everY
ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1
ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว
แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน
ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 1
พวกเรามีเรือยักษ์
ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์มีแฮชแท็กมาแรงประเด็นหนึ่งได้ขึ้นไปติดคำค้นหายอดฮิตในเวยป๋อ
#สำรวจเหล่านักแสดงดาวดราม่า#
[ดาวดราม่า? นักแสดง? งั้นก็ต้องมีเจียงอิ่งสิ ทักษะการแสดงห่วยแตกแถมยังชอบหัวร้อนอีกต่างหาก เขาเป็นไอดอลคนเดียวเลยนะที่ดูเหมือนพวกเกรียนคีย์บอร์ด]
[ฉันขอเสนอชื่อเจียงอิ่งด้วยอีกเสียง ฉันรู้สึกไม่ปลื้มเขา ตั้งแต่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เอาแอ็กหลุมมาด่าคนอื่นแล้ว แฟนคลับของเขาก็เป็นนักทะเลาะวิวาททั้งนั้น คอยแต่จะหาเรื่องด่าเยี่ยเสี่ยวฮั่นอยู่เรื่อย]
[กระซิบ แฟนคลับของเขาดุมาก ชื่อด้อมว่าอะไรนะ เหมือนจะเป็นภาพเงา?]
[??? ทำไมยะ มีปัญหาเหรอ อย่าเอาแต่พูดถึงพี่เจียงอิ่งของเราได้ปะ การบ้านน่ะทำเสร็จหรือยัง แล้วโอทีน่ะทำเสร็จยัง]
[ดูสิ ติ่งเขามาละ…]
[ฉันขอเสนอชื่ออีกคนหนึ่ง ชีจู๋ ถ้าพูดถึงความดังเรื่องดราม่า เขาน่าจะพอๆ กับเจียงอิ่งเลยมั้ง]
[ทักษะการแสดงของชีจู๋ไม่ได้แย่อะไร ติดที่เขาเย็นชาเกินไปหน่อย ว่ากันว่าหน้าตาไม่เป็นมิตรกับคนในกองถ่ายด้วยซ้ำ ขนาดเด็กใหม่ที่ไม่สบายยังโดนเขาว่าจนร้องไห้เลย นี่คือการวางอำนาจบาตรใหญ่หรือเปล่า เคยมีคนขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งหลายคน]
[ข่าวดราม่าอื่นของชีจู๋ก็ไม่น้อยนะ]
[น่ากลัวขนาดนั้นเชียว…งั้นเลิกพูดถึงดีกว่า ฉันได้ยินว่าด้อมนี้เก่งเรื่องการควบคุมคอมเมนต์* มากด้วย]
[อะไรเนี่ย ท็อปเมนต์อันดับสองเปลี่ยนชื่อหนีแล้ว? กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ]
[สาวๆ ฉันมีความคิดอันตรายอย่างหนึ่ง พวกเธอว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าให้สองคนนี้ถ่ายละครด้วยกัน]
[คงจะตีกันนั่นแหละ [แมลงวันถูมือ.jpg] ]
“ชาวเน็ตสมัยนี้ค่อนข้างไร้เดียงสาอยู่นะ เรื่องแบบนั้นมันเป็นไปได้” ภายในงานเลี้ยงการกุศลงานหนึ่ง เจียงอิ่งดูการถกเถียงบนเวยป๋อพลางถอนหายใจ “ก่อนอื่นเลยคือผมกับชีจู๋ไม่มีทางได้ถ่ายละครด้วยกันหรอก”
