ทดลองอ่านนิยาย พบพานชายาในแปลงสมุนไพร บทที่ 1 – บทที่ 3 – หน้า 17 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่านนิยาย พบพานชายาในแปลงสมุนไพร บทที่ 1 – บทที่ 3

บทที่ 3

 

รถม้าคันหนึ่งแล่นจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมืองไปอย่างช้าๆ เผยจื่ออวี๋ที่อยู่ภายในตัวรถแหวกผ้าม่านออกมองดูทุ่งนาเขียวขจี และรับลมเย็นๆ ที่ทำให้นางรู้สึกปลอดโปร่งเป็นอย่างมาก

หญิงสาวสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดจนร่างกายรู้สึกผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย เพียงแต่ตอนเห็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอในสภาพเสื้อผ้าเก่าขาด ก็ทำให้นางรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ ทั้งที่อุทกภัยผ่านพ้นไปตั้งนานแล้ว แต่เพราะเหตุใดจำนวนของผู้ประสบภัยถึงยังมากมายขนาดนี้ได้เล่า

ยิ่งเวลานี้ล่วงเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศจึงเริ่มอุ่นขึ้น หากผู้ประสบภัยที่มาต่อแถวรับหมั่นโถวและของใช้จำเป็นในทุกวันกลับยังมีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก

และเนื่องจากสภาพอากาศร้อนขึ้น ทำให้ผู้ประสบภัยที่ไม่มีสถานที่อาบน้ำเริ่มมีกลิ่นแปลกๆ ออกมาจากตัว เผยจื่ออวี๋รู้สึกแย่มากตอนที่ออกไปแจกหมั่นโถว แต่พูดอะไรไม่ออก

ดังนั้นเมื่อนางไม่อาจพูด และเพื่อมิให้เป็นการทำร้ายจิตใจของเหล่าผู้ประสบภัยที่ไร้บ้านพวกนั้น หญิงสาวจึงสวมผ้าคลุมหน้าออกจากบ้านทุกวัน พอมีใครถามก็บอกว่าเพราะกลัวแดดเผาจนหน้าดำแทน

นับจากวันที่เกิดอุทกภัยจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว ทว่าพวกขุนนางกลับยังหาวิธีการแก้ปัญหาที่ได้ผลกันออกมาไม่ได้เลย แม้แต่เงินช่วยเหลือและเสบียงอาหารก็ยังล่าช้า จนเหล่าขุนนางท้องถิ่นต้องไปปรึกษากับเหล่าพ่อค้าที่ให้การช่วยเหลือกันอยู่ว่าขอให้พวกเขาช่วยจุนเจือกันต่อไปก่อน พอเผยจื่ออวี๋ได้ยินเรื่องในวงขุนนางพวกนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ

มิใช่ว่านางหวงแหนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เพราะไม่มีขุนนางคนไหนที่คิดหาวิธีการดีๆ ออกมาได้เลยสักคน มีแต่บอกว่าไม่รู้จะจัดการอย่างไรแล้วแบมือว่างเปล่าทั้งสองข้างออกมาอย่างเดียวเท่านั้น

เมื่อภัยธรรมชาติมาพร้อมกับความทุจริตในแวดวงขุนนาง ย่อมทำให้เกิดสถานการณ์ข้าวยากหมากแพงและจำนวนขอทานที่เพิ่มสูงขึ้น จนสตรีอย่างเผยจื่ออวี๋ยังต้องมีองครักษ์รูปร่างกำยำล่ำสันสองคนคอยติดตามเวลาออกจากบ้าน เพราะแม้วิชาศิลปะการป้องกันตัวที่จื่ออวี๋เคยร่ำเรียนมาในโลกยุคปัจจุบันจะไม่เลวนัก แต่ตัวคนเดียวย่อมไม่อาจรับมือคนหลายคนพร้อมกันได้อยู่ดี

หลังล่วงเข้าประตูเมืองมาแล้ว รถม้าก็วิ่งผ่านถนนที่เต็มไปด้วยผู้ประสบภัยและขอทานไปอย่างช้าๆ เพราะเกรงว่าถ้าวิ่งเร็วเกินไปไม่ทันระวังจะชนถูกคนเข้า เช่นนั้นจะยิ่งเป็นเรื่องใหญ่

“คุณหนู เราต้องไปร้านขายเสื้อผ้าก่อนไปที่โรงหมอของท่านหมอจางมิใช่หรือขอรับ” เตาโต้วที่อยู่ด้านหน้ารถถามเผยจื่ออวี๋ที่อยู่ในตัวรถม้า

“อืม อีกเดี๋ยวพอไปถึง ปาเจี่ยวเจ้าก็ไปเอาเสื้อผ้าที่ข้าให้ไปซื้อเมื่อวานด้วย” เผยจื่ออวี๋แหวกผ้าม่านออกไปสั่งปาเจี่ยวที่นั่งอยู่กับเตาโต้ว

