เขาใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือหมุนแหวนหยกบนนิ้วชี้เล่นช้าๆ หนึ่งรอบแล้วพูดว่า “แทนที่เหนียงเหนียงจะขอน้ำตาลเสวย สู้ลองคิดดูว่าผู้ใดเป็นคนเสนอความคิดนี้แก่ฝ่าบาทจะดีกว่า”
เสิ่นหุยหันมองมาอย่างตกใจเล็กน้อย
เผยไหวกวงเห็นความตกใจปรากฏในดวงตาของนาง แต่ความตกใจนี้เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
เขาจับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ในดวงตาของนางได้อย่างฉับไว และมองทะลุถึงความคิดของฮองเฮาน้อยได้แล้ว หลังจากตกใจนางคงคิดว่าเป็นใครเสนอความคิดนั้นไม่สำคัญ คนประจบสอพลอฮ่องเต้มีมากเหลือเกิน ต่างอยากให้ฮ่องเต้เบิกบานใจ อย่างไรเสียเรื่องนี้ฮ่องเต้เป็นคนทำ นางเพียงรู้สึกสะอิดสะเอียนในตัวฮ่องเต้เท่านั้น
เสิ่นหุยเกาะมือของเฉินเยวี่ยยืนขึ้น มองไปทางเผยไหวกวงแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “วันนี้ขอบคุณจั่งอิ้นมาก”
เผยไหวกวงยิ้มในทันใด
“กระหม่อมเพียงทำตามหน้าที่มาจับตัวมือสังหาร เหนียงเหนียงขอบพระทัยอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหุยมองเขาอย่างตะลึง นางคิดอยู่ในใจ มิน่าเล่าเผยไหวกวงถึงไม่ชอบยิ้ม เวลาเขายิ้มน่ามองเกินไป น่ามองจนไม่เหมือนคนเลวร้าย
เสิ่นหุยเลื่อนสายตาไปทางอื่นเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนคำพูดทันที “จั่งอิ้นทำงานหนักเพื่อความปลอดภัยในวังหลวง ย่อมต้องได้รับคำขอบคุณ” หยุดไปครู่หนึ่งนางก็เหมือนถูกผีสิงร่างตอนพูดต่ออีกหนึ่งประโยค “อีกทั้งเสื้อผ้าของจั่งอิ้น…”
เผยไหวกวงหุบยิ้ม สีหน้าเคร่งขรึม ความงดงามทุกอย่างถูกตีกลับไปสู่เมืองนรกที่มืดดำในชั่วพริบตา
เสิ่นหุยตกใจ ยั้งปากไว้ทันที
“ไม่ต้องขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ แท่นฝนหมึกทองที่บิดาของเหนียงเหนียงมอบให้ใช้ดีมาก” พูดจบเผยไหวกวงก็ไม่มองเสิ่นหุยอีกต่อไป เพียงหันกายเดินออกไปข้างนอก
“แท่นฝนหมึกทองอะไร…” เสิ่นหุยยืนพึมพำอยู่กับที่ เหมือนคาดเดาอะไรได้ แต่ก็ไม่กล้าเชื่อเรื่องที่ตนเองคาดเดา
เผยไหวกวงก้าวเท้าออกมาก็มีขันทีรุ่นเล็กเข้ามารายงานทันที “จั่งอิ้น ฝ่าบาททรงเชิญท่านไปเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้ขอรับ”
เผยไหวกวงเหลือบตามองไปทางตำหนักเอก
องครักษ์ล้อมตำหนักเอกสามชั้นนอกสามชั้นในอย่างแน่นหนา
“ไปทูลว่าข้าจะไปตามจับมือสังหาร ยังไปไม่ได้” เผยไหวกวงมีท่าทีหมดความอดทนเล็กน้อย
เผยไหวกวงในอดีตเลือกองค์ชายที่วันหน้าจะกลายเป็นทรราชมากที่สุดจากองค์ชายจำนวนมากของอดีตฮ่องเต้ส่งขึ้นบัลลังก์มังกร ผลลัพธ์ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง ผู้ที่อยู่บนบัลลังก์มังกรในตอนนี้แสดงคำว่า ‘ทรราช’ ได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ
ตอนนี้ฮ่องเต้พระองค์นี้เป็นหมากตัวหนึ่งที่หยิบจับในแผนการแก้แค้นของเขาเท่านั้น ในเมื่อเขาเป็นผู้ส่งคนขึ้นไปบนบัลลังก์นี้ เขาย่อมสามารถเปลี่ยนคนใหม่ส่งขึ้นไปได้เช่นกัน
แต่ว่าตอนนี้เผยไหวกวงยังนับว่าพอใจในความโง่เขลาเบาปัญญาของฮ่องเต้พระองค์นี้อยู่
ในใต้หล้านี้คนที่ต้องการแก้แค้นส่วนใหญ่มักจะแฝงความเกลียดชังและทุกข์ทรมานอย่างลึกซึ้ง แต่เผยไหวกวงกลับรู้สึกว่าเป็นเช่นนั้นน่าเบื่อเกินไป
การแก้แค้นควรเป็นการประชันที่สนุกสนาน
ต้องค่อยๆ วางแผนแล้วเก็บเกี่ยว ปล่อยให้ความสุขในการแก้แค้นผ่านเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าจึงจะทำให้เขาพอใจได้อย่างแท้จริง
เผยไหวกวงถอดแหวนหยกบนนิ้วชี้ออกมา ยกขึ้นส่องแสงจากโคมไฟใต้ชายคา หรี่ตามองอย่างละเอียด กลางแหวนหยกมีเส้นสีแดงบางๆ ราวกับเลือดเส้นหนึ่ง กลายเป็นจุดเด่นของแหวนวงนี้
เผยไหวกวงบีบแหวนหยกช้าๆ มองดูแหวนที่มีมูลค่ามหาศาลวงนี้แหลกเป็นผุยผงอยู่ในหว่างนิ้วของเขา เขาเป่าลมเบาๆ ผุยผงนั้นก็ลอยหายไป
ลมระลอกหนึ่งพัดมาจนโคมแดงที่แขวนสูงแกว่งไกว พู่สีแดงที่ห้อยใต้โคมไฟก็ขยับไหวตามไปด้วย แสงที่ตกกระทบบนใบหน้าของเผยไหวกวงมีรูปร่างแปลกประหลาดขึ้นมาทันใด แสงเงาขยับไปมา แต่ไม่สามารถส่องเข้าไปในดวงตาของเขาที่ยากหยั่งรู้ได้