X
    Categories: everYทดลองอ่านในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 9-10 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 2

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1

ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว

แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน

ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai

ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

– – – – – – – – – – – – – – – – –

Trigger Warning

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน

ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ

เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่

 ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ

สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

– – – – – – – – – – – – – – – – –

บทที่ 9

วาดภาพขายฝันเหรอ ไม่เอาด้วยหรอก!

 

เสียงเพลงปลุกให้เจียงอิ่งตื่นจากภวังค์ ก่อนจะเปิดวีแชตอย่างรวดเร็วแล้วจิ้มรูปโพรไฟล์ปิกะจูที่คุ้นเคยของพี่ชายเขาจากกลุ่มเพื่อนสนิท

 

คิงเกลอร์ พี่ พี่กลับมา พี่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของผมนะ

คิงเกลอร์ ไปไหนแล้ว?!

คิงเกลอร์ เจียงสวิน! แม่งเอ๊ย!

คิงเกลอร์ ผมไม่อยากแสดง จริงๆ นะ ผมดูปรากฏการณ์ดวงดาวแล้ว ปรากฏการณ์ดวงดาวบอกว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ถ้าผมถ่ายละครกับชีจู๋ เงินลงทุนของพี่ต้องสูญเปล่าแน่!

แสนโวลต์ [ปิกะจูหน้าดุ.jpg]

แสนโวลต์ สัญญาก็เซ็นไปแล้ว ทำไมนายไม่พูดแต่แรก

คิงเกลอร์ ก็ตอนแรกไม่มีใครบอกผมว่านักแสดงนำคือชีจู๋นี่

แสนโวลต์ พี่นึกว่าวันนั้นตอนแคสต์บทนายสองคนคงพูดคุยกันได้ด้วยดีแล้ว อีกอย่างพวกนายสองคนก็ถือว่าโตมาด้วยกัน แค่ถ่ายละครด้วยกันมันจะเป็นอะไรไป

แสนโวลต์ ทำตัวดีๆ หน่อย เว่ยเว่ยยุ่งซะขนาดนั้น วันนี้อุตส่าห์ได้กลับบ้านทั้งที

แสนโวลต์ [อั่งเปาx3]

คิงเกลอร์ [ไดโนเสาร์น้อยหลั่งน้ำตา.jpg] ถ้าผมแสดงได้ดี ผมยอมใช้แซ่เดียวกับพี่เลย

 

เนื่องจากศึกสองครั้งนี้ของ ‘เถ้าแก่ปู’ น่าทึ่งสุดๆ แถมกระแสตอบรับยังรุนแรงมากด้วย ประจวบเหมาะกับที่เป็นช่วงสุดสัปดาห์พอดี ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่สองวันแฟนคลับของเจียงอิ่งและชีจู๋ก็ทะเลาะกันจนมืดฟ้ามัวดิน ‘เถ้าแก่ปู’ จึงตกเป็นเป้าของประเด็นเดือด

เพื่อเลี่ยงการเป็นจุดสนใจ เจียงอิ่งเลยไม่ได้เปิดเข้าแอพฯ ‘เถียง’ มาหนึ่งอาทิตย์แล้ว แต่จะอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ เพราะระหว่างนั้นแอ็กหลุมเวยป๋อของเขา ‘เหล่าปู’ แอ็กทีฟมากเกินไป จึงถูกคนรายงานจนแอ็กระเบิดไปแล้วหลายแอ็ก เรียกได้ว่าเสียหายย่อยยับ

นอกจากนี้ด้วยความที่ช่วงนี้เจียงอิ่งไม่ได้ล็อกอินเข้าไปทะเลาะกับคนอื่นในแอพฯ ‘เถียง’ เลย ค่าแอ็กทีฟกับแต้มสะสมจึงไม่พอ ทำให้อันดับการเถียงของเขาหลุดออกจากท็อปสิบ ตามหลังแอ็กของ ‘sunny’ นั่นด้วย เรียกได้ว่าอัปยศอดสูสิ้นดี

