ทดลองอ่านนิยาย โฉมสะคราญล่มเมือง เล่ม 1 บทที่ 3-บทที่ 4 – หน้า 19 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่านนิยาย โฉมสะคราญล่มเมือง เล่ม 1 บทที่ 3-บทที่ 4

19 of 19หน้าถัดไป

กุยหวั่นอมยิ้ม มองดูเยียลี่ถือมีดกรีดบนแขนตนเองเป็นแผลเล็กๆ เลือดค่อยๆ ไหลลงมา กุยหวั่นก็ขนลุกซู่ ยังไม่ต้องพูดถึงกลิ่นคาวเลือดน่าสะอิดสะเอียน ตอนนี้ข้างกายไม่มีชามสักใบ จะให้นางเข้าไปดื่มเองหรือไร

“ทำไมหรือ” เยียลี่พูดอย่างสงสัย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงมีสีหน้าลำบากใจ เขาควรจะดีใจที่สามารถถอนพิษได้จึงจะถูกไม่ใช่หรือ

ช่างเถอะ ชีวิตสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด

เมื่อคิดเช่นนี้กุยหวั่นจึงเดินเข้าไป ก้มหน้าไปที่แผลของเขาแล้วดื่มเลือด

ชั่วขณะนั้นเยียลี่ตระหนกตกใจยิ่งด้วยริมฝีปากของกุยหวั่นที่แตะไปบนบาดแผลของเขานำมาซึ่งความรู้สึกชาวาบกระจายมาตามบาดแผล ราวกับเขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดอีกเลย

นี่มันช่าง…

เยียลี่สะดุ้งเฮือก ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นคนงามจับใจ แต่อย่างไรก็เป็นชาย สองวันมานี้จิตใจเหม่อลอยไปเพราะเขาก็แล้วไป ตอนนั้นตนยังเกิดความรู้สึกหวั่นไหวไปอีก

เยียลี่นะเยียลี่ เจ้าเป็นอะไรกันแน่!

ความขัดแย้งเกิดขึ้นในใจ เขาอดใจไม่ไหวก้มลงมองชายหนุ่มที่ดื่มเลือดอยู่ ผมดำราวแพรไหม ผิวขาวนวลราวหยก ปลายคางเล็กเรียว ต้นคองามระหง และยังมี…

เยียลี่จับแขนของชายหนุ่มเอาไว้ ไม่อาจปกปิดความตื่นเต้นไว้ได้ “เจ้า…เจ้าไม่ใช่บุรุษหรือ”

ถูกจับแขนอย่างฉับพลัน กุยหวั่นจึงเงยหน้าขึ้นด้วยความเจ็บ เมื่อมองเห็นความตกใจ สงสัย และยินดีแวบผ่านในดวงตาของเยียลี่ รวมทั้งได้ยินคำถามเมื่อครู่ของเขาแล้ว นางก็รู้สึกตกใจ แต่แล้วก็ตอบกลับไปอย่างสงบนิ่ง “ใช่แล้ว ข้าก็ไม่ได้บอกว่าข้าเป็นบุรุษเสียหน่อย”

บนริมฝีปากของกุยหวั่นยังมีคราบเลือดติดอยู่ ในความมืดเช่นนี้ทำให้ใบหน้านางยิ่งดูงดงาม เยียลี่รู้สึกเบิกบานใจขึ้นมาทันที ความยินดีสะสมเพิ่มขึ้นทีละนิด ในที่สุดเขาก็หัวเราะออกมา

กุยหวั่นมองเขาเหมือนมองคนบ้าแล้วพูดเตือนสติว่า “บนกำแพงเมืองมีทหารยาม” เพิ่งจะพูดจบ เหมือนต้องการพิสูจน์ว่านางพูดจริง มีทหารยามสองนายวิ่งลงมาจากกำแพงเมือง เยียลี่ไม่มองหน้าพวกเขา แต่มองหน้ากุยหวั่นด้วยสายตาเร่าร้อน “เป็นสั่วเก๋อถ่าจริงๆ…”

ทหารสองนายเดินเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที เยียลี่ขยับตัวในทันใด เขาปราดเปรียวราวเสือดาว มือชักกระบี่ข้างเอวของหนึ่งในทหารสองนายนั้นพลางขยับตัวอย่างแคล่วคล่องแม่นยำ

