เหยาซื่อได้ยินก็ดีใจยิ่ง จึงใช้ให้จิ่นผิงไปหาแจกันมาใบหนึ่ง
จิ่นผิงรับคำก่อนไปหาแจกันทรงหยดน้ำสีเขียวไข่กามาใส่น้ำลงไปครึ่งหนึ่ง
เจียงชิงหว่านจึงนำดอกเสาเย่าปักลงไป ทางหนึ่งตัดแต่งใบที่มากเกินงามบนก้านออก ทางหนึ่งคอยเงี่ยหูฟังพวกเมิ่งอี๋เหนียงคุยกัน
เมิ่งอี๋เหนียงเก็บอาการเสียกิริยาบนใบหน้าลงแล้วรับตัวเจียงฉางหนิงจากแม่นมมาอุ้มไว้ ก่อนกล่าวคารวะเหยาซื่อและเจียงเทียนโย่วด้วยเสียงนุ่มนวลแผ่วเบา ดูอ่อนน้อมมิมีใดเกิน
เจียงเทียนโย่วต้องรีบไปเข้าเวรยังกองบัญชาการกองกำลังรักษาเมืองหลวง พูดกับเมิ่งอี๋เหนียงได้สองคำก็ทำท่าจะจากไป แต่กลับถูกเมิ่งอี๋เหนียงเรียกเอาไว้ “นายท่าน เข็มขัดของท่านเบี้ยวเล็กน้อยเจ้าค่ะ”
พูดพลางส่งเจียงฉางหนิงในอ้อมแขนให้แม่นมที่อยู่ข้างๆ อุ้ม ก่อนเดินไปหยุดเบื้องหน้าเจียงเทียนโย่ว ยื่นมือไปจัดเข็มขัดให้เขา จากนั้นก็รับเสื้อคลุมผ้าต่วนสีครามมาจากมือฮุ่ยเซียงคลุมลงบนบ่าเจียงเทียนโย่ว แล้วกล่าวเสียงนุ่มนวล “เสื้อคลุมตัวนี้เป็นผู้น้อยทำให้นายท่านโดยเฉพาะเมื่อไม่กี่วันก่อน แม้ว่าตอนนี้จะใกล้เข้าฤดูร้อนแล้ว แต่ตอนเช้ายังอากาศเย็นอยู่มาก นายท่านคลุมเสื้อคลุมตัวนี้ ผู้น้อยก็อุ่นใจขึ้นเจ้าค่ะ”
เจียงเทียนโย่วได้ยินแล้วก็ใจอ่อนยวบ เมื่อครู่มีทีท่าจะรีบออกไปแท้ๆ ยามนี้กลับหยุดลง กุมมือเมิ่งอี๋เหนียงพลางขมวดคิ้วพูดว่า “เจ้าห่วงแต่กำชับข้า แต่ไม่ดูแลตนเองดีๆ ตอนเช้าอากาศเย็น เจ้าออกมาก็ควรจะคลุมเสื้อคลุมเช่นกัน มือเย็นเพียงนี้แล้ว”
เมิ่งอี๋เหนียงมองเขาอย่างหวานซึ้ง “นายท่านสบายดี ผู้น้อยถึงจะสบายดีได้เจ้าค่ะ”
จากนั้นก็บอกให้เจียงเทียนโย่วเดินทางอย่างระมัดระวัง แล้วมองส่งเขาเดินจากไป
ครั้นหันหน้ากลับมาก็เห็นเหยาซื่อมีสีหน้าไม่สู้ดี
อารมณ์ของเมิ่งอี๋เหนียงจึงปลอดโปร่งขึ้นมาในพริบตา พยักหน้ายิ้มให้เหยาซื่อ “แม้นายท่านจะดูร่างกายแข็งแรงกำยำ แต่ขณะนำทัพออกรบเมื่อหลายปีก่อนเคยได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง หมอบอกว่าต้องบำรุงรักษาให้ดี ห้ามต้องอากาศเย็นเจ้าค่ะ”
ราวกับกำลังบอกว่าเหยาซื่อดูแลเจียงเทียนโย่วไม่เป็นโดยสิ้นเชิง
เหยาซื่อได้ยินแล้วในใจย่อมโมโหยิ่ง
นางต่างหากที่เป็นภรรยาร่วมผูกผมของเจียงเทียนโย่ว ในขณะที่เมิ่งอี๋เหนียงเป็นแค่อนุภรรยาผู้หนึ่ง
ทว่านางเดิมก็เป็นคนพูดไม่เก่ง ถึงแม้ยามนี้นางจะโมโหจนมือสั่นแล้วแท้ๆ ก็ยังคงพูดอะไรไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ เอาแต่มองเมิ่งอี๋เหนียง
เมิ่งอี๋เหนียงใบหน้ายิ้มบางๆ มองตอบเหยาซื่ออย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
เจียงชิงหว่านที่อยู่ด้านข้างมองเห็นแล้วก็ลอบถอนหายใจในใจ