ที่น่าเหลือเชื่อที่สุดก็คือยังมีกลุ่มชาวเน็ตที่รู้สึกว่าชีจู๋กับ ‘เถ้าแก่ปู’ จะต้องคุยกันถูกคอแน่ โดยพูดอะไรประมาณว่าคนหนึ่งโหยหาผู้มีความสามารถ อีกคนหนึ่งก็มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง

“สรุปก็คือทั้งหมดเป็นความผิดของชีจู๋” เจียงอิ่งให้ข้อสรุปกับสิ่งที่ตัวเองเจอในช่วงนี้

“ฉัน…ไม่มีอะไรจะพูด” กู้เว่ย นักเต้นหลักของวง T.ATW ที่โด่งดังยกมือแสดงความเห็นหลังจากฟังเจียงอิ่งบ่นมาแล้วสองชั่วโมง “แต่ว่าตั้งแต่ต้นจนจบเนี่ยเหมือนชีจู๋จะไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เขาแค่กดติดตามแอ็กเวยป๋ออันนั้นของนาย แถมยังถูกนายลบออกไปครั้งหนึ่งแล้วด้วย”

ชีจู๋เหมือนคนนั่งอยู่ในบ้านดีๆ ก็มีความผิดตกลงมาใส่หัวเสียอย่างนั้น

“ไม่สน ยังไงตอนนี้พวกฉันสองคนก็เป็นพวกเดียวกันแล้ว” เจียงอิ่งเริ่มเล่นพรรคเล่นพวก “เว่ยเว่ย นายอย่าไปบอกพี่ชายฉันนะว่าฉันตั้งใจเปิดแอ็กเพื่อทะเลาะกับคนอื่น”

“นายยังจำได้ไหมว่าพวกเราสองคนเคยเป็นคู่แข่งกันน่ะ” กู้เว่ยลังเล “ฉันไม่พูดหรอก แต่ฉันคิดว่าเจียงสวินน่าจะรู้เรื่องแล้ว”

“นายไม่พูดเป็นพอ” เจียงอิ่งโบกมือ “เขายุ่งซะขนาดนั้น คงมายุ่งอะไรมากไม่ได้หรอก”

ปกติทั้งคู่ต่างคนต่างยุ่ง ยากมากที่จะได้มารวมตัวกัน เลยนั่งคุยกันไม่หยุดอยู่ตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับของคลับ TMW

“นายจะเล่นไหม” เจียงอิ่งรบเร้าให้กู้เว่ยดาวน์โหลดแอพฯ “การทะเลาะกันสนุกออกนะ ช่วยกระตุ้นสมองบำรุงร่างกายด้วย นายดูตอนนั้นที่ฉันช่วยนายด่าเจี่ยงเอินหยวนสิ รู้สึกสะใจไหมล่ะ”

“ไอดอลก็ควรจะทำตัวให้สมกับเป็นไอดอล ตั้งใจร้องเพลง เต้น ถ่ายละครไม่ดีกว่าเหรอ จะต้องฝึกทักษะการโต้เถียงอะไรนั่นไปทำไม พี่ของพวกเราตั้งใจทำเรื่องที่ชอบก็พอ เรื่องทะเลาะน่ะมีแฟนคลับของพวกเราพร้อมบวกอยู่แนวหน้าแล้ว” อี้ฉิงที่หอบเอกสารข้อมูลทีมคู่แข่งปึกหนึ่งเดินผ่านมา กล่าวทักทายกู้เว่ย “อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่”

“อรุณสวัสดิ์” กู้เว่ยโบกมือให้อี้ฉิง

“ตอนนี้นายได้รับความนิยมสูงจริงๆ” เจียงอิ่งนอนฟุบอย่างไร้ชีวิตชีวาบนเคาน์เตอร์ต้อนรับ “ส่วนฉัน ผ่านไปอีกไม่กี่วันก็ต้องถูกผู้จัดการแพ็กตัวส่งไปที่กองถ่ายเรื่อง ‘หิมะมงคล’ แล้ว อนาคตยากจะคาดเดา”

“เรื่อง ‘หิมะมงคล’ ก็ดีอยู่นี่ ส่วนใหญ่เน้นพล็อตเรื่อง ขนาดตัวละครหลักยังไม่มีเส้นเรื่องด้านความรักเลย” กู้เว่ยเอ่ย “แหวกแนวมาก แถมคุณภาพของบทละครก็ยังสูงมากด้วย”

