ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 2
เฮ่อหลันฉือกับเฮ่อหลันเจี่ยนมองหน้ากันแล้วก็นึกออก “น่าจะหมายถึงคุณชายหลิน”
ตอนแรกที่นางคิดว่าหลินจางอาจมาไม่ได้ก็เพราะว่าวันนี้บัณฑิตส่วนใหญ่ล้วนเก็บตัวอยู่ที่บ้าน ไม่ก็หอสุราหรือที่ทำการสมาคม รอคอยผลสอบอย่างตื่นเต้นสุดขีด ไม่มีแก่ใจจะออกจากบ้านไปเป็นแขกบ้านอื่นเท่าไรนัก
เฮ่อหลันเจี่ยนได้สติจากความตกใจ “เขายังบอกข้าว่าตนเองตอบคำถามไม่ค่อยดี…”
เฮ่อหลันฉือพูดอย่างไม่เกรงใจ “คนเขาแค่ถ่อมตัวกับท่านเท่านั้น”
“มีอย่างนี้ที่ใด ข้าจะไปคิดบัญชีกับเขา!”
หลินจางสอบผ่านไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เขาเขียนความเรียงแปดขา ได้ดี หากตัดข้อที่ว่าเนื้อหาบทความราบเรียบและอยู่ในกรอบมากไปหน่อยก็ไม่มีสิ่งใดให้ติเตียน แล้วสวีเก๋อเหล่า ที่เป็นหัวหน้าคุมการสอบประจำปีนี้ก็เป็นคนเรียบง่ายซื่อตรงอยู่แต่เดิม ย่อมให้คะแนนบทความของเขาเป็นธรรมดา
เฮ่อหลันเจี่ยนยังไม่ทันเข้าไป หลินจางที่ได้ยินเสียงก็ออกมาจากห้องหนังสืออย่างรีบเร่ง
มุมานะอ่านตำรามาสิบปี สิ่งที่รอคอยก็คือยามนี้
เฮ่อหลันฉือเข้าใจเขาเป็นอย่างยิ่ง
หลินจางก้าวยาวๆ ผ่านหน้านางไป ชั่วขณะที่เห็นนาง ท่าทีก็พลันลนลานขึ้นมา ใบหน้าแดงยิ่งกว่าแต่ก่อน ริมฝีปากขยับคล้ายอยากจะพูดอะไรกับนาง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากอย่างไร
เพียงชั่วครู่เดียวเขาก็ก้มหน้ายกมือคำนับ สุดท้ายก็เดินผ่านเฮ่อหลันฉือมุ่งหน้าไปที่ประตู
ใบหน้าของเด็กหนุ่มยับยั้งความปีติยินดีไว้ไม่อยู่
การสอบหน้าพระที่นั่งไม่มีการคัดคนออก ฐานะของเขาในนามบัณฑิตสองสนามจวี่เหรินและจิ้นซื่อมั่นคงเป็นที่เรียบร้อย
บัณฑิตสามคนที่เหลือก็เดินตามมาเอ่ยแสดงความยินดีไม่ขาดปาก ส่วนที่ว่าน้ำเสียงนั้นแฝงแววอิจฉาหรือไม่ก็แล้วแต่คนจะรู้เอง
ส่วนลู่อู๋โยวเดินอยู่หลังสุด ฝีก้าวมั่นคงเนิบช้า สีหน้ายังคงไม่ปรากฏแววยินดียินร้าย แต่เฮ่อหลันฉือรู้ดีว่าเขาไม่ได้สงบนิ่งเหมือนอย่างที่แสดงออกภายนอกแน่นอน
คนมาแจ้งข่าวพูดถึงลำดับที่สิบห้าแล้ว หากต่อจากนี้ไม่มีอีก ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะสอบตก
มีความรู้ด้านการเมืองการปกครอง ความสามารถล้นเหลือ แต่สุดท้ายไม่มีรายชื่อในประกาศก็ใช่ว่าจะไม่เคยมี เนื่องจากบทความไม่เป็นที่น่าพอใจของผู้คุมสอบ ด้วยเหตุนี้ผู้เข้าสอบหลายคนจึงมักจะเขียนคำตอบให้สอดคล้องกับความชอบของผู้คุมสอบในปีนั้นๆ ทว่าบทความของลู่อู๋โยวมักแสดงความคิดเห็นเต็มที่มาแต่ไหนแต่ไร จึงเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
เฮ่อหลันฉือรู้สึกเห็นใจเขาในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
นางเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นลู่อู๋โยวเดินผ่านนางพอดี เขายกมุมปากเล็กน้อยและกล่าวกับนาง “ยินดีด้วย”
เฮ่อหลันฉือ “…?”
