เมิ่งซื่อจึงข่มกลั้นโทสะ ถามซินฮูหยินว่าคิดเห็นเช่นไรกันแน่ ให้นางตัดสินมา
ซินฮูหยินถึงได้เปิดปากด้วยสีหน้าลำบากใจ บอกว่าตนเองก็ไม่มีความเห็น แต่ว่าอาการป่วยของเฉวียนเกอเอ๋อร์มาอย่างไร้ที่มาที่ไปจริงๆ ก่อนหน้านี้ล้วนแข็งแรงดีมาโดยตลอด บอกเมิ่งซื่อว่าอย่าได้ร้อนใจ ให้กลับไปก่อน ส่วนตนเองจะไปเชิญนักพรตมาช่วยตรวจดูวันเดือนปีเกิดของเจินจยาฝูอีกที เรื่องอื่นรอผ่านไปสักพักค่อยว่ากัน
ในตอนนั้นเมิ่งซื่อลุกขึ้น ออกจากจวนเว่ยกั๋วกงทันที
ป้าหลิวเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจบแล้วก็เอ่ยอย่างไม่พอใจ “ทำเช่นนี้ออกจะรังแกกันมากเกินไปแล้ว! เด็กบ้านใดไม่เคยเจ็บป่วยบ้าง มีแต่บ้านเขาที่ล้ำค่า ถึงกับโยนโทษลงมาที่ศีรษะคุณหนูแล้ว! บ่าวเห็นฮูหยินโมโหจนหน้าเปลี่ยนสี หลังกลับมาก็เข้าไปอยู่ในห้อง ยังไม่ได้กินอาหารกลางวันเลยเจ้าค่ะ”
เจินจยาฝูผลักประตูเข้าไป เห็นมารดากำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ยังคงเป็นชุดที่เมื่อเช้าตั้งใจสวมใส่ก่อนออกจากบ้านชุดนั้น มือหนึ่งกำผ้าเช็ดหน้า อีกมือยกขึ้นค้ำหน้าผาก แผ่นหลังไม่ขยับเขยื้อน เมื่อนึกถึงว่าตลอดมามารดามีนิสัยอ่อนโยน เดิมทีออกไปอย่างมีความหวัง แต่ตอนกลับมากลายเป็นมีสภาพเช่นนี้ ในใจก็เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายหลายหลากผสมปนเปกัน
เจินจยาฝูเดินเข้าไปหา กอดมารดาจากทางด้านหลัง “ท่านแม่ ล้วนเป็นเพราะลูกไม่ดีเอง ถึงกับทำให้ท่านต้องพบเจอเรื่องน่าโมโหเช่นนี้”
ตอนที่เมิ่งซื่อเพิ่งกลับมาจากจวนเว่ยกั๋วกง นางโมโหจนแม้แต่มือยังสั่นระริก ตอนนี้ถึงเพิ่งจะดีขึ้นมา เมื่อเห็นบุตรสาวมาแล้วก็รีบเช็ดปลายหางตา หันตัวกลับมา มองสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความละอายใจของนาง ในอกก็รู้สึกตีบตันขึ้นมาอีกครั้ง โอบร่างเจินจยาฝูเข้ามาแล้วเอ่ย “แม่รู้สึกโมโหไม่เป็นไร แต่แม่ได้ยินพวกนางทำลายชื่อเสียงลูกเช่นนี้โดยที่ทำอะไรไม่ได้ ในฐานะแม่แล้ว ในใจรู้สึก…”
ขอบตาเมิ่งซื่อแดงเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง
เจินจยาฝูยกมือขึ้น ช่วยเช็ดน้ำตาให้มารดาเบาๆ
“ท่านแม่ ลูกไม่เสียใจเลยสักนิด ท่านเองก็อย่าได้เสียใจไป ก่อนหน้านี้ลูกไม่รู้เรื่องอะไร แต่บัดนี้ยิ่งไปมาหาสู่กับทางด้านนั้นมากเท่าไร ลูกก็ยิ่งไม่อยากแต่งเข้าไปในตระกูลพวกเขา งานแต่งไม่สำเร็จก็ช่างเถิด ลูกไม่ใส่ใจเลยสักนิด เดิมทีก็ไม่คิดอยากแต่งอยู่แล้ว ท่านแม่เองก็อย่าได้โมโหจนเสียสุขภาพเป็นอันขาด”
เมิ่งซื่อรู้สึกว่ายิ่งบุตรสาวยอมเข้าใจและให้อภัยตนเองเช่นนี้ ในใจก็ยิ่งโศกเศร้ากว่าเดิม นางเอ่ย “ช่างเถอะ ได้แต่โทษว่าพวกเราโชคไม่ดีเอง พอมาถึงก็ประจวบเหมาะเกิดเรื่องขึ้นกับเฉวียนเกอเอ๋อร์พอดี เรื่องงานแต่งไม่สำเร็จก็ช่างเถอะ นี่ยังจะสาดน้ำขุ่นใส่ตัวลูกโดยไร้เหตุผลอีก แม่เรียกคนไปส่งข่าวให้ท่านย่าลูกเลยแล้วกัน ผ่านไปอีกสองวันก็เก็บสัมภาระ พวกเราเตรียมตัวกลับเฉวียนโจวกันเถอะ”
“ฮูหยิน! ซื่อจื่อสกุลเผยมาหา บอกว่ามาขอเข้าพบฮูหยินเจ้าค่ะ”
ด้านนอกประตูมีเสียงป้าหลิวดังมา