“ทำไมล่ะ” เฉินซูผู้ช่วยของเจียงอิ่งถามด้วยความประหลาดใจ “เขาเป็นนักแสดงดัง ส่วนคุณน่ะดีร้ายยังไงก็ถือว่า…มีกระแส ถ้าหากวันหนึ่งเกิดมีโอกาสได้ร่วมงานกันขึ้นมาจริงๆ ล่ะ”
“ความสัมพันธ์ของพวกผมไม่ดีเท่าไร เจอหน้าทีไรเป็นอันต้องทะเลาะ นี่เป็นเรื่องที่หลายๆ คนในวงการก็รู้กันดี” เจียงอิ่งส่ายหัว “ถ้าเป็นผู้กำกับที่มีปณิธานสูงหน่อยก็ไม่น่ามีใครยินดีที่จะเห็นพวกผมสองคนถ่ายละครร่วมกันหรอก”
บุคคลผู้กำลังกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงสวมสูทสุภาพเรียบร้อย หวีผมเนี้ยบกริบ ชั่วขณะนั้นเองจู่ๆ อีกฝ่ายก็กวาดตามองมาทางพวกเขาราวกับได้ยินอะไรบางอย่างเข้า
เนื่องจากเนื้อหาการกล่าวสุนทรพจน์ที่ฝ่ายผู้จัดงานให้มาเขียนได้ค่อนข้างจืดชืด
จังหวะนั้นผู้ช่วยเฉินจึงได้เห็นภาพเจียงอิ่งชูนิ้วกลางอย่างฉับไว ส่งไปให้ชีจู๋ซึ่งกำลังพูดอยู่บนเวที
ผู้ช่วยเฉิน “…”
ไม่ผิดแน่ ดูท่าความสัมพันธ์จะแย่จริงๆ แถมฝ่ายที่หาเรื่องก็น่าจะเป็นเจียงอิ่งด้วย
“ที่เรียกว่าดังแบบดาวดราม่าน่ะ คือแฟนคลับเยอะ แอนตี้แฟนก็เยอะไปด้วย” เจียงอิ่งเปิดโน้ตบุ๊กแล้วเปลี่ยนเรื่อง “คนอย่างผม เจียงอิ่ง นักแสดงรุ่นใหม่ที่บริหารกระแสลบได้เป็นอย่างดี ช้าเร็วยังไงสักวันก็กลายเป็นคนดังตัวจริงนั่นแหละ”
เจียงอิ่งยื่นแก้วไวน์ไปทางคนที่นั่งทางขวาของตนพร้อมแกว่งมันไปมา “เข้าใจไหมครับ”
“ไม่…ไม่ค่อยเข้าใจ” ผู้ช่วยของเจียงอิ่ง เฉินซูส่ายหัวอย่างจริงใจ
คนที่เป็นดาวดราม่าแล้วยังมีความรู้สึกเหนือกว่าได้อีก เจียงอิ่งต้องเป็นคนแรกแน่นอน…
เจียงอิ่ง ดาวดราม่าผู้มีกระแส นักแสดงสุดกาก แม่เป็นนักเขียนบทชื่อดังซ่งจิ้งซี พ่อเป็นราชาแห่งวงการภาพยนตร์เจียงเจิง และมีพี่ชายเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับแชมป์โลกที่เพิ่งประกาศรีไทร์อย่างเจียงสวิน มิหนำซ้ำคนรักของพี่ชายอย่างกู้เว่ยยังเป็นถึงนักเต้นหลักของ T.ATW วงบอยแบนด์ตัวท็อปอีกด้วย
ทั้งบ้านต่างพยายามเพื่อความก้าวหน้า มีแต่เขาที่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่
เจ้าคนกากคนนี้พอใจอะไรง่ายมาก ดีแต่ลอยชายอย่างสบายใจเฉิบ
หากไม่นับว่าต้องติดต่อบริษัทบ่อยๆ เพื่อขอให้ช่วยลบคำค้นหายอดฮิต และมักจะต้องตอบคำถามต่อหน้าสื่อว่า ‘ไม่สามารถให้ข้อมูลได้’ เฉินซูก็รู้สึกว่าตำแหน่งผู้ช่วยที่ตัวเองทำอยู่นี้ค่อนข้างสบายพอสมควร