เมิ่งอี๋เหนียงแม้จะเป็นอนุภรรยา แต่ก็เป็นอนุศักดิ์สูงที่ได้รับความชมชอบจากเจียงเทียนโย่ว ตอนนี้บุตรชายเพียงคนเดียวของเจียงเทียนโย่วก็เกิดจากนาง ที่สำคัญที่สุดคือในตอนนั้นพี่ชายของนางเคยใช้ชีวิตของตนเองช่วยเจียงเทียนโย่วไว้จริงๆ เจียงเทียนโย่วกับฮูหยินผู้เฒ่าเจียงล้วนกระจ่างในจุดนี้ดี จึงไม่มีทางทำอะไรนางเพราะเรื่องเล็กน้อยเท่านี้แน่นอน
หากยามนี้เหยาซื่อกับเมิ่งอี๋เหนียงมีเรื่องปะทะกัน ก็ไม่เป็นผลดีต่อเหยาซื่อจริงๆ
เจียงชิงหว่านจึงวางกรรไกรเล่มเล็กในมือลง ยกแจกันดอกเสาเย่านี้ไปวางตรงหน้าเหยาซื่อ ก่อนยิ้มพลางเอ่ยถาม “ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะว่าดอกเสาเย่าสองดอกนี้จัดได้ดีหรือไม่”
เป็นดอกเสาเย่าสีชมพูหนึ่งดอกและสีขาวหนึ่งดอก บนกลีบดอกยังมีน้ำค้างเกาะอยู่ ดูงามสะพรั่งยิ่ง
ถึงยามนี้ในใจเหยาซื่อจะกำลังโมโหเมิ่งอี๋เหนียงเพียงไร แต่ก็รู้ว่าเจียงชิงหว่านกำลังแสดงความกตัญญูต่อตนเอง จึงพยักหน้าตอบว่า “อืม จัดได้น่ามองยิ่ง”
เจียงชิงหว่านยื่นแจกันดอกไม้ให้สาวใช้ด้านข้าง สั่งให้นางนำไปวางบนโต๊ะยาวในห้องนอน จากนั้นก็หันหน้าไปพูดกับเหยาซื่อ “ท่านแม่ชอบก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”
เวลานี้ซุนอี๋เหนียงกับเจียงชิงเซวียนและโจวอี๋เหนียงกับเจียงชิงอวิ๋นก็ทยอยมาคารวะเหยาซื่อแล้วเช่นกัน หลังคุยกันได้สองสามคำก็ต้องไปเรือนซงเฮ่อเพื่อคารวะฮูหยินผู้เฒ่าเจียง
อนุภรรยาไม่มีสิทธิ์เข้าคารวะฮูหยินผู้เฒ่าเจียง ดังนั้นหลังจากซุนอี๋เหนียงและโจวอี๋เหนียงคารวะเหยาซื่อเสร็จจึงขอตัวจากไปอย่างรู้ตัวดี ทว่าเจียงชิงหว่านกลับเรียกพวกนางไว้ “อี๋เหนียงทั้งสองโปรดช้าก่อน”
เจียงชิงหว่านมองออกว่าซุนอี๋เหนียงและโจวอี๋เหนียงล้วนเป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัวยิ่ง และก็ไม่เป็นภัยคุกคามเหยาซื่อ ดังนั้นเจียงชิงหว่านจึงให้ความเกรงใจพวกนางอยู่บ้าง
ซุนอี๋เหนียงกับโจวอี๋เหนียงได้ยินก็รีบหยุดฝีเท้า เอ่ยถามว่า “คุณหนูสามมีอันใดหรือเจ้าคะ”
จวนหย่งชางป๋อมีพื้นที่แค่เท่านี้ เกิดเรื่องอะไรสักนิด ทุกคนมีหรือจะไม่รู้ ล้วนรู้กันทั่วว่าเมื่อคืนนายท่านค้างที่เรือนของนายหญิง ในใจจึงไม่กล้าดูถูกเหยาซื่อ เช้าวันนี้จึงรีบมาคารวะ แน่นอนว่าไม่กล้าดูถูกเจียงชิงหว่านเช่นกัน
อีกทั้งเมื่อวานตอนอยู่หน้าประตูเรือนซงเฮ่อ พวกนางสองคนก็ได้เห็นเองกับตาแล้วว่าคุณหนูสามผู้นี้ปฏิบัติกับเมิ่งอี๋เหนียงเยี่ยงไร มีหรือจะกล้าดูถูกนางอีก
เจียงชิงหว่านพูดด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆ “เรือนอี๋ชุนอยู่ทางเดียวกับที่พักของอี๋เหนียงทั้งสอง ไยอี๋เหนียงทั้งสองไม่รอเมิ่งอี๋เหนียงแล้วกลับไปพร้อมกับนางเล่า ได้เดินคุยกัน ระหว่างทางจะได้ไม่รู้สึกเหงา”