สายตาของลู่อู๋โยวทอดมองไปทางหลินจางที่กำลังถูกคนห้อมล้อมดุจดาวล้อมเดือนอยู่หน้าประตู
เขารู้อะไรมาอย่างนั้นหรือ
เฮ่อหลันฉือพูดเสียงเข้ม “คุณชายหลินสอบผ่าน เหตุใดถึงมาแสดงความยินดีกับข้า”
ลู่อู๋โยวถอนสายตากลับมา กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม “บิดาเจ้าตั้งใจรับหลินจางมาเป็นเขย ข้านึกว่าเจ้ารู้เสียอีก”
เฮ่อหลันฉือปฏิเสธทันควัน “ข้าไม่รู้!”
“เช่นนั้นตอนนี้ก็รู้แล้ว” ลู่อู๋โยวยังคงมีอารมณ์เย้าแหย่นางอย่างเหลือเชื่อ “ยินดีกับคุณหนูเฮ่อหลันล่วงหน้าที่ได้สามีมีความสามารถ แม้ข้าจะคาดไม่ถึงว่าบิดาเจ้าจะเลือกเขาก็ตาม หลินเซ่าเยี่ยนนิสัยใจคอใช้ได้อยู่ เพียงแต่ซื่อตรงเกินไป…ไม่รู้ว่าจะทนกับเหล่าบุรุษที่หมายปองคุณหนูเฮ่อหลันได้หรือไม่”
ความเห็นใจของเฮ่อหลันฉือหายวับไปทันที
“คุณชายลู่ช่างสบายอารมณ์ถึงเพียงนี้ สู้ไปห่วงผลการสอบของตนเองก่อนดีกว่าหรือไม่”
ลู่อู๋โยวพูดยิ้มๆ “ขอบคุณคุณหนูเฮ่อหลันที่อุตส่าห์ใส่ใจ”
เฮ่อหลันฉือก็ยิ้มแย้มเช่นกัน “ถ้าสอบตก เกรงว่าคงต้องรออีกสามปี…”
“ไม่เป็นเช่นนั้นหรอก” ลู่อู๋โยวพูดตัดบท
เฮ่อหลันฉืออึ้งงันไป
ลู่อู๋โยวเป็นคนรักษาสีหน้าสุภาพอ่อนโยนมาตลอด แต่อาจเป็นเพราะสองฝ่ายต่างรู้นิสัยกันดี เวลานี้เรียวคิ้วหางตาของเขาจึงฉายแววทะนงองอาจจนเกือบจะเรียกได้ว่าร้ายกาจ ดุจประกายคมกริบของสัตว์ดุร้ายที่ซุ่มมองเหยื่อ วาววามบาดตา
เขาเลิกคิ้วขึ้น พูดอย่างมั่นใจ “ข้าไม่มีทางสอบตก”
เฮ่อหลันฉือเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง
นางรู้สึกว่าความจอมปลอมของคนผู้นี้อยู่ตรงนี้เอง ทั้งที่เป็นคนบ้าคลั่งหยิ่งยโสไม่เคยเห็นผู้ใดในสายตา แต่กลับปกคลุมด้วยภาพลักษณ์สง่างามเรียบร้อย วิญญูชนแท้จริงจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร
ไม่รอให้เฮ่อหลันฉือพูดต่อ ด้านนอกก็มีเสียงตีฆ้องร้องป่าวดังขึ้นอีก
“นายท่านลู่ นายท่านลู่อยู่หรือไม่! ขอแจ้งข่าวดีถึงนายท่านแห่งเขตไป่เจียงเมืองชิงโจว แซ่ลู่นามอู๋โยว สอบได้เป็นฮุ่ยหยวนอันดับหนึ่งประจำการสอบปีซินโฉ่ว เข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ท้องพระโรง!”
