มือที่เช็ดกระบี่อยู่ของเผยเซียวหยวนหยุดชะงัก เขาหันหน้ามามองเฉิงผิงเล็กน้อย
เหตุจลาจลจากการก่อกบฏในปีนั้นสำหรับหลายๆ คนในใต้หล้าแล้วเป็นภัยพิบัติ แต่สำหรับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันกลับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลายเป็นมังกรซุ่มซ่อนที่โบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า พระองค์อาศัยคุณูปการด้านการทหารโผล่คมออกมา ได้รับการสนับสนุนจากราษฎร เปลี่ยนจากองค์ชายธรรมดาเป็นองค์เหนือหัวผู้อยู่สูงสุด จากนั้นได้ปฏิบัติราชกิจอย่างหนักเป็นเวลาหลายปี สามปีก่อนก็ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งสำคัญกับซีฟานข้าศึกที่เข้มแข็ง ฟื้นคืนความน่าเกรงขามของผู้เป็นฮ่องเต้ในคราเดียว และดูเหมือนได้ฟื้นคืนความเจริญรุ่งเรืองก่อนเกิดเหตุจลาจลจากการก่อกบฏกลับมาแล้ว พระองค์ยังได้รับการยกย่องจากขุนนางใหญ่ให้เป็นฮ่องเต้นักฟื้นฟูผู้ปรีชาสามารถอย่างที่สุด
เพื่อแสดงความภักดี บิดาของเฉิงผิงยังหวังว่าฮ่องเต้องค์นี้จะสามารถช่วยเขาให้รักษาฐานะในทุ่งหญ้าของตนได้อย่างมีเสถียรภาพ เขายังให้ความสำคัญกับงานฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพในครั้งนี้ ไม่เพียงมอบหมายให้เฉิงผิงเข้าวังหลวงมาแต่เนิ่นๆ ยิ่งหวังว่าเฉิงผิงจะสามารถแต่งงานกับองค์หญิงสักคนอีกด้วย
อย่างไรก็ตามแม้ฮ่องเต้จะใช้การสร้างสัมพันธไมตรีด้วยการแต่งงานมาแสดงพระกรุณาธิคุณต่อข้าราชบริพาร แต่โดยมากจะเลือกบุคคลที่เหมาะสมจากเชื้อพระวงศ์สายรองแล้วแต่งตั้งให้เป็นองค์หญิงแต่งออกไป ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้องค์ปัจจุบันดูเหมือนจะมีโอรสธิดาไม่มาก แต่ต่อให้ในวังจะมีองค์หญิงที่อยู่ในวัยเหมาะสม ด้านหน้าก็ยังมีครอบครัวของขุนนางชั้นสูงจำนวนนับไม่ถ้วนรออยู่ ไหนเลยจะหมุนเวียนมาถึงชนต่างเผ่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงธิดาของราชวงศ์ที่ลดตัวลงมาแต่งงาน มีน้อยคนที่จะไม่วางตัวอยู่เหนือครอบครัวสามี เฉิงผิงถึงได้กล่าวคำพูดเย้ยหยันตนเองออกมาเช่นนี้
“ช่างเถิด ไม่พูดถึงข้าแล้ว น่าเบื่อ พูดถึงเจ้าดีกว่า”
เฉิงผิงพลันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอีกครั้ง ลงจากเตียงด้วยท่าปลาจิ่นหลี่ดีดตัว เหยียบพื้นอย่างมั่นคงด้วยเท้าเปล่า เขารูปร่างสูงใหญ่และล่ำสันแข็งแรง การเคลื่อนไหวยังปราดเปรียวดุจเสือดาว
“จวินเหยียน!” เขาเรียกชื่อรองของเผยเซียวหยวนพลางเดินเข้ามาหา “ท่านลุงของเจ้ารีบร้อนเรียกเจ้ากลับมาเช่นนี้ด้วยเรื่องอันใดกันแน่”
คมกระบี่สาดประกายวาบหนึ่ง พร้อมกันนั้นเสียงเคร้งก็ดังขึ้นเบาๆ เผยเซียวหยวนเก็บกระบี่เข้าฝัก
“ไม่มีเรื่องใหญ่อะไร”
เขาตอบมาคำหนึ่ง ตาก็ไม่ได้มองเฉิงผิงที่ขยับเข้ามาใกล้ ลุกขึ้นมาเก็บกระบี่ประจำตัวเข้าที่ ก่อนมองกาน้ำหยดในห้องแวบหนึ่ง
“ใกล้จะถึงยามโฉ่วแล้ว ดึกมากแล้ว เมื่อคืนเพื่อจะเร่งเดินทางเจ้าก็ไม่ได้นอนให้ดี ไม่สู้ไปพักผ่อน พรุ่งนี้ให้คนกับม้าของเจ้าพักผ่อนจัดเตรียมอีกวัน วันถัดไปข้าจะส่งเจ้าออกจากเมือง หากออกเดินทางได้ทันเวลาจะได้ไม่เสียการใหญ่”
“ไม่รีบๆ ยังมีเวลามากพอ ถึงข้าหยุดพักอยู่ที่นี่อีกสักหลายวันก็ไม่เป็นไร” เฉิงผิงมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม สีหน้าดูลึกลับคลุมเครือ “มีเรื่องดียังจะปิดบังข้า เห็นข้าเป็นคนนอกหรือ เมื่อครู่ข้าถามสาวใช้ในเรือนเจ้าที่ส่งน้ำมาผู้นั้นว่าเผยกงเรียกเจ้ากลับมาด้วยเรื่องอันใด นางบอกว่าหลายวันก่อนมีแม่นางน้อยคนหนึ่งมาแล้ว น่าจะเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน หรือว่าเป็นเรื่องจริง ผู้มาก็คือคู่หมั้นหมายของเจ้า?”
ในเมื่อรับปากเรื่องแต่งงานแล้ว ยามนี้อยู่ต่อหน้าเฉิงผิง เผยเซียวหยวนย่อมไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่อยากเอ่ยถึงมากนัก เพียงขานรับออกมาคำหนึ่ง
เฉิงผิงส่งเสียงแสดงความประหลาดใจออกมา ความอยากรู้อยากเห็นไม่เพียงไม่ได้รับการตอบสนอง กลับถูกกระตุ้นความสนใจมากขึ้น
เขาถามซักไซ้ต่อ “นางรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร เจ้าเคยพบหน้าหรือไม่ รีบเล่ามาเร็วเข้า”
เมื่อไม่ได้รับคำตอบก็ยิ่งรู้สึกคันหัวใจ ถ้าไม่ใช่ดึกดื่นค่อนคืนแล้วก็แทบอยากจะไปดูให้รู้แน่ชัดเสียเดี๋ยวนี้เลย