ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 4 – หน้า 11 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 4

11 of 11หน้าถัดไป

ทีแรกอวิ๋นฉานยังใช้วิธีเอ่ยเตือนปากเปล่า บอกย้ำเตือนอีกฝ่ายหลายต่อหลายครั้งว่าตนไม่มีเรื่องราวอะไรของฉุนเจี๋ยที่บอกเล่าได้

ทว่าผลที่ได้กลับน้อยนิดยิ่ง ไม่สิ กล่าวให้ถูกต้องคือไม่มีประโยชน์ใดเลยสักเสี้ยว

ถัดจากนั้นเขาจึงทำป้ายอีกแผ่นปักไว้กลางลานเสียเลย เขียนตัวโตว่า ‘ไม่อาจบอกเล่า’ สี่คำ ตนเองจะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำลายอีก

ทว่าบางคนยังคงไม่มีความสำนึกจะล่าถอยสักนิด ยังคงทำตัวเป็นนกเขายึดรังสาลิกาเบิกบานเพลิดเพลินใจ

สุดท้ายอวิ๋นฉานจำต้องใช้วิธีอย่างการมองข้ามโดยสมบูรณ์ ถือว่าจงรั่วฉิงและซือฉินที่ปรากฏตัวเป็นครั้งคราวเป็นอากาศธาตุ ทุกวันง่วนแต่เรื่องของตน

จงรั่วฉิงค้นพบว่าชีวิตของคนผู้นี้น่าเบื่ออย่างยิ่ง

ทุกวันนอกจากกินนอนและทำกิจกรรมจำเป็นทั่วไป เขาแทบประหนึ่งรูปปั้นสลัก หมดอาลัยตายอยาก ปราศจากชีวิตชีวา หากไม่นั่งเหม่อลอยที่ลานก็ยืนใจลอยที่หน้าต่าง กินเวลานานหนึ่งถึงสองชั่วยาม ไม่ปริปากและไม่ขยับเขยื้อนเท่าไร

บางคราวจงรั่วฉิงอยากเดินเข้าไปหาอย่างยิ่ง ตบเขาสักที ดูว่าเขาไม่ทันระวังดวงจิตหลุดออกจากร่างไปแล้วหรือไม่

มีครั้งหนึ่งนางทนไม่ไหวกระทำเช่นนั้นขึ้นมาจริงๆ

ท่าทีตอบสนองของอวิ๋นฉานรวดเร็วกว่าที่นางคาดมากนัก ชั่วพริบตาที่ยื่นมือไป อีกฝ่ายก็หมุนตัวกลับมาอย่างว่องไว คว้าหมับที่ข้อมือนาง

การคว้าจับครั้งนี้ใช้เรี่ยวแรงมหาศาลอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อแตะบนข้อมือกลับให้ความรู้สึกแผ่วเบาล่องลอยชนิดหนึ่ง จงรั่วฉิงยกมือด้วยสัญชาตญาณ กลับหลุดจากพันธนาการได้อย่างง่ายดายหาใดเปรียบ

ไม่เพียงเท่านี้ ยังเห็นอวิ๋นฉานก้าวถอยร่นติดๆ กันไปถึงหน้าต่าง ถึงกับถูกแรงของสตรีคนเดียวอย่างนางผลักจนหมดสิ้นกำลังต่อกร

จงรั่วฉิงเบิกตาโต มองมือตนเอง แล้วมองอวิ๋นฉานที่พิงร่างครึ่งหนึ่งกับหน้าต่าง เขาในยามนี้จอนผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย กำลังก้มหน้าหอบหายใจถี่รัว ใบหน้าที่เย็นชาอยู่เสมอกลับเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อละเอียด ส่อเค้าความทุลักทุเลจากการข่มกลั้นอยู่หลายส่วน

จงรั่วฉิงเอ่ยขึ้นช้าๆ “ทะ…ท่านเป็นอะไรไป”

ระหว่างการพบกันก่อนหน้านี้นางสังเกตเห็นแล้วว่าร่างกายของอวิ๋นฉานเกินกว่าครึ่งน่าจะอ่อนแออยู่บ้าง แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะอ่อนแอถึงขั้นไม่อาจตอบโต้สตรีผู้หนึ่งได้

“เจ้าไม่ต้องยุ่ง…” อวิ๋นฉานยันกรอบหน้าต่างยืดตัวขึ้น ต่อให้ลมหายใจไม่สม่ำเสมอ น้ำเสียงกลับยังแข็งกระด้าง เขาพยายามเดินผ่านข้างกายจงรั่วฉิง แต่แล้วจู่ๆ ร่างก็โงนเงน ทั้งร่างล้มคะมำลงไปที่พื้น