“พูดถึงแอพฯ นี่…” กู้เว่ยนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “เหมือนจะเป็น ‘เถียง’ อันนี้เนี่ยแหละ เมื่อวานฉันได้ยินเจียงสวินบอกว่าเมื่อก่อนทางแอพฯ นั้นเหมือนจะอยากเชิญนายไปทำการโปรโมตเอามากๆ เพราะรู้สึกว่าบุคลิกของนายเข้ากันดีกับแอพฯ ของพวกเขามาก”

“งั้นทำไมตอนหลังถึงไม่มาหาฉันล่ะ”

กู้เว่ยเหลือบมองเจียงอิ่งแวบหนึ่งด้วยความเห็นใจหน่อยๆ “ตอนหลังพวกเขาถูกใจ ‘เถ้าแก่ปู’ เลยกำลังพยายามหาทางติดต่ออยู่ แต่คนคนนี้เหมือนจะขาดการติดต่อไปแล้ว”

เจียงอิ่ง “…”

 

ตัวละครใน ‘หิมะมงคล’ ได้กำหนดเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอให้ทางกองละครประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น

‘หิมะมงคล’ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามตั้งแต่ตอนแรกที่มีข่าวลือว่าจะนำมาถ่ายทำเป็นละครแล้ว และตลอดหนึ่งปีมานี้สื่ออิสระใหญ่ๆ กับแอ็กปั่นทั้งหลายต่างก็วาดภาพขายฝันด้วยการปล่อยข่าวปลอมมาปั่นกระแสแฟนคลับอยู่บ่อยๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

ซึ่งเมื่อไม่กี่วันมานี้ทางฝั่งกองละครได้กำหนดตัวละครหลักกันแล้ว แอ็กปั่นบางแอ็กที่พอจะมีเส้นสายย่อมได้รับข่าวมาบ้างจึงรีบปล่อยข่าวออกมาทันที

 

ข่าววงในรู้ก่อนใคร ละครดราม่าเข้มข้นแนวจอมยุทธ์แฟนตาซีเรื่อง ‘หิมะมงคล’ จะเปิดกล้องในเร็วๆ นี้ ตัวละครหลักลั่วหนานเคอถูกกำหนดให้เป็นชีจู๋นักแสดงมากฝีมือที่กำลังโด่งดัง ส่วนเซวียนโม่หลิงตัวร้ายในหนังสือที่ได้รับความสนใจก็ถูกกำหนดให้เป็นเจียงอิ่ง นอกเหนือจากนั้นทางกองละครยังได้ติดต่อกับดาราอื่นๆ อาทิ อิ่นจยาอวี้ เซวียนฮุ่ยถง และเหมียวเหยี่ย

 

พอข่าวออกมา แฟนคลับของทั้งสองฝั่งต่างก็เดือดดาลกัน…

 

[กินเผือก พรืด ผ่านมาตรงนี้ฉันหัวเราะเลย ฉันขอร้องคุณล่ะ จะปั่นกระแสแฟนคลับก็ทำแบบมีสมองหน่อยได้ไหม ช่วงนี้ทั้งสองด้อมทะเลาะกันจนอยู่ในสภาพนี้แล้ว ยังคิดจะให้พวกเขาสองคนเล่นละครด้วยกันอีกเหรอ นี่เป็นการปั่นกระแสแฟนคลับที่ไม่มีระดับที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย]

[ไล่ตามคุณมาตลอด ช่วงนี้ชีจู๋รับละครเรื่องใหม่แล้วนะ ไม่ว่างมาแสดงเรื่องนี้หรอก ถ้ามีเวลามาวาดภาพขายฝัน ไม่สู้มาสนับสนุนผลงานที่พี่เขามีอยู่แล้วดีกว่า [รูปภาพ] ]

[ดั่งเงาที่เดินละเมอไล่ตามแสง ปลอมจ้า ภาพเงาทุกคนอย่าไปเชื่อ ช่วงนี้พี่เขายุ่งมาก บริษัทกำลังช่วยเขาคุยเรื่องละครใหม่อยู่ ขนาดเวยป๋อเขายังไม่โพสต์อะไรเลย]