ทหารทั้งสองไม่ได้แม้แต่ส่งเสียงก็ไปรายงานตัวยังอีกโลกหนึ่งเสียแล้ว

กุยหวั่นมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยความเย็นชา เยียลี่ที่จัดการทหารเสร็จแล้วก็หมุนตัวมา เก็บกระบี่เข้าเอวของตนเองแล้วก้าวยาวๆ มาหากุยหวั่น

เขาเพิ่งจะฆ่าคน บนร่างยังมีกลิ่นคาวเลือดอยู่ กุยหวั่นจึงถอยหลังไปหนึ่งก้าว

เยียลี่เพิ่มความเร็วฝีเท้า จับไหล่ของกุยหวั่นเอาไว้แล้วดึงตัวนางมาตรงหน้า พร่ำพูดด้วยท่าทางยินดียิ่ง “สั่วเก๋อถ่า เจ้าคือสั่วเก๋อถ่า”

กุยหวั่นไม่เข้าใจเลยว่าเขากำลังพูดเหลวไหลอะไร นางพยายามผลักเขาออกแล้วเตือนสติด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้ายังไม่ไปจะไม่ทันกาลแล้ว”

เยียลี่ถูกบีบให้ปล่อยมือ แต่ยังคงจ้องหน้ากุยหวั่นอยู่แล้วพูดออกมาทีละคำว่า “ข้าจะกลับมาแน่นอน” พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินไปทางประตูเมืองทันที แต่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เขาหยุดชะงักแล้วหันหน้ามา พูดให้สัญญากับกุยหวั่นอีกครั้ง “ข้าจะกลับมาแน่นอน สั่วเก๋อถ่า”

กุยหวั่นไร้คำพูด มองดูเงาร่างของเขาค่อยๆ หายไปในความมืด จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังขึ้นจากทางประตูเมือง คาดว่าเขาคงออกจากเมืองไปแล้ว สีหน้าของกุยหวั่นจึงเปลี่ยนไปจนยากจะคาดเดาได้ ทันใดนั้นก็เผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา นางพูดเสียงเบาว่า “คนเผ่าหนู่จะระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเช่นนั้นหรือ” นางหัวเราะเบาๆ แล้วยกมือขึ้นตวัด เงาร่างคนสองคนปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดที่เดิมทีไร้ผู้คน เพียงพริบตาก็มาอยู่ข้างตัวนาง เห็นได้ว่าเป็นยอดฝีมือ

ทั้งสองมายืนขนาบหลังนาง หนึ่งในนั้นพูดด้วยเสียงแหบเบาว่า “รายงานแม่ทัพหลินแล้วขอรับ เขาออกไปทางนี้ มีแต่ตายสถานเดียว”

กุยหวั่นมองไปยังทางมืดมิดตรงหน้า บนใบหน้าไร้ความรู้สึก ได้ยินนางพูดเพียงเบาๆ เหมือนจะพูดให้คนด้านหลังฟัง แต่ก็เหมือนพูดกับตนเองด้วยเช่นกัน

“เจ้าไม่มีชีวิตรอดกลับไปแล้วยังจะกลับมาอีกได้อย่างไรกัน” นางชะงักไปชั่วครู่ ราวกับไม่อยากใจร้าย แล้วพูดขยายความต่อเสียงเบาว่า “ช่างโหดร้ายเสียจริง แต่ใครให้เจ้าเป็นคนต่างเผ่าเล่า เป็นโชคชะตาที่น่าจนใจเหลือเกิน…”

ไม่มีใครตอบนาง มีเพียงเสียงลมพัด พัดเอาเสียงพูดของนางลอยไปในความมืด ฝังอยู่ท่ามกลางกำแพงเมืองอันกว้างใหญ่เบื้องหน้านั้น

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

19 of 19หน้าถัดไป

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 96

บทที่ 96 ในขณะที่แม่นางฝูกำลังกล่าวอยู่นั้น ลูกแก้วปีศาจบนฝ่ามือของนางก็เปล่งแสงสว่างพร่างพรายจนใจคนเกิดกิเลสตัณหา อยากจ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 3

บทที่ 3 “ได้หรือไม่” น้ำเสียงของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความคาดหวัง ในดวงตามีแววสนใจเพิ่มขึ้นหลายส่วน เห็นได้ชัดว่าเขากำลังนึกถ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 4

บทที่ 4 “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรสนมชายาทุกพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” เผยไหวกวงเดินเข้ามา พูดทักทาย ทว่าแผ่นหลังนั้นไม่ได้ค้อมลง...

community.jamsai.com