใจยิ่ง ราวกับหวนนึกถึงวันวานตอนที่ตนสอบได้ เขาลูบเคราพลางกล่าวว่า “คนรุ่นหลังช่างน่านับถือนัก คุณชายลู่ท่านนี้เขียนบทความได้ดีจริงๆ โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับตำราและการเมือง วิพากษ์อย่างเจาะลึก มีแง่คิดน่าสนใจ ไม่เหมือนบางคนที่รู้หนังสืออย่างเดียวแต่ไม่ถ่องแท้เรื่องสังคม เด็กคนนี้มีความสามารถในการประคองบ้านเมือง วันหน้าเข้าเป็นขุนนางในราชสำนักก็จะสามารถรับใช้แผ่นดินและราษฎร เป็นโชคดีของโอรสสวรรค์แล้ว”

เฮ่อหลันฉือกระแอมออกมาทันใด นึกสงสัยอย่างยิ่งว่าบิดาอาจจะลืมไปแล้วว่าวันนี้เรียกบัณฑิตมาที่จวนด้วยเหตุใด

เฮ่อหลันจิ่นนึกขึ้นได้ทันที กระแอมทีหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ข้าถามให้แล้ว เซ่าเยี่ยนบอกว่าถ้าเจ้าตกลง เขาก็จะไปเปรยกับผู้อาวุโสที่บ้าน รอผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งก่อนค่อยกำหนดวันสู่ขอ ยามนี้เขาเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อแล้ว ผูกดองกับเจ้านับว่าสมหน้าตา”

“ถ้าบิดามารดาเขาไม่ยินยอมเล่า”

เฮ่อหลันจิ่นมองธิดาของตนอย่างแปลกใจเล็กน้อย “รองเสนาบดีหลินเป็นสหายร่วมรุ่นของข้า คงไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้หรอก เพียงแต่…” เขาปรายตามองไปทางประตูจวนแล้วพูดคล้ายเสียดาย “คุณชายลู่เมื่อครู่นี้น่ะ หากเจ้าแต่งกับเขาก็ไม่เลวทีเดียว”

“…”

เฮ่อหลันฉือพูดด้วยสีหน้านิ่งสนิท “ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้หรอกเจ้าค่ะ”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก

ทดลองอ่าน ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก บทที่ 9-10

บทที่ 9 หวังอวี้หล่างไม่นึกฝันว่าจะได้มาเจอกับองค์ชายรองที่นี่ เมื่อครู่นี้เขายังแสดงกิริยาเสียมารยาทอีกด้วย ในเวลานั้นจ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 1

บทที่ 1 โฉมงามล่มเมือง   เดือนสาม ดอกซิ่ง บานสะพรั่ง เรื่องขบขันใหญ่โตเรื่องหนึ่งแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงในเวลาอัน...

ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก

ทดลองอ่าน ซ่อนแผนร้ายชิงบัลลังก์รัก บทที่ 7-8

บทที่ 7 อวี้ฉือเฟยเยี่ยนฝืนยิ้มเอ่ย “เซียวอ๋องเสด็จมาผิดเวลา โจ๊กในร้านขายหมดไปนานแล้วเพคะ” เซียวอ๋องติดกระดุมคอเสื้อ ริ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกเร้นชะตา บทที่ 4.1-4.2

บทที่ 4.1 ชี้แนะส่วนตัว “ยืดหลังตรง เชิดหน้าขึ้น อย่าก้มหน้า” ฉู่จิ่นเหยาทำตามคำชี้แนะของฉินอี๋ ฝึกหัดท่าทางยามคารวะอย่า...

community.jamsai.com