[ภาพเงาของคุณไง มาดูพี่เจียงอิ่งที่น่ามองของพวกเรากันดีกว่า [รูปภาพ] [รูปภาพ] ]

 

ทีมควบคุมคอมเมนต์ของทั้งสองด้อมพากันออกรบ ภายในคอมเมนต์ยอดนิยมที่อยู่ข้างใต้เวยป๋อของแอ็กปั่นเต็มไปด้วยรูปภาพของทั้งสองคนที่แฟนคลับเอามาลงเอง

เรื่องนี้สรุปแล้วท่าทีของสองด้อมต่างเหยียดหยามกันสุดๆ…

ชีจู๋กับเจียงอิ่งจะถ่ายละครด้วยกันเนี่ยนะ?

ชิ

เหลวไหลทั้งเพ

 

บทที่ 10

นายแม่งจะมาประกวดนางงามหรือไง

 

[ดั่งเงาที่เดินละเมอไล่ตามแสง แอ็กปั่นเฮงซวย แกรอก่อนเถอะ พี่ชายเรากำลังจะมา]

 

แต่เรื่องกลับผิดไปจากที่ภาพเงาทุกคนคาดไว้ คราวนี้เจียงอิ่งเงียบเป็นพิเศษ ทั้งไม่กดไลค์และไม่ได้เป็นแกนนำในการเปิดศึกกับแอ็กปั่น กระทั่งเวยป๋อก็ไม่ได้ล็อกอินมาหลายวันแล้วด้วย

เวลาเกิดเรื่องที่ไม่ปกติขึ้นย่อมต้องมีเงื่อนงำ

เหตุนี้ส่งผลให้ในกลุ่มแชตของด้อมภาพเงาเริ่มมีความวุ่นวายเล็กๆ ก่อตัวขึ้น

 

[พี่ชายของเราหายไปไหน ไม่ได้แอ็กทีฟมาหลายวันแล้วนะ]

[ใช่ มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ เจียงอิ่งชอบสถานการณ์ที่แอ็กปั่นเดินมาให้เล่นงานเองถึงที่แบบนี้ที่สุดไม่ใช่เหรอ]

[เราลองไปถามเจียงสวินพี่ชายเขาดีไหม]

[ช่างเถอะ ฉันคิดว่าถึงเวลาที่พวกเราภาพเงาต้องโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไอดอลด้อมอื่นเวลาเกิดเรื่องอะไรก็มีแฟนคลับคอยออกหน้าให้หมด แล้วด้อมเราล่ะ พอมีเรื่องก็เรียกหาแต่เจียงอิ่ง ยังจะเรียกตัวเองว่ามัมหมีกันอีก มันสมควรแล้วเหรอ!]

[คุณพูดถูก พี่ชายก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง มีเรื่องอะไรพวกเราจัดการกันเองก็พอแล้ว]

 

หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ แฟนคลับของทั้งสองด้อมก็ยังคงทะเลาะกันต่อไป ในช่วงสองวันนั้นเพียงแค่เปิดเวยป๋อก็จะเจอแต่คำว่า ‘แฟนคลับชีจู๋และแฟนคลับเจียงอิ่ง’ ขึ้นคำค้นหายอดฮิตอยู่ตลอด

ทางกองละครเองก็ต้องการความสนใจอยู่แล้ว เลยเห็นการที่แฟนคลับสองด้อมตีกันเป็นเรื่องน่ายินดี และด้วยกระแสที่ร้อนแรงถึงขนาดนี้ ชาวเน็ตจึงรู้สึกได้ว่าการประกาศอย่างเป็นทางการของละคร ‘หิมะมงคล’ น่าจะเกิดขึ้นภายในสองวันนี้

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเจียงอิ่งอ่านบทของ ‘หิมะมงคล’ อยู่ที่บ้านตลอด นั่นทำให้เขาค่อยๆ ตระหนักได้ว่าคะแนนโหวตของชาวเน็ตตอนคัดเลือกนักแสดงก่อนหน้านี้ไม่ใช่แค่พากันไหลตามกระแสเสียทีเดียว ตัวละครของเซวียนโม่หลิงนั้นบังเอิญมีความคิดหลายอย่างเหมือนกันกับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ

ช่วงนี้ไม่เหมาะที่เขาจะแสดงความคิดเห็นบนเวยป๋อสักเท่าไร ทว่าเรื่องบางอย่างถ้าไม่ได้พูดออกมาคงได้อึดอัดใจตายพอดี แต่คนอื่นก็ยุ่งกับงานกันอยู่ทั้งนั้น เขาเลยต้องมารบกวนชีจู๋

 

คิงเกลอร์ [จิ้มๆ]

 

ชีจู๋ตอบกลับทันที

 

หัวหน้าห้อง ?

คิงเกลอร์ ขอถามหน่อย นายรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมว่าเราต้องถ่ายละครด้วยกัน

คิงเกลอร์ [ฉันโยนทุเรียนลูกใหญ่ไปให้แม่ง.jpg]

หัวหน้าห้อง ใช่

หัวหน้าห้อง วันนั้นผู้กำกับอยากให้เราสองคนลองเข้าฉากด้วยกัน แต่นายดันออกไปก่อน

 

เจียงอิ่ง “…”

โอเคๆๆ สรุปว่าเป็นความผิดของเขาเองแหละที่ถาม

 

คิงเกลอร์ อ่านบทหรือยัง

หัวหน้าห้อง กำลังอ่านอยู่

คิงเกลอร์ นายคิดยังไงกับตัวละครเซวียนโม่หลิง

หัวหน้าห้อง ขึ้นอยู่กับว่ามองจากมุมมองไหน

 

หมายความว่ายังไง เจียงอิ่งไม่เข้าใจ

 

คิงเกลอร์ ลองพูดภาษาคนดูหน่อยไหม

คิงเกลอร์ [ไดโนเสาร์น้อยคำราม.jpg]

หัวหน้าห้อง ถ้าจากมุมมองของลั่วหนานเคอตัวเอกในหนังสือ ฉันคิดว่าเขาเป็นคนหัวแข็งดื้อรั้น แต่จากมุมมองของตัวฉันเอง ฉันคิดว่าเขามีจุดยืนเป็นของตัวเองและใช้ชีวิตอย่างอิสระไม่แคร์ใคร

คิงเกลอร์ โอ้? นายหมายความว่าลั่วหนานเคอไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเท่าไรสินะ

หัวหน้าห้อง อืม เขาไม่มีความสุขหรอก เขาโดนเหวี่ยงไปหาคนนั้นทีคนนี้ที แล้วยังเคยโดนเพื่อนเก่าหักหลังอีก เขาใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุขเลย

 

ตอนจบของ ‘หิมะมงคล’ ตัวร้ายถูกทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนตัวเอกรอรับชื่อเสียงโดยไม่ต้องลงแรง แต่ชีจู๋กลับบอกว่าลั่วหนานเคอใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข การตีความนี้ทำให้เจียงอิ่งรู้สึกแปลกใหม่

 

หัวหน้าห้อง ถ้าฉันเป็นลั่วหนานเคอ ฉันจะไม่ยอมให้เซวียนโม่หลิงต้องเผชิญกับจุดจบแบบนั้นแน่

คิงเกลอร์ ฉันขอชื่นชมนายเลย

คิงเกลอร์ แต่แค่นาทีเดียวนะ

 

ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่บทสนทนากับชีจู๋ในครั้งนี้ก็สร้างแรงบันดาลใจให้กับเจียงอิ่งไม่น้อยจริงๆ เขาเริ่มเปลี่ยนมุมมองจากการตีความแค่ตัวละครเดียวไปเป็นภาพรวมของทั้งเรื่อง เมื่อตัวละครมีชีวิตอยู่ในเนื้อเรื่อง ทุกตัวละครก็ควรเชื่อมโยงถึงกัน

เขาเริ่มรู้สึกกระจ่างขึ้นมาทันทีและอยากอ่านบทต่อ แต่ทางด้านชีจู๋ยังสะกิด QQ ของเขาอยู่เลย

 

หัวหน้าห้อง [จิ้มๆ]

คิงเกลอร์ ?