“ก็อย่างเช่นเดือนนี้ ผมยังไม่เจอดราม่าเลยไงล่ะ” เจียงอิ่งหยิบโทรศัพท์มือถือข้างตัวมา แล้วกดเปิดไอคอนเวยป๋อบนหน้าจอ “แถมวันนี้ผมยังทำเรื่องที่เหมือนจะตกแฟนคลับได้อีกด้วย”
เมื่อช่วงบ่ายที่สนามบิน เขาตำหนิพวกรับจ้างถ่ายแทน* คนหนึ่งแบบจัดเต็มด้วยท่าทางจริงจัง ถึงขนาดว่าคุณป้าที่เดินผ่านมายังชูนิ้วโป้งให้เขา
ผู้ช่วยเฉินเปิดเวยป๋อบ้าง ก่อนจะเงียบไป
แฟนคลับของเจียงอิ่งเพิ่มขึ้นหรือเปล่าเขาไม่รู้หรอก รู้แต่ตอนนี้เจียงอิ่งกำลังติดอยู่บนคำค้นหายอดฮิต
#เจียงอิ่งด่าคนที่สนามบิน#
ผู้ช่วยเฉิน “…” นี่เรียกว่าสามารถบริหารกระแสลบได้เป็นอย่างดีเหรอ
เมื่อคำค้นหายอดฮิตเวยป๋อขึ้นเทรนด์อันดับต้นๆ ข่าวในวงการบันเทิงก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้คนมากมายในงานเลี้ยงต่างสอดส่ายสายตามาทางพวกเขา
ขณะเดียวกันนั้นเจียงอิ่งก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
“พี่? ผมมางานเลี้ยงการกุศลแทนพี่อยู่ มีอะไรหรือเปล่า” เจียงอิ่งถาม
“นายยังมีหน้ามาถามพี่ว่ามีอะไรหรือเปล่าอีกเหรอ พี่เพิ่งเข้ามารับช่วงต่อบริษัทได้ไม่นาน นายก็ขยันสร้างเรื่องให้พี่ได้ทุกวันเชียวนะ” อีกด้านหนึ่งของสายโทรศัพท์คือเจียงสวินพี่ชายของเจียงอิ่งซึ่งกำลังกล่าวอย่างไม่พอใจ “ตอนนี้พี่เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้จัดการของนายถึงบ่นอยู่เรื่อย”
“ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าคนพวกนั้นทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่” เจียงอิ่งกล่าว “ผมแค่ด่าตากล้องรับจ้างคนหนึ่ง มองยังไงก็เป็นเรื่องที่จะตกแฟนคลับได้ไม่ใช่เหรอครับ”
“ตกแฟนคลับ? นายตกแอนตี้แฟนเก่งมากจริงๆ นั่นแหละ” คนปลายสายพยายามสงบสติอารมณ์อยู่สองสามวินาทีแล้วจึงเอ่ยปากต่อว่า “จะด่าตากล้องรับจ้างก็ด่าไปสิ แต่นี่นายพูดว่าไง นายด่าพ่อล่อแม่ลามไปยันทะเบียนบ้านเขาแบบอ้อมๆ ต่อหน้ากล้องมากมายขนาดนั้นเนี่ยนะ?”
“ก่อนหน้านี้เขาเคยรัวเมนต์ด่าผมใต้โพสต์บนเทียปา** คราวนี้ตากล้องรับจ้างนี่ยังผลักแฟนคลับคนหนึ่งของผมจนล้มอีก ทำเข่าของเด็กผู้หญิงคนนั้นเลือดออกเลยนะ เขาควรซ่อนแม่ของตัวเองไว้ให้ดีก่อนที่จะออกมาเล่นเน็ตปั่นดราม่าสร้างเรื่องไม่ใช่เหรอ แค่คนในทะเบียนบ้านไม่กี่หน้าจะเดือดทำไมนัก” เจียงอิ่งพูดอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย “ผมมีแฟนคลับตัวจริงอยู่แค่ไม่กี่คน ผมไม่ควรปกป้องพวกเขาหรือไง”
เจียงสวิน “…”
“โอเค เข้าใจแล้ว” เจียงสวินยกโทรศัพท์ออกห่างเล็กน้อย “พี่ยอมนายแล้ว ในงานเลี้ยงอย่าก่อเรื่องอะไรอีกล่ะ”
เจียงอิ่งตอบอย่างขอไปที ก่อนวางสายแล้วถอนหายใจ “คนแต่งงานแล้วนี่พูดมากขึ้นแฮะ”
ผู้ช่วยเฉินไม่กล้าวิจารณ์เจ้านายจึงได้แต่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ดาวดราม่าน่ะขึ้นคำค้นหายอดฮิตบ่อยอยู่แล้ว ชาวเน็ตเองก็เห็นกันจนชิน ซึ่งคราวนี้ในวิดีโอที่ถูกโพสต์ลงเวยป๋อนั้นมีดาราระดับล่างที่มีกระแสในอินเตอร์เน็ตอย่างเจียงอิ่ง กำลังยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในสนามบิน ขณะชี้นิ้วไปที่มือปืนรับจ้างถ่ายแทนคนหนึ่งพร้อมกับพ่นคำด่าไฟแลบ
ผู้ที่โพสต์วิดีโอมีเจตนาไม่บริสุทธิ์อย่างเห็นได้ชัด จงใจตัดส่วนที่ตากล้องรับจ้างเป็นฝ่ายผลักคนอื่นก่อนออกไปหมด เหลือไว้เพียงส่วนที่เจียงอิ่งกำลังเหน็บแนมคนอื่น
‘ภาพเงา’ เหล่าแฟนคลับของเจียงอิ่งเจอเรื่องแบบนี้กันบ่อยจนชินแล้ว
[ภาพเงารักพี่เสมอ #บอยคอตตากล้องรับจ้าง# พี่ของเราจริงใจมาโดยตลอด ขออภัยด้วย]
[วันนี้เจียงอิ่งแอ็กทีฟหรือยัง #สายธารสะท้อนเงาสารทส่อเค้าห่านป่าเริ่มโผบิน*# ถ้ามีเวลาว่างกินเผือกขนาดนั้น ลองมาตามแท็กแฟนคลับของพี่เราดูดีกว่า แค่มองหน้าเขาก็ทำให้อารมณ์ดีได้ทั้งวันแล้ว]
บรรดาแอนตี้แฟนของเจียงอิ่งก็ไม่สะทกสะท้านกับสถานการณ์แบบนี้เช่นกัน
[user99236788 @เจียงอิ่ง KANI การที่ตากล้องรับจ้างตามถ่ายนาย นายควรขอบคุณด้วยซ้ำไม่ใช่เหรอ การถ่ายรูปนายก็หมายความว่าเขาเห็นค่าในตัวนายนะ]
[บอลผ้าแพรตัวน้อย อวดดีสมเป็นดาวดราม่าจริงๆ]
ผู้ช่วยเฉินไถดูคอมเมนต์ในเวยป๋อสักพัก และพบว่าหลังจากวิดีโอนี้หลุดออกมา ปฏิกิริยาที่น่าสนใจที่สุดมาจากชาวเน็ตขาจรบนเวยป๋อ
[ขาจร เจียงอิ่งติดคำค้นหายอดฮิตอีกแล้ว ได้ยินว่าเขาเป็นลูกชายของราชาภาพยนตร์เจียงด้วย น่าเสียดายจริงๆ ตอนเขาไม่เปิดปากพูดออกจะน่าดึงดูดแฟนคลับแท้ๆ]
ผู้ช่วยเฉินเห็นด้วยอย่างยิ่งกับมุมมองของขาจร
เจียงอิ่งในตอนนี้สวมฮู้ดสีขาวเอาไว้ เนื่องจากเป็นการเข้าร่วมงานเลี้ยงการกุศลจึงไม่ได้ทำผมที่สะดุดตาอะไรนัก เขานั่งอยู่ที่โต๊ะโดยถือแก้วน้ำผลไม้ไว้ในมือ ปากก็กัดหลอดดูดพลางหลุบตามองโทรศัพท์ ค่อนข้างให้บรรยากาศเหมือนนักเรียนความประพฤติดี
เจียงอิ่งในเวลานี้มีรูปร่างหน้าตาและออร่าตรงตามที่สาธารณชนต้องการจากไอดอลอย่างสมบูรณ์
หากผู้ช่วยเฉินไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ล่ะก็นะ
เจียงอิ่งกดไลค์วิดีโอที่แอ็กปั่นเอามาใส่ร้ายเขาด้วยแอ็กหลักเวยป๋อของตัวเอง ต่อด้วยใช้โน้ตบุ๊กเข้าแอ็กหลุมเวยป๋อเจ็ดแปดบัญชีของตนลงสนามไปด่าแอนตี้แฟน
“คุณเหนื่อยหรือเปล่า” ผู้ช่วยเฉินมองแอ็กหลุมเวยป๋อจำนวนมากที่เจียงอิ่งเข้าด้วยท่าทีระมัดระวัง
ศิลปินส่วนใหญ่มักจะไม่ตามอ่านความคิดเห็นเชิงลบบนเน็ต เพราะส่วนมากจะถูกโจมตีโดยไม่มีเหตุผล แต่เจียงอิ่งต่างออกไป คนคนนี้มีสภาพจิตใจมั่นคงมาก แถมยังชอบทะเลาะกับแอนตี้แฟนจากสารพัดช่องทางบนเน็ตอีกด้วย หลายครั้งก็เล่นแรงจนศัตรูและตัวเองเสียหายพอๆ กัน เป็นเหตุให้แอ็กหลุมถูกแบนไปหลายบัญชี
คนชอบเขาเยอะ คนแอนตี้เขาก็เยอะเช่นกัน
บริษัทมีคำขอเพียงอย่างเดียวให้กับผู้ช่วยเฉิน นั่นคือขอแค่อย่าให้เจียงอิ่งเอาแอ็กหลักไปทะเลาะกับคนอื่น
“ไอดอลดาวดราม่าอย่างผมสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่แล้ว” เจียงอิ่งเคาะพิมพ์แป้นพิมพ์จนเกิดเสียงแต่กๆ ข้อความก็เด้งออกมาทีละบรรทัด ท่าทางดูเพลิดเพลินสุดขีด
[แอ็กหลุมของเจียงอิ่ง 1 ไอดอลแล้วยังไง เป็นไอดอลแล้วสมควรโดนแกด่าเหรอ ดาราทำเงินจากแกหรือไง]
[แอ็กหลุมของเจียงอิ่ง 2 ตากล้องรับจ้างถ่ายรูปคนอื่นเพราะเห็นค่าในตัวคนคนนั้นเหรอ งั้นฉันด่าแกก็เพราะฉันเห็นค่าในตัวแกงั้นสินะ]
[แอ็กหลุมของเจียงอิ่ง 3 คนบางคนที่ด่าคนอื่นเนี่ยช่วยมีสมองหน่อยได้ไหม อย่าเห็นอะไรบนเวยป๋อก็ไปเมนต์ด่าเจียงอิ่งใต้โพสต์เรื่อยเปื่อย แม้แต่โพสต์ข่าวหมูขึ้นราคาก็ยังเห็นแกอุตส่าห์โยงไปหาเจียงอิ่งได้อีก นี่ควรจะชมว่าแกสมองมีปัญหาหรือไม่มีสมองดีนะ]
“นี่กำลังสนุกอะไรอยู่อีกล่ะ หืม? คุณไอดอล” เสียงดังมาจากด้านหลังของเจียงอิ่ง ทันใดนั้นก็มีคนมายืนอยู่ข้างหลังพร้อมเอื้อมไปจับข้อมือขวาของเขาเพื่อเอามือเจียงอิ่งออกจากแป้นพิมพ์
เจียงอิ่งหันหลังและพบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคือชีจู๋ซึ่งเมื่อครู่ยังกล่าวสุนทรพจน์อยู่บนเวที
ทันทีที่สายตาของทั้งสองคนสบกัน ผู้ช่วยเฉินก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบเล็กน้อย
“สูทดำไม่เหมาะกับนายเลย ใส่แล้วดูแก่” เจียงอิ่งกวาดตามองชีจู๋จากบนลงล่าง
“เสื้อฮู้ดก็ไม่เหมาะกับนายเหมือนกัน ใส่แล้วดูแอ๊บเด็ก” ชีจู๋ว่าหน้านิ่ง
