ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1
ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว
แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน
ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 1
พวกเรามีเรือยักษ์
ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์มีแฮชแท็กมาแรงประเด็นหนึ่งได้ขึ้นไปติดคำค้นหายอดฮิตในเวยป๋อ
#สำรวจเหล่านักแสดงดาวดราม่า#
[ดาวดราม่า? นักแสดง? งั้นก็ต้องมีเจียงอิ่งสิ ทักษะการแสดงห่วยแตกแถมยังชอบหัวร้อนอีกต่างหาก เขาเป็นไอดอลคนเดียวเลยนะที่ดูเหมือนพวกเกรียนคีย์บอร์ด]
[ฉันขอเสนอชื่อเจียงอิ่งด้วยอีกเสียง ฉันรู้สึกไม่ปลื้มเขา ตั้งแต่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เอาแอ็กหลุมมาด่าคนอื่นแล้ว แฟนคลับของเขาก็เป็นนักทะเลาะวิวาททั้งนั้น คอยแต่จะหาเรื่องด่าเยี่ยเสี่ยวฮั่นอยู่เรื่อย]
[กระซิบ แฟนคลับของเขาดุมาก ชื่อด้อมว่าอะไรนะ เหมือนจะเป็นภาพเงา?]
[??? ทำไมยะ มีปัญหาเหรอ อย่าเอาแต่พูดถึงพี่เจียงอิ่งของเราได้ปะ การบ้านน่ะทำเสร็จหรือยัง แล้วโอทีน่ะทำเสร็จยัง]
[ดูสิ ติ่งเขามาละ…]
[ฉันขอเสนอชื่ออีกคนหนึ่ง ชีจู๋ ถ้าพูดถึงความดังเรื่องดราม่า เขาน่าจะพอๆ กับเจียงอิ่งเลยมั้ง]
[ทักษะการแสดงของชีจู๋ไม่ได้แย่อะไร ติดที่เขาเย็นชาเกินไปหน่อย ว่ากันว่าหน้าตาไม่เป็นมิตรกับคนในกองถ่ายด้วยซ้ำ ขนาดเด็กใหม่ที่ไม่สบายยังโดนเขาว่าจนร้องไห้เลย นี่คือการวางอำนาจบาตรใหญ่หรือเปล่า เคยมีคนขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งหลายคน]
[ข่าวดราม่าอื่นของชีจู๋ก็ไม่น้อยนะ]
[น่ากลัวขนาดนั้นเชียว…งั้นเลิกพูดถึงดีกว่า ฉันได้ยินว่าด้อมนี้เก่งเรื่องการควบคุมคอมเมนต์* มากด้วย]
[อะไรเนี่ย ท็อปเมนต์อันดับสองเปลี่ยนชื่อหนีแล้ว? กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ]
[สาวๆ ฉันมีความคิดอันตรายอย่างหนึ่ง พวกเธอว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าให้สองคนนี้ถ่ายละครด้วยกัน]
[คงจะตีกันนั่นแหละ [แมลงวันถูมือ.jpg] ]
“ชาวเน็ตสมัยนี้ค่อนข้างไร้เดียงสาอยู่นะ เรื่องแบบนั้นมันเป็นไปได้” ภายในงานเลี้ยงการกุศลงานหนึ่ง เจียงอิ่งดูการถกเถียงบนเวยป๋อพลางถอนหายใจ “ก่อนอื่นเลยคือผมกับชีจู๋ไม่มีทางได้ถ่ายละครด้วยกันหรอก”
“ทำไมล่ะ” เฉินซูผู้ช่วยของเจียงอิ่งถามด้วยความประหลาดใจ “เขาเป็นนักแสดงดัง ส่วนคุณน่ะดีร้ายยังไงก็ถือว่า…มีกระแส ถ้าหากวันหนึ่งเกิดมีโอกาสได้ร่วมงานกันขึ้นมาจริงๆ ล่ะ”
“ความสัมพันธ์ของพวกผมไม่ดีเท่าไร เจอหน้าทีไรเป็นอันต้องทะเลาะ นี่เป็นเรื่องที่หลายๆ คนในวงการก็รู้กันดี” เจียงอิ่งส่ายหัว “ถ้าเป็นผู้กำกับที่มีปณิธานสูงหน่อยก็ไม่น่ามีใครยินดีที่จะเห็นพวกผมสองคนถ่ายละครร่วมกันหรอก”
บุคคลผู้กำลังกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงสวมสูทสุภาพเรียบร้อย หวีผมเนี้ยบกริบ ชั่วขณะนั้นเองจู่ๆ อีกฝ่ายก็กวาดตามองมาทางพวกเขาราวกับได้ยินอะไรบางอย่างเข้า
เนื่องจากเนื้อหาการกล่าวสุนทรพจน์ที่ฝ่ายผู้จัดงานให้มาเขียนได้ค่อนข้างจืดชืด
จังหวะนั้นผู้ช่วยเฉินจึงได้เห็นภาพเจียงอิ่งชูนิ้วกลางอย่างฉับไว ส่งไปให้ชีจู๋ซึ่งกำลังพูดอยู่บนเวที
ผู้ช่วยเฉิน “…”
ไม่ผิดแน่ ดูท่าความสัมพันธ์จะแย่จริงๆ แถมฝ่ายที่หาเรื่องก็น่าจะเป็นเจียงอิ่งด้วย