คิงเกลอร์ มีอะไร

หัวหน้าห้อง ออกมากินข้าวกัน

คิงเกลอร์ เฮ้ ใครอยากกินข้าวกับนายไม่ทราบ

คิงเกลอร์ [ถุยจากรอบทิศทาง.jpg]

หัวหน้าห้อง นายออกมาสิ ฉันจะไปถึงหน้าบ้านนายในอีกยี่สิบนาที

หัวหน้าห้อง เย็นนี้ผู้ลงทุนกับทีมผู้สร้างมีนัดกินข้าวกัน พี่ชายนายบอกว่ายุ่งมากไม่มีเวลา ให้นายไปก็ไม่ต่างกัน

หัวหน้าห้อง แล้วเขายังบอกอีกว่านายขับรถส่ายไปมาอย่างกับงูเลื้อยจนวางใจไม่ลง เลยขอให้ฉันฝืนๆ ใจแวะรับนายไปด้วยกัน

คิงเกลอร์ ฉันมีใบขับขี่นะ สอบได้มาเพราะความสามารถของตัวเองด้วย นี่นายดูถูกใครอยู่มิทราบ

หัวหน้าห้อง นายสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติไม่ผ่านหลายครั้ง เหตุผลที่สอบตกก็มีตั้งแต่ถอยรถเข้าซองจอดช่องคนอื่น เสยแปลงดอกไม้ตอนขับรถเข้าโค้งรูปตัว S ไปจนถึงทำรถไถลลงเนินตอนสอบจอดบนทางลาด

หัวหน้าห้อง แถมในการสอบใบขับขี่ภาคลงสนามจริง นายยังขับรถออกจากเขตสนามสอบเพราะไม่รู้ทางด้วย

คิงเกลอร์ ??? [ยิ้ม.jpg] นายจะรู้มากเกินไปแล้ว

หัวหน้าห้อง เย็นนี้อวี้อวิ๋นจือนักเขียนต้นฉบับ หิมะมงคล’ มาด้วย ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจเกี่ยวกับเนื้อเรื่องลองไปคุยกับเขาก็ได้ รีบเตรียมตัวออกเดินทางซะ

 

คุยกันมาถึงขนาดนี้แล้ว และถึงอย่างไรก็ไม่ใช่การไปกินข้าวกับชีจู๋ตามลำพัง ดังนั้นก็ไม่มีอะไรเสียหาย เจียงอิ่งจึงได้เก็บของอย่างง่ายๆ เพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง ในตอนที่เขาออกมาจากอาคารก็มีรถซูเปอร์คาร์คันหนึ่งจอดอยู่ตรงทางเข้าคอนโดฯ แล้ว พอชีจู๋เห็นเขาเดินเข้ามาใกล้ก็ถอดแว่นกันแดดออก

“แค่ไปกินข้าว นายช่วยขับรถที่มันเรียบๆ หน่อยไม่ได้เหรอ” เจียงอิ่งมองชุดหรูทั้งตัวของชีจู๋ ต่อด้วยมองเสื้อฮู้ดกับรองเท้าผ้าใบที่เลือกมาลวกๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองดูขาดออร่านิดหน่อย

ถึงแม้คอนโดฯ ของพวกเขาจะเป็นคอนโดฯ หรู ไม่น่ามีใครมาแอบถ่าย แต่พอชีจู๋ปรากฏตัวแบบนี้ก็ทำให้คนที่เดินผ่านแถวนั้นแวะมามุงดูอยู่ประปราย

“ไปกันเถอะๆ” เจียงอิ่งก้าวขึ้นรถอย่างไม่สบอารมณ์

ประตูรถซูเปอร์คาร์ค่อยๆ ปิดลง ก่อนจะขับตรงไปยังสถานที่กินข้าว ทิ้งเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเอาไว้เบื้องหลังไปตลอดทาง

พอขึ้นรถมาเจียงอิ่งก็ถอดแว่นกันแดดออกก่อนจะเอนหลังพิงเบาะ และจ้องมองชีจู๋ซึ่งกำลังขับรถอยู่ด้วยสีหน้าซับซ้อน หมอนี่ดูไม่เหมือนกำลังจะไปกินข้าวเลย เหมือนกำลังจะไปเดินพรมแดงมากกว่า