“ขอรับคุณหนู” ปาเจี่ยวตอบรับ แต่พอมาคิดๆ ดูก็รู้สึกว่าผิดปกติจึงอดถามขึ้นไม่ได้ว่า “คุณหนูขอรับ คุณชายที่โรงหมอผู้นั้น…ท่านกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย แล้วเพราะเหตุใดท่านถึงต้องดูแลเขาขนาดนี้ด้วย ทั้งช่วยเขาจ่ายค่าหมอและยังจะซื้อเสื้อผ้าให้อีก”

“ปาเจี่ยว คุณหนูของเจ้ามิใช่ทำเรื่องพวกนี้เป็นครั้งแรกเสียหน่อย เจ้าลืมแล้วหรือ” เตาโต้วที่อยู่ด้านข้างพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “คุณหนูของเราเป็นคนจิตใจดีงาม อย่าว่าแต่คนแปลกหน้าไร้ที่พึ่งพาคนหนึ่งเลย แม้แต่แมวข้างถนนถูกหมากัดจนบาดเจ็บ คุณหนูยังเก็บกลับบ้านไปรักษาจนหายแล้วปล่อยไปด้วยซ้ำ”

“ก็จริง หากแต่ไหนแต่ไรมาคนที่คุณหนูช่วยล้วนแต่เป็นคนในอำเภอเดียวกันกับเราทั้งนั้น แต่ครั้งนี้ผู้ที่ท่านช่วยกลับเป็นบุรษแปลกหน้าที่มาจากที่ใดไม่ทราบ ข้าเลยรู้สึกแปลกๆ” ปาเจี่ยวกล่าวพลางเกาศีรษะแกรกๆ

เผยจื่ออวี๋รู้ได้ทันทีว่าปาเจี่ยวกำลังคิดอะไร “ปาเจี่ยว บอกมานะ ท่านแม่ของข้าแอบสั่งอะไรเจ้าไว้ใช่หรือไม่ เป็นต้นว่ายามออกจากบ้านให้ดูด้วยว่าข้ามองคุณชายบ้านไหนมากหน่อย หรือข้าสนใจผู้ประสบภัยหน้าตาดีคนไหนบ้างหรือไม่ จะได้หาสักคนกลับไปเป็นเขย?!”

แค่ใช้สมองคิดดูนางก็รู้แล้วว่าการที่จู่ๆ ปาเจี่ยวถามเรื่องพวกนี้ขึ้นมาต้องเกี่ยวข้องกับมารดาอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้มารดาของนางคิดแต่อยากจะช่วยนางหาสามีสักคน มีหรือที่เผยจื่ออวี๋จะไม่คอยระวังตัวเอาไว้ ถ้าเกิดมีวันไหนมารดาพูดจาแปลกๆ เป็นทำนองว่าได้ช่วยนางเลือกหาสามีดีๆ เอาไว้ พร้อมดูฤกษ์มงคลให้เสร็จสรรพ คอยแต่เพียงให้นางไปเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเท่านั้น นางมิลมใส่หรือ

“คุณหนู ท่านช่างร้ายกาจยิ่งนัก ขนาดฮูหยินไม่ได้บอกท่าน ท่านยังรู้อีกหรือขอรับ” ปาเจี่ยวปากถามแต่มือยังคงเกาศีรษะด้วยความฉงน

“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความสุขชั่วชีวิตของข้า ข้ามิใส่ใจได้หรือ” เผยจื่ออวี๋พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ปาเจี่ยว ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อนนะว่าค่าแรงเจ้า ข้าเป็นคนจ่าย อะไรที่ควรพูดหรือไม่ควรพูด เจ้าย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ และข้าขอย้ำกับเจ้าไว้ตรงนี้เลยว่าเวลานี้ข้ายังไม่คิดจะแต่งเขยเข้าบ้าน ได้ยินชัดเจนหรือไม่ ระวังเอาไว้นะว่าถ้าหากเจ้ายังลืมอีกจะมีผลไปถึงเงินพิเศษตอนสิ้นปีด้วย ถ้าอยากได้เงินน้อยกว่าคนอื่นเขาก็ลองดู!”

Comments

comments

Continue Reading
2 Comments

2 Comments

  1. Nichapha

    กันยายน 19, 2017 at 2:36 PM

    อยากอ่านต่อเมื่อไหร่หนังสือจะออกวางขายค่ะ

    • Jamsai Editor

      ตุลาคม 6, 2017 at 11:36 AM

      สามารถซื้อได้ค่ะ ที่งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ, ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ JamShop ค่ะ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

    By

    บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรม...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

    By

    บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นางพาดไว้เช็ดคราบน้ำบน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

    By

    บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ทว่าชั่วประเดี๋ยวเดีย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 6

บทที่ 6 เสิ่นฮูหยินเห็นภาพเหตุการณ์นี้แล้วก็ตกใจ พอเห็นเสิ่นหุยยืนขึ้นก็คิดจะปกป้องบุตรสาวคนเล็กที่อ่อนแอผู้นี้ จึงยืนขึ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจ...

community.jamsai.com