“ที่เรียกว่าดังแบบดาวดราม่าน่ะ คือแฟนคลับเยอะ แอนตี้แฟนก็เยอะไปด้วย” เจียงอิ่งเปิดโน้ตบุ๊กแล้วเปลี่ยนเรื่อง “คนอย่างผม เจียงอิ่ง นักแสดงรุ่นใหม่ที่บริหารกระแสลบได้เป็นอย่างดี ช้าเร็วยังไงสักวันก็กลายเป็นคนดังตัวจริงนั่นแหละ”
เจียงอิ่งยื่นแก้วไวน์ไปทางคนที่นั่งทางขวาของตนพร้อมแกว่งมันไปมา “เข้าใจไหมครับ”
“ไม่…ไม่ค่อยเข้าใจ” ผู้ช่วยของเจียงอิ่ง เฉินซูส่ายหัวอย่างจริงใจ
คนที่เป็นดาวดราม่าแล้วยังมีความรู้สึกเหนือกว่าได้อีก เจียงอิ่งต้องเป็นคนแรกแน่นอน…
เจียงอิ่ง ดาวดราม่าผู้มีกระแส นักแสดงสุดกาก แม่เป็นนักเขียนบทชื่อดังซ่งจิ้งซี พ่อเป็นราชาแห่งวงการภาพยนตร์เจียงเจิง และมีพี่ชายเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับแชมป์โลกที่เพิ่งประกาศรีไทร์อย่างเจียงสวิน มิหนำซ้ำคนรักของพี่ชายอย่างกู้เว่ยยังเป็นถึงนักเต้นหลักของ T.ATW วงบอยแบนด์ตัวท็อปอีกด้วย
ทั้งบ้านต่างพยายามเพื่อความก้าวหน้า มีแต่เขาที่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่
เจ้าคนกากคนนี้พอใจอะไรง่ายมาก ดีแต่ลอยชายอย่างสบายใจเฉิบ
หากไม่นับว่าต้องติดต่อบริษัทบ่อยๆ เพื่อขอให้ช่วยลบคำค้นหายอดฮิต และมักจะต้องตอบคำถามต่อหน้าสื่อว่า ‘ไม่สามารถให้ข้อมูลได้’ เฉินซูก็รู้สึกว่าตำแหน่งผู้ช่วยที่ตัวเองทำอยู่นี้ค่อนข้างสบายพอสมควร
“ก็อย่างเช่นเดือนนี้ ผมยังไม่เจอดราม่าเลยไงล่ะ” เจียงอิ่งหยิบโทรศัพท์มือถือข้างตัวมา แล้วกดเปิดไอคอนเวยป๋อบนหน้าจอ “แถมวันนี้ผมยังทำเรื่องที่เหมือนจะตกแฟนคลับได้อีกด้วย”
เมื่อช่วงบ่ายที่สนามบิน เขาตำหนิพวกรับจ้างถ่ายแทน* คนหนึ่งแบบจัดเต็มด้วยท่าทางจริงจัง ถึงขนาดว่าคุณป้าที่เดินผ่านมายังชูนิ้วโป้งให้เขา
ผู้ช่วยเฉินเปิดเวยป๋อบ้าง ก่อนจะเงียบไป
แฟนคลับของเจียงอิ่งเพิ่มขึ้นหรือเปล่าเขาไม่รู้หรอก รู้แต่ตอนนี้เจียงอิ่งกำลังติดอยู่บนคำค้นหายอดฮิต
#เจียงอิ่งด่าคนที่สนามบิน#
ผู้ช่วยเฉิน “…” นี่เรียกว่าสามารถบริหารกระแสลบได้เป็นอย่างดีเหรอ
เมื่อคำค้นหายอดฮิตเวยป๋อขึ้นเทรนด์อันดับต้นๆ ข่าวในวงการบันเทิงก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้คนมากมายในงานเลี้ยงต่างสอดส่ายสายตามาทางพวกเขา
ขณะเดียวกันนั้นเจียงอิ่งก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
“พี่? ผมมางานเลี้ยงการกุศลแทนพี่อยู่ มีอะไรหรือเปล่า” เจียงอิ่งถาม
“นายยังมีหน้ามาถามพี่ว่ามีอะไรหรือเปล่าอีกเหรอ พี่เพิ่งเข้ามารับช่วงต่อบริษัทได้ไม่นาน นายก็ขยันสร้างเรื่องให้พี่ได้ทุกวันเชียวนะ” อีกด้านหนึ่งของสายโทรศัพท์คือเจียงสวินพี่ชายของเจียงอิ่งซึ่งกำลังกล่าวอย่างไม่พอใจ “ตอนนี้พี่เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้จัดการของนายถึงบ่นอยู่เรื่อย”
“ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าคนพวกนั้นทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่” เจียงอิ่งกล่าว “ผมแค่ด่าตากล้องรับจ้างคนหนึ่ง มองยังไงก็เป็นเรื่องที่จะตกแฟนคลับได้ไม่ใช่เหรอครับ”
“ตกแฟนคลับ? นายตกแอนตี้แฟนเก่งมากจริงๆ นั่นแหละ” คนปลายสายพยายามสงบสติอารมณ์อยู่สองสามวินาทีแล้วจึงเอ่ยปากต่อว่า “จะด่าตากล้องรับจ้างก็ด่าไปสิ แต่นี่นายพูดว่าไง นายด่าพ่อล่อแม่ลามไปยันทะเบียนบ้านเขาแบบอ้อมๆ ต่อหน้ากล้องมากมายขนาดนั้นเนี่ยนะ?”