“ปกติเวลาออกไปข้างนอก นายเนี้ยบแบบนี้ตลอดเลยเหรอ นี่ไปกินข้าวนะ ไม่ใช่ประกวดนางงาม” เจียงอิ่งต้องยอมรับว่าความนิยมของชีจู๋ในปัจจุบันไม่ได้มาจากฝีมือการแสดงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเพราะเจ้าตัวมีรูปร่างหน้าตาที่ดีมาก สามารถรับบทบาทได้หลากหลายอีกด้วย

ชีจู๋ยังคงเฉยเมยเช่นเคย เจียงอิ่งบ่นพึมพำไปตั้งมากมายกว่าเขาจะตอบอย่างเรียบเฉยว่า “ใช่”

เมื่อเห็นท่าทีเฉยเมยของเขา เจียงอิ่งก็รู้สึกคันยุบยิบในใจ เริ่มอยากพูดยั่วโมโหอีกสักที

“ชีจู๋”

“หืม?”

“รู้อะไรไหม” เจียงอิ่งนึกถึงรูปถ่ายของชีจู๋จำนวนหนึ่งที่ตนได้รับมาเมื่อไม่กี่วันก่อน “แฟนคลับของนายน่ะ พวกเธอไม่ได้ชอบนายหรอก พวกเธออยากได้เรือนร่างของนายต่างหาก”

“อืม” ชีจู๋ไม่ได้มีปฏิกิริยาแบบที่เจียงอิ่งอยากเห็น เพียงถามกลับมาว่า “แล้วนายรู้ได้ยังไง”

“แน่นอนว่าฉัน…” เจียงอิ่งคิดจะพูดว่า ‘แน่นอนว่าพวกเธอบอกฉันมา’ แต่ขณะที่กำลังจะหลุดปากพูดออกไปกลับรู้สึกว่ามันแปลกๆ เลยเอามือปิดปากตัวเอง และมองชีจู๋อย่างระแวดระวัง “นายหัวเราะอะไร”

ชีจู๋หยุดหัวเราะ

เจียงอิ่งรู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก เสียงเปียโนในรถทำให้บรรยากาศดูหรูหราเป็นพิเศษ เมื่อผนวกกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายบนร่างชีจู๋ที่โชยมาเป็นระยะก็ยิ่งทำให้เจียงอิ่งรู้สึกว่าชุดของเขาทั้งตัวดูเหมือนสินค้าตามแผงลอยข้างถนนมากขึ้นไปอีก

“พี่ชี” เจียงอิ่งเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน

“หืม?” ชีจู๋ไม่ได้ยินคำเรียกนี้มานานจึงหันหน้าไปมองอย่างรู้สึกเหนือความคาดหมายเล็กน้อย

เขาอายุมากกว่าเจียงอิ่งหนึ่งปี สมัยเด็กเจียงอิ่งตัวอ้วนตุ้ยนุ้ย ชอบเกาะติดคน และคอยตามเรียกเขาว่า ‘พี่ชี’ ทั้งวัน

แต่น่าเสียดายที่ช่วงเวลาดีๆ นั้นอยู่ได้ไม่นาน ผ่านไปไม่กี่ปีจอมเกาะติดคนก็โตมาเป็นจอมเถียงไปเสียแล้ว จากนั้นชีจู๋ก็ไม่เคยได้ยินคำเรียกนี้อีกเลย

“ผมขอเปลี่ยนเพลง” เจียงอิ่งถาม “ได้ไหมครับ”

ชีจู๋บอกว่า “ได้อยู่แล้ว”

เจียงอิ่งยิ้มอย่างมีชัย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเพลงเต้นสายย่อสุดเห่ยให้กับชีจู๋

ด้วยเหตุนั้นชีจู๋จึงได้ใช้เวลากับการฟังเสียงเพลงเพี้ยนๆ ของเจียงอิ่งไปตลอดการเดินทางที่เหลือ

โปรดติดตามตอนต่อไป…

หน้าที่แล้ว1 of 2

Comments

comments

No tags for this post.
Jamsai Editor: