เรือนตะวันตกเป็นเรือนตากอากาศในจวนราชเลขาธิการ เชื่อมต่อกับประตูตะวันตกของจวน มีประตูใหญ่อาคารใหญ่ มีห้องต่อกันเป็นแนวยาว หอสูงศาลาตั้งเรียงราย ขยับหนึ่งก้าวทัศนียภาพเปลี่ยนแปร
จ้าวเชียนแม่ทัพจากกองทัพกลางเหวี่ยงโซ่ตรวนเส้นหนึ่งยืนอยู่หน้าฉากบังตาหยกสลักลายร้อยสกุณา มองคนที่สวมชุดลำลองเดินมาอย่างเงียบๆ แล้วเอ่ยปากพูด
“ชีวิตคนไม่มีค่าใช่หรือไม่”
จางตั๋วยกมือเป็นสัญญาณให้สาวใช้ที่คอยปรนนิบัติถอยออกไป ก่อนจะเดินตรงไปนั่งลงหน้าโต๊ะน้ำชาหลังฉากบังตาแล้วหยิบถ้วยชาด้วยตนเอง
“มาชี้แจงเหตุผลแทนคนของเจ้าหรือถึงได้รีบร้อนเช่นนี้ ข้ายังไม่รีบร้อนถามหาความผิดของเจ้าเลย”
จ้าวเชียนก้าวยาวอ้อมเข้ามาจากหน้าฉากบังตาแล้วนั่งขัดสมาธิลงตรงข้ามสหาย
“ข้าว่าเจ้า…”
“นั่งดีๆ”
จ้าวเชียนกลั้นหายใจ ไฟโทสะเบาบางลงทันใด คลายสายรัดเอวอย่างไม่พอใจ ลุกขึ้นแล้วคุกเข่าลงนั่งอีกครั้ง โยนโซ่ตรวนที่พาดอยู่บนไหล่ลงบนพื้น
“คนที่ถูกบ่าวข้างกายเจ้าผู้นั้นควักลูกตาเป็นหลานชายภรรยาสวีซั่งผู้มีตำแหน่งจื๋อจินอู๋ นี่ยังไม่เท่าไร เจ้ารู้หรือไม่ว่าหญิงสาวที่เจ้าช่วยไว้ผู้นั้นทำความผิดใด”
จางตั๋วกวาดมองโซ่ตรวนบนพื้นปราดหนึ่ง “ข้าอนุญาตให้เจ้ามาจับคนถึงจวนข้าได้ตั้งแต่เมื่อไร”
จ้าวเชียนทำท่าเหมือนกินแมลงวันเข้าไปแต่คายไม่ออก รีบลุกพรวดยืนขึ้น “เจ้าเป็นอะไร ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมท่านแม่เจ้าที่จวนต้าซือหม่า กลับมาก็เหมือนมีหนามไปทั่วตัวเช่นนี้ ถ้าข้าคิดจะมาจับคนจริงก็คงนำทหารรักษาพระองค์มาล้อมจวนของเจ้าแล้ว!”
“นั่งดีๆ”
“จางตั๋ว!”
“ถ้ายังบังอาจอีกก็ไสหัวออกไป!”
“เจ้า!”
จ้าวเชียนโกรธเกรี้ยว แต่จะใช้ไม้แข็งกับจางตั๋วอีกก็ไม่ได้ เขาจึงเกาศีรษะแล้วนั่งลงอีกครั้ง พยายามสะกดโทสะในใจ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ข้ารู้ว่าหญิงผู้นั้นอยู่ที่จวนของเจ้า วันนี้ข้ามาคนเดียวเพราะไม่อยากดึงเจ้าเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืน เจ้ามอบตัวนางออกมา ข้าจะนำตัวกลับราชสำนัก จากนั้นเจ้ากับข้าก็ไม่มีเรื่องอันใดต่อกัน ดีหรือไม่”
จางตั๋วเหล่มอง “ทหารรักษาพระองค์ตามจับหญิงคนหนึ่งยามดึก นางไปเอาชีวิตผู้ใดในวังหรือ”
“เอาชีวิตฝ่าบาท” จ้าวเชียนยักไหล่ ก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่มอึกหนึ่ง “ฝ่าบาทถูกมีดสั้นที่นางซ่อนไว้ในบังทรงทำร้ายและตกพระทัยอย่างยิ่ง หมอหลวงเหมยเข้าวังไปตอนยามไฮ่* ตอนนี้ยังไม่กลับมา ข้าเดาว่าเรื่องลอบปลงพระชนม์เมื่อคืนน่าจะเป็นคำสั่งของจิ้นอ๋อง เกรงว่าจิ้นอ๋องคงจะวางแผนไว้แล้วว่าจะ…” เขาทำมือแทนมีดแล้วปาดลงบนลำคอของตนเอง “เข้ามาแทนที่”
จางตั๋วจับกาน้ำเทน้ำชาให้ตนเองแล้วเอ่ยว่า “คำพูดนี้ยังไม่พอ”
จ้าวเชียนตกใจ “ยังไม่พออีกหรือ เช่นนั้นยังขาดจุดใด”
จางตั๋ววางถ้วยชาไว้บนมุมหนึ่งของเสื่อแล้วงอนิ้วเคาะเสื่อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเอ่ยว่า “จิ้นอ๋องหลิวปี้อยู่ทางเมืองตะวันออก ถ้าจะตวัดแส้ยาวมาให้ถึงวังหลวง ต่อให้หลบเลี่ยงข้าได้ก็หลบเลี่ยงเจ้าไม่ได้”
จ้าวเชียนตกใจ “เรื่องนี้ก็จริง ใครกันที่เป็นสายเชื่อมโยงในเรื่องนี้”
“คนในวัง”
“ใคร”
จางตั๋วหลุบตาลง “ตอนนี้ยังไม่รู้กระจ่าง”
จ้าวเชียนตบโต๊ะน้ำชาจนถ้วยชาล้มคว่ำ แม้จะมีน้ำชากระเซ็นใส่ตัวเขาก็ไม่มีแก่ใจไปเช็ด สองมือเท้าโต๊ะน้ำชาแล้วกล่าวเสียงดัง
“ในเมื่อเจ้ารู้ไม่กระจ่าง ยังจะเก็บหญิงผู้นั้นไว้ในจวนของเจ้าอีกหรือ”
“จะฆ่าคนหรือช่วยคนเป็นเรื่องของข้า เจ้าเป็นทหารรักษาพระองค์ จับคนเป็นเรื่องของเจ้า ไม่ต้องลำบากใจ ตัวข้านั่งอยู่ตรงนี้ เจ้าเอาโซ่ตรวนของเจ้าขึ้นมาคล้องเลย วางใจได้ หากไม่มีคำพูดของข้า เจียงหลิงไม่กล้าลงมือกับเจ้าแน่นอน”
จ้าวเชียนถูกเขาพูดสะกิดจนโกรธเกรี้ยว จึงเอ่ยกึ่งตะคอกกึ่งด่าว่า “จางตั๋ว! ชีวิตข้าเจ้าเป็นคนช่วยไว้ หัวตัดให้เจ้าเลยก็ได้ เจ้าพูดคำเหล่านี้คิดว่าข้ามีชีวิตยาวเกินไปแล้วหรือ จะให้ข้าอายุสั้นสินะ! เจ้าตอนนี้อยู่บนคลื่นลมอันตราย ถ้าข้าไม่เห็นว่าเจ้าตกอยู่ในอันตราย เกรงว่าจะมีคนเลวอะไรมาทำเจ้าเสียหายอีก ไม่เช่นนั้นตอนนี้ข้าคงไปรับการโบยห้าสิบไม้นั้นแล้ว จะแบกของสิ่งนี้ลับๆ ล่อๆ มาหาเจ้าที่นี่หรือ!”
“ห้าสิบไม้โบยที่ใด”
จ้าวเชียนถูกคำถามที่มาอย่างฉับพลันนี้ทำให้งุนงง “เอ่อ…อะไรนะ”
“โบยที่ใด”
อารมณ์โกรธของจ้าวเชียนยิ่งพลุ่งพล่าน “ที่ค่ายทหารรักษาพระองค์! พระประสงค์ของฝ่าบาท วันนี้ยามเฉิน* หากจับตัวมือสังหารกลับมาไม่ได้ คนที่อารักขาเมื่อคืนจะถูกโบยห้าสิบไม้ พอใจหรือยัง เจ้าถามเรื่องนี้ไปด้วยเหตุใด”
“ถามสถานที่ จะได้ส่งคนไปรับเจ้า”
“จางทุ่ยหาน! เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะนำคนมาค้นเรือนตะวันตกนี้ของเจ้า!”
“เจ้าลุกขึ้นได้ก่อนค่อยว่ากัน”
“เจ้า!”
“เจียงหลิง”
“ขอรับ”
“เตรียมสุราดีงู”
จ้าวเชียนไฟโทสะท่วมท้น ไม่สนใจว่าอะไรคือมีมารยาทไม่มีมารยาท บุญคุณไม่บุญคุณ เขาตะคอกเสียงดัง “จางทุ่ยหาน! เจ้าดูถูกคนให้น้อยสักนิด! ห้าสิบไม้เท่านั้น ข้ายังไม่ถึงขั้นธาตุไฟทะลวงอกต้องดื่มของขมเช่นนั้น!”
ใครจะรู้ว่าคนตรงหน้ากลับพูดแย้งเสียงเรียบว่า “ไม่ใช่ให้เจ้า”
“อะไรนะ…” จ้าวเชียนตกใจ คิดถึงท่าทางการเดินของสหายเมื่อครู่ก็เข้าใจในทันใด จึงกวาดตามองจางตั๋วปราดหนึ่ง สุดท้ายสายตาไปหยุดอยู่บนข้อมือของเขาที่โผล่ออกมานอกแขนเสื้อเล็กน้อย หิมะที่แข็งตัวเกาะอยู่ตรงบาดแผลเป็นสีดำแล้ว น่ากลัวอย่างยิ่ง