ประสบการณ์ในวัยเด็กของเฉิงผิงได้สอนให้เขารู้จักรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวง ชื่นชอบความหรูหราฟุ่มเฟือย พิถีพิถันกับการเสพสุข คำพูดที่พูดติดปากก็คือใช้ชีวิตในวันนี้เพราะเราไม่รู้ถึงความทุกข์ในวันพรุ่งนี้ จึงต้องแสวงหาความสุขในทันที ใครก็ได้รับความไม่เป็นธรรมได้ แต่ไม่อาจทำให้ตนเองได้รับความไม่เป็นธรรม ออกมาครั้งนี้เพื่อความสะดวกในการอาบน้ำระหว่างการเดินทางเขาถึงกับใช้รถขนอ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้หอมซึ่งสามารถรองรับคนอาบน้ำพร้อมกันทีเดียวได้ห้าถึงหกคนมาด้วย ที่นี่ประตูด้านในแคบยกเข้าไปไม่สะดวก จึงตั้งไว้ที่ห้องโถงเสียเลย
ตอนเผยเซียวหยวนเข้ามา เห็นเฉิงผิงปล่อยผมยาวสยาย นั่งพิงผนังไม้ของอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ใบหน้าเปียกชุ่มเต็มไปด้วยหยดน้ำเปล่งประกายแวววาว สาวใช้หน้าตางดงามหลายคนที่เขาพามาด้วยกำลังหัวเราะคิกคักปรนนิบัติอยู่รอบอ่างไม้ มีคนเอาน้ำร้อนรดบนหัวไหล่ของเขาทีละกระบวย มีคนถูหลังลูบไล้หน้าอกของเขา ยังมีคนป้อนอาหารและผลไม้สดให้เขา หมอกไอน้ำแผ่คลุมหนาทึบ เสื้อผ้าของสาวใช้เปียกไปครึ่งหนึ่งแนบติดกับร่างกาย เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังไม่ขาดหู
จู่ๆ เห็นเผยเซียวหยวนเข้ามา เหล่าสาวใช้ออกจะกลัวเขาจึงพากันหยุดมือ เสียงหัวเราะค่อยๆ แผ่วหายไป
เฉิงผิงเลิกคิ้ว เขาขยับร่างกายที่แข็งแกร่งกำยำขึ้นมานั่งตัวตรง ยกแขนข้างหนึ่งที่เปียกชุ่มขึ้นมาเช็ดหน้า และชี้ไปยังพื้นที่ว่างด้านตรงข้ามในอ่าง
“เจ้ามาได้เหมาะแก่เวลา มาอาบด้วยกัน เนื้อที่กว้างพอ”
เผยเซียวหยวนเดินเข้ามา ก่อนวางน้ำไว้บนพื้นข้างอ่างอาบน้ำ “เจ้าค่อยๆ อาบไปเถิด”
เฉิงผิงรู้ว่าเผยเซียวหยวนแตกต่างจากตน อีกฝ่ายเป็นคนมือสะอาดรอบคอบ เมื่อครู่ก็ตั้งใจล้อเล่นกับเขาเท่านั้น เห็นเขาทิ้งตนเดินเข้าไปข้างในแล้ว นึกถึงข่าวที่เพิ่งได้ยินมาเมื่อครู่ก็ลุกขึ้นทันที รีบร้อนเช็ดเส้นผมให้แห้งแล้วเกล้าส่งๆ ก่อนสวมเสื้อผ้า จากนั้นก็สั่งให้สาวใช้ออกไปแล้วเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปข้างใน
เผยเซียวหยวนถอดสายรัดเอวเตี๋ยเซี่ยออกแล้วแต่ยังไม่ได้พักผ่อน เขานั่งอยู่หน้าแท่นเทียน ใช้ผ้าสะอาดผืนหนึ่งเช็ดกระบี่ที่พกติดตัว ก้มหน้าลงเล็กน้อย สองตาจับนิ่งอยู่บนกระบี่ สีหน้าจดจ่อ
เฉิงผิงเดินตรงมาถึงหน้าเตียงแล้วก็ล้มตัวลงนอนหงาย ตบฝ่ามือไปทางซ้ายขวา ยิ้มแล้วบอก “เตียงหลังนี้ของเจ้าใหญ่มากพอ คืนนี้ข้าก็จะนอนที่นี่ เรานอนเตียงเดียวกัน คุยความในใจกันทั้งคืน มิใช่เรื่องดีมากหรอกหรือ”
เขาเป็นแขกที่ไม่ได้เชิญมา เดิมเฮ่อซื่อจัดให้เขาพักที่ห้องพักแขกอีกแห่งหนึ่ง แต่เขายืนกรานจะพักอยู่ที่เดียวกับเผยเซียวหยวน เฮ่อซื่อจำต้องจัดเก็บห้องปีกข้างที่อยู่ใกล้กันเพื่อรับรองแขก
เผยเซียวหยวนหันหลังให้เขาอยู่ ไม่ได้หันหน้ามา ยังคงเช็ดกระบี่ต่อ “เจ้านอนที่นี่ก็ได้ ข้าจะไปนอนที่ห้องปีกข้าง”
“ช่างเถิดๆ ข้าจะเปลี่ยนจากแขกมาเป็นเจ้าบ้านได้อย่างไร เจ้าไม่ยินดีจะนอนเตียงเดียวกัน ประเดี๋ยวข้าก็จะไป เพียงแต่เมื่อก่อนตอนเราทำศึกกับซีฟานเจ้าข้าใช่จะไม่เคยนอนด้วยกัน ข้าคิดว่าเข้าเมืองหลวงครั้งนี้ไม่แน่อาจถูกกักตัวอีก ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง รอครั้งหน้าเราได้พบกันอีกครั้งก็ไม่รู้เมื่อไรแล้ว”
“องค์ชายวางใจ เวลานี้ไม่เหมือนแต่ก่อน ราชสำนักให้ความสำคัญต่อบิดาของเจ้า ฐานะขององค์ชายย่อมต่างไป”
เฉิงผิงเผยประกายเยียบเย็นในดวงตา ริมฝีปากเหยียดออก หัวเราะแห้งๆ ออกมาสองคำ “ก็จริง ไม่แน่ถ้าข้าโชคดีมากพอ ไม่เพียงสามารถกลับไปได้ ครั้งนี้ยังอาจได้แต่งกับองค์หญิงผู้หยิ่งผยองที่ไม่รู้ว่ามาจากบ้านใดอีกด้วย” ในน้ำเสียงเจือการเยาะหยันตนเองอย่างเข้มข้น