จงรั่วฉิงรีบเข้าไปพยุงเขา พร้อมกันนั้นก็ร้องเรียกซือฉินที่อยู่ตรงประตู สองคนช่วยประคองเขาไปที่ห้องนอน

 

สตรีสองคนประคองบุรุษร่างสูงใหญ่คนหนึ่งหาใช่เรื่องง่ายดาย ในที่สุดเมื่อประคองชายหนุ่มมาถึงข้างเตียงด้วยความเหนื่อยล้าแสนสาหัสแล้ว จงรั่วฉิงจึงให้ซือฉินไปยกน้ำชาที่ห้องครัวมาให้ คล้อยหลังซือฉินไปเพียงครู่เดียว ผ้าโปร่งสีขาวที่ปิดดวงตาของชายหนุ่มอยู่เสมอก็ไม่สามารถทนรับแรงกระเทือนจากการเคลื่อนย้ายได้อีกจึงร่วงตกลงบนพื้น

เมื่อจงรั่วฉิงหันหน้าไปจึงมองเห็นเสี้ยวหน้าด้านที่ใกล้เพียงเอื้อมของอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว

อวิ๋นฉานผมสยายยุ่งตกลงมา ขนตายาวชี้ลงต่ำ ทั้งยังสั่นน้อยๆ ตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย มองเห็นสองนัยน์เนตรที่ดวงตาข้างซ้ายได้รางๆ และสันจมูกสูงโด่งทอดยาวเป็นเส้นโค้งอันอ่อนโยนละมุนละไม ทั้งหมดนี้สะท้อนเข้าสู่คลองจักษุของนางทั้งหมด

ชั่วพริบตานี้จงรั่วฉิงรู้สึกเพียงว่าคนผู้นี้ประหนึ่งเป็นแจกันบุปผาเครื่องเคลือบสีครามล้ำค่าจนมิอาจประเมินใบหนึ่ง ต่อให้ร่วงตกลงมาโดยไม่ระวัง แตกสลายและแหว่งวิ่น ก็ยังให้ความรู้สึกงดงามและน่าทึ่งอย่างหนึ่ง

ครั้งก่อนมองเห็นใบหน้าอวิ๋นฉานได้รำไรเพียงครั้งเดียว ประกอบกับอยู่ห่างออกไป นางจึงไม่เคยสังเกตโดยละเอียดมาก่อน ยามนี้เมื่อได้เห็นชัดเจนในระยะใกล้เพียงนี้ จงรั่วฉิงพลันรู้สึกละสายตาไม่ได้ชั่วขณะ

นึกไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่าคนผู้นี้กลับมีรูปโฉมงดงามปานนี้ ต่อให้ใช้คำพรรณนาอย่าง ‘ล่มบ้านล่มเมือง’ ‘ทำให้ผู้คนทั่วหล้าหลงใหลคลั่งไคล้’ ก็ไร้ข้อกังขาว่าพูดเกินไป

จงรั่วฉิงตะลึงงันอยู่เช่นนี้เนิ่นนาน จวบจนซือฉินที่ไปยกชาร้อนที่ห้องครัววกกลับมา นางจึงค่อยหลุดจากภวังค์ รีบหยิบผ้าโปร่งสีขาวขึ้นมาผูกให้เขา ทว่าตอนปลายนิ้วแตะโดนหน้าผากของอีกฝ่ายกลับพบว่าสิ่งที่สัมผัสมือนางกลับเป็นความร้อนลวก

จงรั่วฉิงมึนงงโดยสมบูรณ์ “นี่ข้าผลักคนจนไข้ขึ้นเลยเชียวหรือ”

ซือฉินก้าวขึ้นหน้ามาอังหน้าผากของเขาด้วย แล้วบ่นงึมงำ “บ่าวก็ว่ายามปกติไม่เห็นเขาอ่อนแอถึงเพียงนี้ คาดว่าคงป่วยแล้ว แต่คนผู้นี้นิสัยดื้อรั้นเกินไป ถึงขั้นนี้ยังไม่พูดสักคำ ซ้ำยังวางท่าอยู่ทั้งวันอีก…” เพิ่งสิ้นเสียงพูดก็เหลือบเห็นจงรั่วฉิงขึงตาใส่ตนเองอยู่ ซือฉินจึงแลบลิ้นเอ่ย “บ่าวไปตักน้ำเย็นอ่างหนึ่งมาให้เขาประคบหน้านะเจ้าคะ” พูดจบก็วิ่งจากไป

หลังคนที่พูดงึมงำจากไป ในห้องพลันจมสู่ความเงียบสงัดไร้สรรพเสียง

จงรั่วฉิงเหน็บชายผ้าห่มให้อวิ๋นฉาน สายตาอดเลื่อนไปมองใบหน้าเขาไม่ได้ ต่อให้มีผ้าโปร่งสีขาวปกปิดใบหน้า ความหล่อเหลางามสง่าที่เห็นเพียงแวบเดียวเมื่อครู่กลับประทับตราตรึงในสมอง