ผู้ช่วยเฉินที่อายุใกล้จะขึ้นต้นด้วยเลขสามมองดูคนสองคนที่อายุยี่สิบต้นๆ กำลังเถียงกันด้วยหัวข้อเรื่องแอ๊บเด็กและดูแก่แล้วก็พาให้ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างเงียบๆ เพราะกลัวว่าไฟสงครามจะลามมาถึงตัวเอง
“มาหาฉันทำไม” เจียงอิ่งพับปิดโน้ตบุ๊ก
“อันนี้ให้นาย” ชีจู๋วางถุงกระดาษขนาดใหญ่ลงบนโต๊ะตรงหน้าเจียงอิ่ง
“ไปเอามาจากไหน” เจียงอิ่งเริ่มสนใจ
“ผู้จัดงานให้มาเป็นของขวัญสำหรับการกล่าวสุนทรพจน์” ชีจู๋หันหลังกลับเตรียมจะเดินออกไป
“ของขวัญที่นายไม่ต้องการ นายเลยให้ฉันเนี่ยนะ” เจียงอิ่งอยากจะไม่เชื่อสายตา “นายเล่นกับใครอยู่ไม่ทราบ”
“ใช่” ชีจู๋พยักหน้า ภายใต้น้ำเสียงเรียบนิ่งแฝงความเห็นอกเห็นใจเอาไว้เล็กน้อย “พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ตั้งสี่ปีกว่านายจะได้ฉลองวันเกิดสักที ลำบากแย่”
“…” เจียงอิ่งเอ่ย “นี่นายดูถูกคนที่เกิดปีอธิกสุรทิน* เหรอ”
ชีจู๋ไม่สนใจเขาอีก เพียงวางถุงกระดาษลงก่อนจะหมุนกายเดินจากไป
“แล้วมันคืออะไรกันเนี่ย” เจียงอิ่งยังคงสงสัย
สิ่งที่อยู่ในถุงกระดาษคือตุ๊กตาเพนกวินและกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ อีกกล่อง
ผู้ช่วยเฉินจึงเฝ้าดูเจียงอิ่งเปิด QQ บนโทรศัพท์มือถือ กระทั่งเจอคนที่ไอดีมีข้อความกำกับเอาไว้ว่า ‘หัวหน้าห้อง’
คิงเกลอร์ ของที่อยู่ในกล่องคืออะไร
หัวหน้าห้อง ลำโพงอัจฉริยะ ‘นักเรียนเสี่ยวกวา’
คิงเกลอร์ เอาไว้ใช้ทำอะไร
หัวหน้าห้อง เอไออัจฉริยะน่ะ ฉันเห็นว่านายชอบทะเลาะกับคนอื่น เอาไว้ว่างๆ ก็มาทะเลาะกับมันได้
คิงเกลอร์ โอ้? นี่นายกำลังแซะฉันใช่ไหม
หัวหน้าห้อง ใช่
“หัวหน้าห้องคือใครเหรอ” ผู้ช่วยเฉินมองหน้าจอโทรศัพท์ของเจียงอิ่งจากด้านข้าง และรู้สึกว่ารูปแบบการสนทนาของทั้งสองคนนี้ดูคุ้นๆ อย่างน่าประหลาด
“ชีจู๋ไง เราเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาก่อน” เจียงอิ่งกล่าว “คุณก็เห็นแล้วใช่ไหม พวกเราไม่มีทางถ่ายทำร่วมกันได้หรอก ความสัมพันธ์ระหว่างเราแย่มากจริงๆ”
จากการสนทนาเมื่อสักครู่ เจียงอิ่งดูมีท่าทีเกรี้ยวกราด ทางฝ่ายชีจู๋ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยอยากจะสนใจเจียงอิ่งสักเท่าไร
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ดีหรือไม่นั้น ผู้ช่วยเฉินไม่รู้และไม่กล้าแสดงความคิดเห็น แต่เมื่อสักครู่ตอนเขาหันหน้าไปก็ดันเห็นเข้าพอดีว่าบนหน้าจอแชต QQ ของสองคนนี้มีสัญลักษณ์เรือยักษ์*** อยู่ด้วย
Comments