สองคนที่ยังมองหน้ากันอยู่ต่างตะลึงงัน
เจี้ยหยวนจากการสอบระดับภูมิภาค ฮุ่ยหยวนจากการสอบระดับเมืองหลวง เขาได้อันดับหยวนมาติดกันสองครั้ง เหลือเพียงการสอบหน้าพระที่นั่งก็จะมีโอกาสคว้าได้ทั้งสามหยวนแล้ว
เฮ่อหลันฉือพึมพำจากจิตใต้สำนึก “เจ้าสอบได้จริงๆ ด้วย”
ลู่อู๋โยวก็พูดอย่างไม่แปลกใจจากจิตใต้สำนึกเช่นกัน “เรื่องนี้ธรรมดามากมิใช่หรือ”
“เจ้าตอบคำถามสี่ตำราได้อย่างไร”
“จะให้ข้าท่องคำตอบให้เจ้าฟังตอนนี้หรือ”
“ไม่ได้รึ” เฮ่อหลันฉือโต้ตอบทันควัน ราวกับย้อนไปยังช่วงเวลาตอนประชันขันแข่งกันที่ชิงโจว “เจ้าแค่ผ่านตาก็ไม่มีวันลืมมิใช่หรือไร”
ลู่อู๋โยว “…”
“นายท่านลู่! ฮุ่ยหยวนอันดับหนึ่งในการสอบระดับเมืองหลวง! นายท่าน…”
เสียงตะโกนปานจะขาดใจของผู้แจ้งข่าวดังขึ้นด้านนอก ขัดจังหวะโต้เถียงของคนทั้งสองอย่างเหมาะสมแก่เวลา
ตอนนี้เองเฮ่อหลันฉือก็ตระหนักได้ว่าข้อเรียกร้องของตนเหลวไหลเกินไป
ลู่อู๋โยวคลายหัวคิ้ว จัดเสื้อผ้า กลับสู่ท่าทางของคุณชายแสนสุภาพ แววอวดดีเมื่อครู่ค่อยๆ ถูกเก็บงำไว้ในดวงตา เขาหัวเราะเสียงเบาและเอ่ยขึ้น
“คุณหนูเฮ่อหลัน ข้าต้องขอตัวก่อน”
กระทั่งลู่อู๋โยวเดินไปไกลแล้ว เฮ่อหลันฉือถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเตือนอีกฝ่ายเรื่องคุณหนูรองจวนคังหนิงโหววางแผนจะจับเขาหลังประกาศผล
แต่ก็…ไม่เป็นไรกระมัง ในเมื่อเขามั่นอกมั่นใจถึงเพียงนั้น คงจะจัดการได้เรียบร้อย
เฮ่อหลันฉือคิดอยู่เงียบๆ
ครู่เดียวบิดานางก็ออกมาจากห้องหนังสือ
ตอนนี้ทุกคนถูกเชิญกลับไปหมดแล้ว ด้านนอกจวนเสียงดังอึกทึกไปทั้งถนน ตีฆ้องร้องป่าวชนิดต้องการประกาศให้รู้ไปทั่วเมืองหลวงว่าบัณฑิตฮุ่ยหยวนอยู่ที่นี่
เฮ่อหลันจิ่นเบิกบานใจยิ่ง ราวกับหวนนึกถึงวันวานตอนที่ตนสอบได้ เขาลูบเคราพลางกล่าวว่า “คนรุ่นหลังช่างน่านับถือนัก คุณชายลู่ท่านนี้เขียนบทความได้ดีจริงๆ โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับตำราและการเมือง วิพากษ์อย่างเจาะลึก มีแง่คิดน่าสนใจ ไม่เหมือนบางคนที่รู้หนังสืออย่างเดียวแต่ไม่ถ่องแท้เรื่องสังคม เด็กคนนี้มีความสามารถในการประคองบ้านเมือง วันหน้าเข้าเป็นขุนนางในราชสำนักก็จะสามารถรับใช้แผ่นดินและราษฎร เป็นโชคดีของโอรสสวรรค์แล้ว”
เฮ่อหลันฉือกระแอมออกมาทันใด นึกสงสัยอย่างยิ่งว่าบิดาอาจจะลืมไปแล้วว่าวันนี้เรียกบัณฑิตมาที่จวนด้วยเหตุใด
เฮ่อหลันจิ่นนึกขึ้นได้ทันที กระแอมทีหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ข้าถามให้แล้ว เซ่าเยี่ยนบอกว่าถ้าเจ้าตกลง เขาก็จะไปเปรยกับผู้อาวุโสที่บ้าน รอผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งก่อนค่อยกำหนดวันสู่ขอ ยามนี้เขาเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อแล้ว ผูกดองกับเจ้านับว่าสมหน้าตา”
“ถ้าบิดามารดาเขาไม่ยินยอมเล่า”
เฮ่อหลันจิ่นมองธิดาของตนอย่างแปลกใจเล็กน้อย “รองเสนาบดีหลินเป็นสหายร่วมรุ่นของข้า คงไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้หรอก เพียงแต่…” เขาปรายตามองไปทางประตูจวนแล้วพูดคล้ายเสียดาย “คุณชายลู่เมื่อครู่นี้น่ะ หากเจ้าแต่งกับเขาก็ไม่เลวทีเดียว”
“…”
เฮ่อหลันฉือพูดด้วยสีหน้านิ่งสนิท “ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้หรอกเจ้าค่ะ”
Comments
