ในขณะที่เชียนโม่เข้าใจว่าคงต้องเดินอีกนาน ท่ามกลางแสงตะวันสุดท้ายที่เหลืออยู่ เธอก็เห็นผืนแผ่นดินคล้ายจู่ๆ ก็เว้าลึกลงไป หุบเขาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งปรากฏขึ้นมาตรงหน้า
เชียนโม่ไม่รู้จะใช้คำพูดอะไรมาบรรยายปรากฏการณ์ตรงหน้าได้ถูก
ถ้าจะพูดจริงๆ นี่ไม่อาจนับว่าเป็นหุบเขา ดูจากรอยขุดเจาะเป็นชั้นๆ ตามภูเขาหินที่อยู่รอบด้าน ที่นี่น่าจะเกิดจากคนขุดเจาะขึ้นมา
ในหุบเขาคล้ายเรียงรายไปด้วยรังที่เจาะเป็นช่องๆ มีโครงไม้ เพิงหญ้าที่สร้างจากไม้จำนวนนับไม่ถ้วน คนก็คล้ายมดที่ใช้ชีวิต เข้าๆ ออกๆ แต่ก็มีระเบียบอยู่ในโพรงจำนวนมากเหล่านี้ มีเส้นทางเดินทอดยาวลงไปสู่ด้านล่าง มองจากที่ไกลๆ เห็นเพียงควันหนาลอยอวล บดบังแสงตะวันที่เหลืออยู่บนท้องฟ้าไปจนหมดสิ้น
มีเสียงสับสนวุ่นวายดังมาจากด้านหลัง เชียนโม่และคนอื่นๆ ถูกทหารผลักไปที่ข้างทางเกือบจะล้มลงไป เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นรถม้าขบวนหนึ่งวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว กีบเท้าม้าแข็งแรง ล้อรถที่ทำด้วยไม้ส่งเสียงดังกึงๆ น้ำโคลนสาดกระเด็น เชียนโม่รีบหันหลังหลบ เธอคิดจะมองให้ชัดๆ อีกที ทว่ารถม้าขบวนนั้นก็ผ่านไปแล้ว เห็นเพียงธงที่อยู่ด้านหลังรถลากปลายหางยาว ปลิวสะบัดไปมาท่ามกลางสายลม
ใต้หินก้อนใหญ่ข้างทางก้อนหนึ่ง มีคนสองคนที่ดูท่าทางเหน็ดเหนื่อยอ่อนระโหยยิ่งกำลังดื่มน้ำและพูดคุยกัน คนผู้หนึ่งท่าทางเหมือนผู้คุมหันมาเห็นเข้าก็ร้องด่าและคว้าแส้เดินเข้ามา พวกเขารีบเก็บกระบุงไม้ไผ่ที่อยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วเร่งสาวเท้าเดินหนีไป
ในเวลานี้เองมีคนหลายคนแบกกระบุงไม้ไผ่เดินผ่านข้างกายเชียนโม่ไป พวกเขาผมยุ่งเป็นกระเซิง ใบหน้าเลอะเทอะเหมือนคนงานถ่านหิน ส่วนใหญ่สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ กระบุงไม้ไผ่ของพวกเขาดูหนักมาก บ้างก็มีหินก้อนใหญ่สีเขียวอ่อนอยู่ในนั้น บ้างก็เป็นดินแร่สีแดงเข้ม
สายตาของเชียนโม่ชะงักนิ่ง
แร่ทองแดง?
เธอนิ่งอึ้งแล้วหันขวับกลับไปมองบ่อแร่ที่มีไม้ค้ำยันและปากช่องทางเหล่านั้น ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยภูเขาเหมืองแร่ตั้งเรียงรายเป็นระเบียบ
ลักษณะภูมิทัศน์ของภูเขาแม่น้ำค่อยๆ ทับซ้อนกับภาพที่อยู่ในความทรงจำ เชียนโม่เบิกตากว้าง หัวใจเต้นตึกตักขึ้นมา
กงอิ่น* ประจำถงซานจู่ๆ ได้รับรายงานว่าฉู่หวัง* เสด็จมาก็ตั้งตัวไม่ทัน เขารีบมายังค่ายบัญชาการถงซาน เพิ่งจะเข้าประตูก็เห็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งสวมรัดเกล้าสูงเสื้อคลุมยาวยืนอยู่หน้าโต๊ะ กำลังพลิกดูม้วนไม้ไผ่ในมือ
ฉู่หวังเห็นกงอิ่นแล้ว ใบหน้าด้านข้างส่องสะท้อนแสงสว่างจางๆ ดูน่าครั่นคร้ามทั้งที่ไม่ได้กราดเกรี้ยว
กงอิ่นในใจรู้สึกเป็นกังวล ฉู่หวังอายุน้อย ขึ้นชื่อว่าเป็นคนทำอะไรอย่างมีอิสระไร้กฎเกณฑ์ ไปมาดุจสายลม ทั้งอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยเอาแน่เอานอนไม่ได้ กงอิ่นจำเป็นต้องรับมืออย่างระมัดระวัง
“กว่าเหริน* มาเยี่ยมดูถงซาน” ไม่รอให้กงอิ่นกล่าวคำพูดตามพิธีรีตองจบ ฉู่หวังก็เอ่ยเสียงราบเรียบขึ้น สายตาละผ่านตัวอักษรบนแผ่นไม้ไผ่ “ระยะหลังมานี้จำนวนแร่จากถงซานลดน้อยลง หรือว่ามีปัญหาอะไร”
* กงอิ่น เป็นตำแหน่งขุนนางผู้ควบคุมดูแลคนงาน และจัดการเกี่ยวกับงานช่าง งานเหมือง หรือการก่อสร้าง
* ฉู่หวัง หมายถึงเจ้าผู้ครองแคว้นฉู่ ซึ่ง ‘หวัง’ หรือ ‘อ๋อง’ (王) ในสมัยชุนชิวนี้เป็นบรรดาศักดิ์เทียบเท่ากับกษัตริย์
* กว่าเหริน เป็นคำเรียกตนเองของกษัตริย์จีนโบราณ หมายถึงข้าพเจ้า