ดวงหน้าที่งามเลิศล่มเมืองและดวงตาสองนัยน์เนตรที่ไม่ธรรมดาสามัญนั้น อวิ๋นฉานผู้นี้ที่แท้เป็นใครกันแน่

สำหรับฐานะของอวิ๋นฉาน จงรั่วฉิงรู้สึกกังขาอยู่ตั้งแต่ต้น เหตุผลที่นางตามตื๊ออีกฝ่ายไม่เลิก นอกจากอยากสืบข่าวของซูเหมินจิ่นให้มากขึ้น ยังมีเหตุผลข้อนี้อยู่อีกชั้นหนึ่ง

เพียงแต่ ณ เวลานี้ความฉงนสนเท่ห์ในใจนางดั่งถูกราดด้วยน้ำมัน พลันลุกโหมเป็นกองเพลิงอันโชติช่วง

นางไม่มีความเคลือบแคลงอีก ทั้งยังแทบมั่นใจได้เลยว่าอวิ๋นฉานผู้นี้มิใช่คนต่ำต้อยไร้ปณิธานหรือปุถุชนอย่างแน่นอน

ในสมองของจงรั่วฉิงยุ่งเหยิงอยู่บ้าง ดั่งมีเส้นสายเบาะแสนับไม่ถ้วนพันผูกเข้าด้วยกันจนไม่อาจสะสางจัดระเบียบความคิด นางนั่งอยู่ที่หัวเตียงเช่นนี้ นิ่งมองคนบนเตียง ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็คล้ายคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น

ในตอนนี้เองเสียงร้อนใจของซือฉินแว่วมาจากด้านนอก “คุณหนู คุณหนู ศิษย์พี่มาเจ้าค่ะ!”

“ศิษย์พี่คนใด” จงรั่วฉิงลุกขึ้นโพล่งถามออกไป อย่างไรสำนักศึกษาชิงหงแห่งนี้หลับตาจับคนมาสักคนล้วนนับได้ว่าเป็นศิษย์พี่นางทั้งสิ้น

ซือฉินยกอ่างน้ำเข้าประตูมาแล้ว แต่ด้วยฝีเท้าลนลาน น้ำหนึ่งอ่างจึงถูกนางทำหกมาตลอดทางจนหายไปแล้วครึ่งอ่าง พลอยทำให้พื้นข้างเท้าเปียกแฉะไปหมด

นางไม่ทันเอ่ยปาก คนด้านหลังก็เดินตามมาติดๆ เงาร่างปรากฏให้เห็นเกินครึ่งตัว เป็นฉุนเจี๋ยที่มีสีหน้าตกตะลึง รวมถึงฉุนจิ้งผู้ซึ่งตามติดเขาทุกฝีก้าวอยู่ตลอด

ด้วยเหตุนี้ดวงตาสี่คู่พลันสบประสานกันอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ ทั้งยังก่อให้เกิดความเงียบงันอันแปลกประหลาดและยาวนานระลอกหนึ่ง…

 

 

(ติดตามต่อได้ในรูปแบบฉบับเต็มได้ในเดือนมกราคม 2569)

 

11 of 11หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 6

    By

    บทที่ 6 เสิ่นฮูหยินเห็นภาพเหตุการณ์นี้แล้วก็ตกใจ พอเห็นเสิ่นหุยยืนขึ้นก็คิดจะปกป้องบุตรสาวคนเล็กที่อ่อนแอผู้นี้ จึงยืนขึ้นคิดจะดึงบุตรสาวมาข...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 1

บทที่ 1 เมฆดำบดบังจันทรา หิมะโปรยมาหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหนาวเย็นเข้ากระดูกเช่นนี้ ทั้งยังเพิ่งผ่านยามโฉ่ว ทุกครัวเรือนดับ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 2

บทที่ 2 เผยไหวกวงถอดชุดคลุมบุนวมออกมาคลุมลงบนร่างของเสิ่นหุย เสิ่นหุยใจเต้นรัวเร็ว ยืนอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น เผยไห...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 1

บทที่ 1 วันเวลาย่างเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่เมื่อดวงตะวันลับหายไปทางทิศตะวันตก ความหนาวเย็นยามสายัณห์ยังคงเสียดแทงดุจใบม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 96

บทที่ 96 ในขณะที่แม่นางฝูกำลังกล่าวอยู่นั้น ลูกแก้วปีศาจบนฝ่ามือของนางก็เปล่งแสงสว่างพร่างพรายจนใจคนเกิดกิเลสตัณหา อยากจ...

community.jamsai.com