“ก่อนหน้านี้เขาเคยรัวเมนต์ด่าผมใต้โพสต์บนเทียปา** คราวนี้ตากล้องรับจ้างนี่ยังผลักแฟนคลับคนหนึ่งของผมจนล้มอีก ทำเข่าของเด็กผู้หญิงคนนั้นเลือดออกเลยนะ เขาควรซ่อนแม่ของตัวเองไว้ให้ดีก่อนที่จะออกมาเล่นเน็ตปั่นดราม่าสร้างเรื่องไม่ใช่เหรอ แค่คนในทะเบียนบ้านไม่กี่หน้าจะเดือดทำไมนัก” เจียงอิ่งพูดอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย “ผมมีแฟนคลับตัวจริงอยู่แค่ไม่กี่คน ผมไม่ควรปกป้องพวกเขาหรือไง”
เจียงสวิน “…”
“โอเค เข้าใจแล้ว” เจียงสวินยกโทรศัพท์ออกห่างเล็กน้อย “พี่ยอมนายแล้ว ในงานเลี้ยงอย่าก่อเรื่องอะไรอีกล่ะ”
เจียงอิ่งตอบอย่างขอไปที ก่อนวางสายแล้วถอนหายใจ “คนแต่งงานแล้วนี่พูดมากขึ้นแฮะ”
ผู้ช่วยเฉินไม่กล้าวิจารณ์เจ้านายจึงได้แต่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ดาวดราม่าน่ะขึ้นคำค้นหายอดฮิตบ่อยอยู่แล้ว ชาวเน็ตเองก็เห็นกันจนชิน ซึ่งคราวนี้ในวิดีโอที่ถูกโพสต์ลงเวยป๋อนั้นมีดาราระดับล่างที่มีกระแสในอินเตอร์เน็ตอย่างเจียงอิ่ง กำลังยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในสนามบิน ขณะชี้นิ้วไปที่มือปืนรับจ้างถ่ายแทนคนหนึ่งพร้อมกับพ่นคำด่าไฟแลบ
ผู้ที่โพสต์วิดีโอมีเจตนาไม่บริสุทธิ์อย่างเห็นได้ชัด จงใจตัดส่วนที่ตากล้องรับจ้างเป็นฝ่ายผลักคนอื่นก่อนออกไปหมด เหลือไว้เพียงส่วนที่เจียงอิ่งกำลังเหน็บแนมคนอื่น
‘ภาพเงา’ เหล่าแฟนคลับของเจียงอิ่งเจอเรื่องแบบนี้กันบ่อยจนชินแล้ว
[ภาพเงารักพี่เสมอ #บอยคอตตากล้องรับจ้าง# พี่ของเราจริงใจมาโดยตลอด ขออภัยด้วย]
[วันนี้เจียงอิ่งแอ็กทีฟหรือยัง #สายธารสะท้อนเงาสารทส่อเค้าห่านป่าเริ่มโผบิน*# ถ้ามีเวลาว่างกินเผือกขนาดนั้น ลองมาตามแท็กแฟนคลับของพี่เราดูดีกว่า แค่มองหน้าเขาก็ทำให้อารมณ์ดีได้ทั้งวันแล้ว]
บรรดาแอนตี้แฟนของเจียงอิ่งก็ไม่สะทกสะท้านกับสถานการณ์แบบนี้เช่นกัน
[user99236788 @เจียงอิ่ง KANI การที่ตากล้องรับจ้างตามถ่ายนาย นายควรขอบคุณด้วยซ้ำไม่ใช่เหรอ การถ่ายรูปนายก็หมายความว่าเขาเห็นค่าในตัวนายนะ]
[บอลผ้าแพรตัวน้อย อวดดีสมเป็นดาวดราม่าจริงๆ]
ผู้ช่วยเฉินไถดูคอมเมนต์ในเวยป๋อสักพัก และพบว่าหลังจากวิดีโอนี้หลุดออกมา ปฏิกิริยาที่น่าสนใจที่สุดมาจากชาวเน็ตขาจรบนเวยป๋อ
[ขาจร เจียงอิ่งติดคำค้นหายอดฮิตอีกแล้ว ได้ยินว่าเขาเป็นลูกชายของราชาภาพยนตร์เจียงด้วย น่าเสียดายจริงๆ ตอนเขาไม่เปิดปากพูดออกจะน่าดึงดูดแฟนคลับแท้ๆ]
ผู้ช่วยเฉินเห็นด้วยอย่างยิ่งกับมุมมองของขาจร
เจียงอิ่งในตอนนี้สวมฮู้ดสีขาวเอาไว้ เนื่องจากเป็นการเข้าร่วมงานเลี้ยงการกุศลจึงไม่ได้ทำผมที่สะดุดตาอะไรนัก เขานั่งอยู่ที่โต๊ะโดยถือแก้วน้ำผลไม้ไว้ในมือ ปากก็กัดหลอดดูดพลางหลุบตามองโทรศัพท์ ค่อนข้างให้บรรยากาศเหมือนนักเรียนความประพฤติดี
เจียงอิ่งในเวลานี้มีรูปร่างหน้าตาและออร่าตรงตามที่สาธารณชนต้องการจากไอดอลอย่างสมบูรณ์
หากผู้ช่วยเฉินไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ล่ะก็นะ
เจียงอิ่งกดไลค์วิดีโอที่แอ็กปั่นเอามาใส่ร้ายเขาด้วยแอ็กหลักเวยป๋อของตัวเอง ต่อด้วยใช้โน้ตบุ๊กเข้าแอ็กหลุมเวยป๋อเจ็ดแปดบัญชีของตนลงสนามไปด่าแอนตี้แฟน
“คุณเหนื่อยหรือเปล่า” ผู้ช่วยเฉินมองแอ็กหลุมเวยป๋อจำนวนมากที่เจียงอิ่งเข้าด้วยท่าทีระมัดระวัง
ศิลปินส่วนใหญ่มักจะไม่ตามอ่านความคิดเห็นเชิงลบบนเน็ต เพราะส่วนมากจะถูกโจมตีโดยไม่มีเหตุผล แต่เจียงอิ่งต่างออกไป คนคนนี้มีสภาพจิตใจมั่นคงมาก แถมยังชอบทะเลาะกับแอนตี้แฟนจากสารพัดช่องทางบนเน็ตอีกด้วย หลายครั้งก็เล่นแรงจนศัตรูและตัวเองเสียหายพอๆ กัน เป็นเหตุให้แอ็กหลุมถูกแบนไปหลายบัญชี
คนชอบเขาเยอะ คนแอนตี้เขาก็เยอะเช่นกัน
บริษัทมีคำขอเพียงอย่างเดียวให้กับผู้ช่วยเฉิน นั่นคือขอแค่อย่าให้เจียงอิ่งเอาแอ็กหลักไปทะเลาะกับคนอื่น
“ไอดอลดาวดราม่าอย่างผมสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่แล้ว” เจียงอิ่งเคาะพิมพ์แป้นพิมพ์จนเกิดเสียงแต่กๆ ข้อความก็เด้งออกมาทีละบรรทัด ท่าทางดูเพลิดเพลินสุดขีด
[แอ็กหลุมของเจียงอิ่ง 1 ไอดอลแล้วยังไง เป็นไอดอลแล้วสมควรโดนแกด่าเหรอ ดาราทำเงินจากแกหรือไง]
[แอ็กหลุมของเจียงอิ่ง 2 ตากล้องรับจ้างถ่ายรูปคนอื่นเพราะเห็นค่าในตัวคนคนนั้นเหรอ งั้นฉันด่าแกก็เพราะฉันเห็นค่าในตัวแกงั้นสินะ]
[แอ็กหลุมของเจียงอิ่ง 3 คนบางคนที่ด่าคนอื่นเนี่ยช่วยมีสมองหน่อยได้ไหม อย่าเห็นอะไรบนเวยป๋อก็ไปเมนต์ด่าเจียงอิ่งใต้โพสต์เรื่อยเปื่อย แม้แต่โพสต์ข่าวหมูขึ้นราคาก็ยังเห็นแกอุตส่าห์โยงไปหาเจียงอิ่งได้อีก นี่ควรจะชมว่าแกสมองมีปัญหาหรือไม่มีสมองดีนะ]
“นี่กำลังสนุกอะไรอยู่อีกล่ะ หืม? คุณไอดอล” เสียงดังมาจากด้านหลังของเจียงอิ่ง ทันใดนั้นก็มีคนมายืนอยู่ข้างหลังพร้อมเอื้อมไปจับข้อมือขวาของเขาเพื่อเอามือเจียงอิ่งออกจากแป้นพิมพ์
เจียงอิ่งหันหลังและพบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคือชีจู๋ซึ่งเมื่อครู่ยังกล่าวสุนทรพจน์อยู่บนเวที
ทันทีที่สายตาของทั้งสองคนสบกัน ผู้ช่วยเฉินก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบเล็กน้อย
“สูทดำไม่เหมาะกับนายเลย ใส่แล้วดูแก่” เจียงอิ่งกวาดตามองชีจู๋จากบนลงล่าง
“เสื้อฮู้ดก็ไม่เหมาะกับนายเหมือนกัน ใส่แล้วดูแอ๊บเด็ก” ชีจู๋ว่าหน้านิ่ง
ผู้ช่วยเฉินที่อายุใกล้จะขึ้นต้นด้วยเลขสามมองดูคนสองคนที่อายุยี่สิบต้นๆ กำลังเถียงกันด้วยหัวข้อเรื่องแอ๊บเด็กและดูแก่แล้วก็พาให้ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างเงียบๆ เพราะกลัวว่าไฟสงครามจะลามมาถึงตัวเอง
“มาหาฉันทำไม” เจียงอิ่งพับปิดโน้ตบุ๊ก
“อันนี้ให้นาย” ชีจู๋วางถุงกระดาษขนาดใหญ่ลงบนโต๊ะตรงหน้าเจียงอิ่ง
“ไปเอามาจากไหน” เจียงอิ่งเริ่มสนใจ
“ผู้จัดงานให้มาเป็นของขวัญสำหรับการกล่าวสุนทรพจน์” ชีจู๋หันหลังกลับเตรียมจะเดินออกไป
“ของขวัญที่นายไม่ต้องการ นายเลยให้ฉันเนี่ยนะ” เจียงอิ่งอยากจะไม่เชื่อสายตา “นายเล่นกับใครอยู่ไม่ทราบ”
“ใช่” ชีจู๋พยักหน้า ภายใต้น้ำเสียงเรียบนิ่งแฝงความเห็นอกเห็นใจเอาไว้เล็กน้อย “พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ตั้งสี่ปีกว่านายจะได้ฉลองวันเกิดสักที ลำบากแย่”
“…” เจียงอิ่งเอ่ย “นี่นายดูถูกคนที่เกิดปีอธิกสุรทิน* เหรอ”
ชีจู๋ไม่สนใจเขาอีก เพียงวางถุงกระดาษลงก่อนจะหมุนกายเดินจากไป
“แล้วมันคืออะไรกันเนี่ย” เจียงอิ่งยังคงสงสัย
สิ่งที่อยู่ในถุงกระดาษคือตุ๊กตาเพนกวินและกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ อีกกล่อง
ผู้ช่วยเฉินจึงเฝ้าดูเจียงอิ่งเปิด QQ บนโทรศัพท์มือถือ กระทั่งเจอคนที่ไอดีมีข้อความกำกับเอาไว้ว่า ‘หัวหน้าห้อง’
คิงเกลอร์ ของที่อยู่ในกล่องคืออะไร
หัวหน้าห้อง ลำโพงอัจฉริยะ ‘นักเรียนเสี่ยวกวา’
คิงเกลอร์ เอาไว้ใช้ทำอะไร
หัวหน้าห้อง เอไออัจฉริยะน่ะ ฉันเห็นว่านายชอบทะเลาะกับคนอื่น เอาไว้ว่างๆ ก็มาทะเลาะกับมันได้
คิงเกลอร์ โอ้? นี่นายกำลังแซะฉันใช่ไหม
หัวหน้าห้อง ใช่
“หัวหน้าห้องคือใครเหรอ” ผู้ช่วยเฉินมองหน้าจอโทรศัพท์ของเจียงอิ่งจากด้านข้าง และรู้สึกว่ารูปแบบการสนทนาของทั้งสองคนนี้ดูคุ้นๆ อย่างน่าประหลาด
“ชีจู๋ไง เราเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาก่อน” เจียงอิ่งกล่าว “คุณก็เห็นแล้วใช่ไหม พวกเราไม่มีทางถ่ายทำร่วมกันได้หรอก ความสัมพันธ์ระหว่างเราแย่มากจริงๆ”
จากการสนทนาเมื่อสักครู่ เจียงอิ่งดูมีท่าทีเกรี้ยวกราด ทางฝ่ายชีจู๋ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยอยากจะสนใจเจียงอิ่งสักเท่าไร
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ดีหรือไม่นั้น ผู้ช่วยเฉินไม่รู้และไม่กล้าแสดงความคิดเห็น แต่เมื่อสักครู่ตอนเขาหันหน้าไปก็ดันเห็นเข้าพอดีว่าบนหน้าจอแชต QQ ของสองคนนี้มีสัญลักษณ์เรือยักษ์*** อยู่ด้วย
บทที่ 2
เอไออ๊องนี่ โง่สมชื่อจริงๆ
“คุณถามว่าทำไมเราถึงมีเรือยักษ์งั้นเหรอ” เจียงอิ่งนั่งอยู่เบาะหลังรถ มือบีบวอลนัทเปลือกบางเล่นอย่างไม่ได้ใส่ใจพลางเอ่ย “ไม่รู้สิ รู้ตัวอีกทีก็มีแล้ว จำไม่ค่อยได้แล้วเหมือนกัน”
เรือยักษ์ของผู้ช่วยเฉินเก็บเอาไว้ให้แฟนสาวของตนที่คบกันมาสามปี ส่วนเรือยักษ์ของเจียงอิ่งกับชีจู๋ที่ได้มาจากการทะเลาะกันนั้น ผู้ช่วยเฉินขอไม่เห็นด้วยอย่างแรง
ของขวัญจากผู้จัดงานหน้าตาน่ารักดี เจียงอิ่งเลยหยิบติดมือมาด้วย เจ้าตุ๊กตาเพนกวินตัวอ้วนๆ ลูบแล้วเพลินมือสุดๆ
“คุณเลิกสนใจเรื่องในเวยป๋อได้แล้ว เดี๋ยวคืนนี้บริษัทก็ช่วยลบออกจากคำค้นหายอดฮิตให้” ผู้ช่วยเฉินกำชับ
“ไม่ต้องห่วง ผมรับรองว่าจะไม่ใช้แอ็กหลักไปทะเลาะกับใครแน่นอน” เจียงอิ่งกอดตุ๊กตาเพนกวินเอาไว้ขณะกล่าวปฏิญาณอย่างหนักแน่น “นี่แค่ความเห็นส่วนตัวนะ ผมว่าชาวเน็ตสมัยนี้เวลาว่าร้ายใครลับหลังก็ควรคิดถึงผลที่จะตามมาไว้หน่อย”
“จริงสิ” ผู้ช่วยเฉินนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “เร็วๆ นี้จะมีละครเรื่องหนึ่งที่บริษัทอยากให้คุณไปลองแคสต์ดู”
“เรื่องอะไรครับ” มือที่กำลังจะเปิดประตูรถของเจียงอิ่งชะงักไป
“ละครฟอร์มยักษ์แนวเทพเซียนย้อนยุคเนื้อหาจริงจังที่เคยทำการโปรโมตอย่างยิ่งใหญ่ก่อนหน้านี้ เรื่อง ‘หิมะมงคล’ น่ะ”
“จะให้ผมแคสต์บทใครล่ะ” เจียงอิ่งเอ่ยขณะลูบตุ๊กตาเพนกวินในอ้อมแขนไปด้วย “ไม่ใช่พระเอกแน่ ผมรู้ตัวดี ทั้งระดับชื่อเสียงและสถานะในวงการของผมยังไม่ถึงขั้นจะเล่นบทพระเอกได้หรอก”
ผู้ช่วยเฉินกล่าวยิ้มๆ “ผู้กำกับอยากให้คุณลองบทตัวร้ายใหญ่สุดของเรื่อง เซวียนโม่หลิง”
“ทำไมล่ะ” เจียงอิ่งไม่เข้าใจ
“เพราะว่า…” ผู้ช่วยเฉินชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบพูดรวดเดียว “ผู้กำกับคิดว่าบุคลิกจริงของคุณค่อนข้างเหมือนตัวร้าย ถ้าโดนพระเอกกระทืบในเรื่อง ชาวเน็ตส่วนใหญ่ที่ได้เห็นคงสะใจ”
“นี่คือคำพูดตามที่ผู้กำกับพูดเป๊ะๆ เลยนะ” เฉินซูรีบกล่าวเสริม “แถมนี่ยังเป็นผลโหวตจากชาวเน็ตด้วย เรียกว่าประชามติก็ว่าได้”
เจียงอิ่ง “???”
“ผมไม่เล่น” เจียงอิ่งปฏิเสธทันที “เห็นดาวดราม่าเกาะกระแสอย่างผมไม่มีศักดิ์ศรีกับเขาหรือไง”
เขากอดตุ๊กตาเพนกวินไว้ในมือข้างหนึ่ง ขณะที่อีกข้างก็ถือถุงของขวัญจากชีจู๋เอาไว้ โดยทิ้งท้ายก่อนจะเปิดประตูลงจากรถว่า “ทักษะการแสดงของผมมันห่วยแตก ผลงานเรื่องนี้ทั้งนิยายต้นฉบับทั้งบทละครทุ่มเทแรงกายแรงใจกันไปเยอะ ผมไม่ไปทำให้งานเขาเสียหายดีกว่า”
ภายใต้แสงไฟข้างถนน เจียงอิ่งโบกมือให้ผู้ช่วยแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป
ผู้ช่วยเฉินมองทางที่เจียงอิ่งเดินจากไปพร้อมกับส่ายหัวอย่างจนปัญญา ก่อนจะกดโทรศัพท์โทรออก
“เขาไม่ตกลงเหรอ” เจียงสวินที่อยู่ปลายสายเอ่ยถาม
“ไม่ตกลงครับ” ผู้ช่วยเฉินบอก “เหตุผลคือไม่อยากทำให้บทดีๆ ของคนอื่นต้องเสียหาย”
“เดี๋ยวฉันคุยกับเขาเอง” เจียงสวินวางสาย
ถึงชีจู๋จะไม่น่ารัก แต่เพนกวินมันน่ารัก เจียงอิ่งจึงเอาตุ๊กตาเพนกวินไปวางไว้ที่หัวเตียงก่อนส่งสายตามองไปทางลำโพงอัจฉริยะอีกตัว ในคู่มือบอกว่านี่เป็นเอไออัจฉริยะที่สามารถคุยโต้ตอบได้ และยังสามารถปรับฟังก์ชันบางอย่างตามบทสนทนาได้ด้วย
“สวัสดี ฉันคือเสี่ยวกวา” เสียงทักทายของลำโพงอัจฉริยะดังขึ้นทันทีหลังจากเสียบปลั๊ก
“เล่นเป็นเด็กไปได้” เจียงอิ่งปรายตามองลำโพงโดยไม่ตอบอะไร
“งานอดิเรกของฉันคือการร้องเพลง แล้วงานอดิเรกของคุณอะไรเหรอ” เอไออ๊องยังคงตื๊อไม่เลิก
“งานอดิเรกของฉัน…” เจียงอิ่งเริ่มจะถูกกระตุกต่อมความสนใจ “มันแปลกแหวกแนวเกินไป แกไม่เข้าใจหรอก”
เจียงอิ่งนักแสดงสุดกาก อุปนิสัยร่าเริง มีงานอดิเรกไม่มาก นอกจากชอบเถียงกับขัดคอคนอื่นแล้ว อีกอย่างที่ชอบก็คือการกินเผือกเรื่องชาวบ้าน
คนอื่นอาจแค่กินเผือกเสร็จแล้วก็ลืม แต่เขาจะเซฟเก็บไว้ด้วย
ใครร้องเพลงผิดคีย์ ใครมีเรื่องแตกหักกับแฟนคลับบ้านใหญ่ เขาจำได้แม่นยิ่งกว่าเจ้าของเรื่องอีก แถมยังเก็บทั้งหมดเอาไว้ในฮาร์ดดิสก์อีกต่างหาก เทียบกับการถ่ายละครแล้ว เขาอาจจะชอบสะสมข่าวดราม่าของคนอื่นมากกว่าด้วยซ้ำ
เรื่องเผือกในวงการบันเทิงเนี่ย เขารู้ลึกยิ่งกว่าแอ็กปั่นหลายๆ แอ็กเสียอีก!
เจียงอิ่งเปิดคอมพิวเตอร์และหาโฟลเดอร์ชื่อชีจู๋ที่อยู่ในรายการหมวดหมู่ต่างๆ ก่อนจะลากวิดีโอหนึ่งจากเดสก์ท็อปมาใส่เข้าไปในโฟลเดอร์นั้น
ซึ่งภายในโฟลเดอร์ดังกล่าวเต็มไปด้วยสารพัดข่าวดราม่าของชีจู๋ที่เจียงอิ่งรวบรวมไว้ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นชีจู๋จำแฟนคลับของตัวเองผิดสมัยเพิ่งเข้าวงการ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่างการที่ชีจู๋เหวี่ยงใส่คนอื่นในกองถ่าย ทั้งหมดนี้ล้วนถูกเจียงอิ่งบันทึกเอาไว้ในโฟลเดอร์โดยไม่มีอะไรหลุดรอดไปได้เลย
“ข่าวดราม่าของชีจู๋น่าสนใจกว่าเจ้าตัวตั้งเยอะ” เจียงอิ่งพึมพำกับตัวเอง “ตัวจริงนี่ไม่ไหวเลย”
แต่แล้วลำโพงเอไออัจฉริยะที่อยู่ข้างหลังก็ดันตรวจจับชื่อได้จากคำพูดของเจียงอิ่ง จึงได้เริ่มเปิดฟังก์ชันค้นหาขึ้นมาโดยอัตโนมัติ “ชีจู๋ นักแสดงชื่อดัง มีข่าวลือบนเน็ตว่าเป็นลูกชายของผู้กำกับชีอัน ผลงานเด่นได้แก่…”
“เสี่ยวกวาหุบปาก” เจียงอิ่งที่หันมาหลังจากได้ยินเสียงหลุดปากพูดว่า “ชีจู๋เป็นพวกตายด้าน”
“รับทราบ แก้ไขข้อมูลแล้ว ชีจู๋เป็นพวกตายด้าน คำที่แก้ไขจะปรากฏในครั้งต่อไปที่คุณค้นหา” เอไออัจฉริยะนักเรียนเสี่ยวกวากล่าว
เจียงอิ่ง “?”
“ตามใจแกเถอะ” เจียงอิ่งปล่อยคำนั้นไป เพราะยังไงตอนอยู่ในบ้านเขาก็ไม่ค่อยพูดถึงชื่อชีจู๋อยู่แล้ว
ตอนกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยง เขาชูนิ้วกลางใส่ชีจู๋แล้วฝ่ายนั้นเห็นเข้าพอดี จากนั้นชีจู๋ก็พูดสคริปต์ช่วงกลางตกหล่นไปทั้งวรรค ทว่าในงานกลับมีเพียงเขาที่สังเกตเห็น
หลังงานเลี้ยงเลิก เขาเลยไปขอคลิปจากทางผู้จัดเพื่อเอามาเก็บสะสม คอลเล็กชั่นข่าวดราม่า 50 GB ของชีจู๋จึงได้สมาชิกใหม่มาเพิ่ม
ชีจู๋ผู้ไร้ที่ติในสายตาแฟนคลับ ในสายตาเจียงอิ่งก็ไม่ได้ดีเลิศขนาดนั้น
หลังอาบน้ำเสร็จ เจียงอิ่งถึงได้เห็นว่ามือถือมีสายไม่ได้รับจากพี่ชายสามสาย
“ว่าไง” เขากดโทรกลับ
“เรื่องละคร ผู้ช่วยนายบอกนายหรือยัง” เจียงสวินถาม
“พี่” เจียงอิ่งทำเสียงจริงจัง “นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว คนมีคู่อย่างพี่ไม่เอาเวลาไปสวีตกับแฟน แต่กลับมาสนใจเรื่องงานของน้องชายแบบนี้ เว่ยเว่ยไม่นอยด์แย่เหรอ”
“ใครอนุญาตให้นายเรียกเขาว่าเว่ยเว่ยไม่ทราบ” เจียงสวินว่า “แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก”
“…”
“อย่าเฉไฉ กลับเข้าเรื่อง” เจียงสวินบังคับให้บทสนทนากลับเข้าหัวข้อเดิม “บทเซวียนโม่หลิงในเรื่อง ‘หิมะมงคล’ นอกจากได้คะแนนโหวตจากชาวเน็ตแล้ว ฝั่งผู้กำกับก็รู้จักกับพ่อเรามานาน เลยอยากให้นายลองไปแคสต์บทนี้ดู”
เจียงอิ่งเงียบไปสองวินาที ก่อนพูดอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “นี่เขา…ยังไม่เคยดูละครไอดอลที่ผมแสดงฝีมือกากๆ เอาไว้ใช่ไหม”
“ก็ยังไม่เคยดูจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาคิดว่าฝีมือการแสดงของลูกชายราชาภาพยนตร์คงไม่แย่หรอก” เจียงสวินเงียบไปสองวิก่อนเอ่ยต่อ “มะรืนนี้เก้าโมงเช้า อย่าสาย แค่ตัวนายไปถึงก็พอ นอกนั้นยังไงก็ได้”
“เดี๋ยวเขาก็ยอมแพ้” เจียงอิ่งพูดอย่างมั่นใจ “ด้วยฝีมือการแสดงกากๆ กับทักษะการพูดบทสุดห่วยของผมนี่แหละ จะว่าไปมะรืนนี้ตอนเย็นผมมีนัดเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนสมัยมัธยมต้นด้วย หวังว่าการแคสต์บทจะเสร็จเร็วหน่อยนะ”
“โอเค งั้นก็ตามนี้” เจียงสวินอยากวางสายแล้ว “สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะ อยากได้อะไรก็ส่งมาบอกพี่ทางวีแชตแล้วกัน”
เวลาห้าทุ่มครึ่ง กลุ่มวีแชตในโทรศัพท์เจียงอิ่งก็เริ่มคึกคักขึ้นมา
ฉีจวิ้น @คิงเกลอร์ เจียงอิ่งอยู่เปล่า
เจิ้งอินอิน @คิงเกลอร์
คิงเกลอร์ มาแล้วๆ [เป็ดหัวเราะก๊าก.jpg]
ฉีจวิ้น มะรืนนี้มางานรวมรุ่นมะ
คิงเกลอร์ ไม่พลาดอยู่แล้ว
เจิ้งอินอิน จบไปแล้วเหมือนไม่เจอกันนานมากอะ แต่ไม่รู้สึกห่างเหินกันเลยสักนิด
คิงเกลอร์ จริงหรา
ฉีจวิ้น จริง ตอนเรียนเจียงอิ่งโดนประกาศต่อว่าผ่านเสียงตามสายโรงเรียนตลอด ตอนนี้เจียงอิ่งก็ยังโดนเอาขึ้นเทรนด์เวยป๋อแทบไม่มีว่างเว้น รู้สึกคุ้นเคยเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย
คิงเกลอร์ …
เฉียวเยวี่ย @คิงเกลอร์ มาเข้าเรื่อง งานรวมรุ่นมะรืนนี้ชีจู๋จะมาไหม
ฉีจวิ้น เหมือนเขาจะไม่ค่อยเล่นวีแชตนะ QQ ก็ยังไม่ตอบเลย เจียงอิ่งลองไปถามหน่อยสิ ถึงพวกนายสองคนจะทะเลาะกันตลอด แต่ยังไงก็เคยนั่งเรียนโต๊ะข้างกันนี่ ฉันจำได้ว่าพวกนายคุยกันเยอะอยู่นะ?
คิงเกลอร์ โอเค เดี๋ยวไปถามเลย รับรองว่าภารกิจไม่มีพลาด
เจียงอิ่งดูเวลา สี่ทุ่มครึ่งชีจู๋น่าจะยังไม่นอน เขาสลับไปที่ QQ แล้วเปิดหน้าแชต ‘หัวหน้าห้อง’ โดยบทสนทนาของทั้งคู่ยังค้างอยู่ที่คำว่า ‘ใช่’ ซึ่งชีจู๋ตอบเขาเมื่อสองชั่วโมงก่อน
เขารู้สึกมาโดยตลอดเลยว่าชีจู๋คนนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ ไม่เล่นวีแชตก็แล้วไป แต่กระทั่ง QQ ยังใช้รูปโพรไฟล์ตั้งต้นอย่างเพนกวินอีก
คิงเกลอร์ [จิ้มๆ]
คิงเกลอร์ [จิ้มๆ]
คิงเกลอร์ [จิ้มๆ]
หัวหน้าห้อง ขออภัย ขณะนี้ไม่สะดวก กรุณาติดต่อใหม่ภายหลัง
เมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว เจียงอิ่งจึงต้องเปิดหาเบอร์ชีจู๋จากสมุดรายชื่อแล้วกดโทรหาโดยตรง
ขณะนั้นชีจู๋กำลังอ่านบทอยู่ในห้องนั่งเล่น พอเดินเข้ามาในห้องนอนถึงได้เห็นว่ามุมขวาล่างของจอคอมฯ มีโพรไฟล์รูปปูส่องแสงกะพริบอยู่ เขายกยิ้มเล็กน้อยแล้ววางบทของละครเรื่องใหม่ในมือลง ก่อนเปิดหน้าต่างแชตขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันพิมพ์อะไร อีกฝ่ายก็โทรเข้ามาเสียก่อน
“นักแสดงดังก็งี้แหละ ยุ่งจนไม่มีเวลาตอบแชต” เจียงอิ่งเริ่มบ่นทันทีที่รับสาย
“ยุ่งไม่เท่านายหรอก ติดคำค้นหายอดฮิตอยู่แท้ๆ ยังมีอารมณ์โทรมาทะเลาะกับฉันอีก” ชีจู๋ตอบเสียงเรียบจนจับอารมณ์ไม่ออก
“โอ๊ย ไม่ได้จะทะเลาะด้วย มีธุระจะคุย” เจียงอิ่งโทรหาเพราะมีธุระจริงๆ “นายกำลังทำอะไรอยู่”
เจียงอิ่งได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษดังมาจากฝั่งชีจู๋
“อ่านบทอยู่ รับละครเรื่องใหม่ ค่อนข้างเร่ง อีกไม่นานก็ต้องเข้ากองแล้ว” ชีจู๋ตอบ
“งั้นฉันจะรีบเข้าเรื่องจะได้ไม่รบกวนนาย” เจียงอิ่งพูดเร็วขึ้น “ชีจู๋ นาย…”
ทันใดนั้นชีจู๋ก็ได้ยินเสียงของเจียงอิ่งที่ปลายสาย ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเครื่องจักรบางอย่างที่แหลมสูงและฟังดูไร้ความรู้สึก
“ชีจู๋…ชีจู๋เป็นพวกตายด้าน!”
ชีจู๋ “???”
เจียงอิ่ง “…”
เอไออ๊องนี่ โง่สมชื่อจริงๆ
* การควบคุมคอมเมนต์ คือการที่แฟนคลับของคนดังเข้าไปกดไลค์และคอมเมนต์เรื่องเชิงบวกให้ขึ้นเป็นท็อปเมนต์ เพื่อควบคุมกระแสคอมเมนต์ใต้โพสต์
* รับจ้างถ่ายแทน หรือตากล้องถ่ายแทน คือตากล้องที่รับจ้างตามถ่ายคนดังแทนแฟนคลับ
** เทียปา คือแพลตฟอร์มเครือข่ายสนทนาออนไลน์ยอดนิยมของจีน มีลักษณะเป็นการตั้งกระทู้ถามตอบ พูดคุยกัน
* ‘สายธารสะท้อนเงาสารทส่อเค้าห่านป่าเริ่มโผบิน’ มาจากวรรคหนึ่งของบทกวีจีนซึ่งมีชื่อเจียงอิ่งผสมอยู่ในประโยค คือคำว่าเจียงที่หมายถึงสายธาร และอิ่งที่หมายถึงเงา
* ปีอธิกสุรทิน เป็นชื่อเรียกของปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกๆ 4 ปี
*** สัญลักษณ์เรือยักษ์ เป็นสัญลักษณ์ซึ่งแอพพลิเคชั่น QQ จะมอบให้แก่ผู้ใช้สองคนที่แชตกันบ่อยที่สุดเท่านั้น โดยเริ่มจากเรือใบเล็กเมื่อติดต่อกันนานต่อเนื่องเกิน 3 วัน และอัพเกรดเป็นเรือยักษ์เมื่อสนทนาต่อเนื่องเกิน 30 วัน
โปรดติดตามตอนต่อไป…
Comments
comments
No tags for this post.