X
    Categories: everYทดลองอ่านในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 11-12 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 2

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1

ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว

แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน

ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai

ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

– – – – – – – – – – – – – – – – –

Trigger Warning

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน

ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ

เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่

 ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ

สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

– – – – – – – – – – – – – – – – –

บทที่ 11

นายเปิดโหมดทำงานให้ใครดูกัน

 

ณ งานเลี้ยงของกองถ่าย นอกจากนักลงทุนก็ยังมีนักแสดงบางส่วนเข้าร่วมด้วย อย่างเช่นเหมียวเหยี่ยที่เดบิวต์มาได้สักพักแต่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไร สำหรับเขา แม้ว่าจะรับบทตัวประกอบใช้แล้วทิ้งมาตลอด แต่บทใน ‘หิมะมงคล’ นั้นต่างออกไปอย่างชัดเจน หากแสดงได้ดีก็อาจตกแฟนคลับได้

บริษัทและตัวของเหมียวเหยี่ยใช้ความตั้งใจไปไม่น้อยเพื่อแย่งชิงบทนี้มา แน่นอนอยู่แล้วว่าดินเนอร์ครั้งนี้เหมียวเหยี่ยจะต้องมาร่วมงานด้วย ช่วงเย็นขณะที่เขาเพิ่งจอดรถในชั้นจอดรถใต้ดินเสร็จก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ก่อนจะมีรถซูเปอร์คาร์สีแดงคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบข้างๆ รถของเขา

เหมียวเหยี่ย “…”

นี่คือบิดานักลงทุนท่านไหนกัน

เมื่อประตูรถเปิดออก เหมียวเหยี่ยก็พบว่าในรถกำลังเปิดเพลงประกอบเชยๆ ที่มักจะใช้ประกอบการเต้นในสวนสาธารณะ เป็นรสนิยมที่มีเอกลักษณ์สุดๆ

เขาถอยหลังเยื้องไปทางด้านข้างสองก้าวแล้วก็เห็นใครคนหนึ่งลงมาจากรถ คนคนนี้แต่งตัวเนี้ยบและพิถีพิถันดูคล้ายนักธุรกิจชั้นนำ ชายคนนั้นเดินอ้อมไปอีกฝั่งของรถ เหมียวเหยี่ยจึงได้รู้ว่าในรถยังมีอีกคนอยู่ด้วย

“หยุดร้องเพลงได้แล้ว รีบลงรถ” ชายคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบเฉย “ระวังหัวชนด้วย”

ชายอีกคนสวมเสื้อฮู้ดกับรองเท้าผ้าใบสีขาว ภายใต้แสงไฟของชั้นจอดรถใต้ดิน ทั้งร่างของเขาให้บรรยากาศเหมือนนักศึกษาที่ดูสะอาดผุดผ่องท่ามกลางวงการอันวุ่นวาย ดังนั้นสมองของเหมียวเหยี่ยจึงอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงภาพสถานการณ์สปอนเซอร์รายใหญ่เลี้ยงดูเด็กหนุ่มนักศึกษาผู้ไร้เดียงสา

‘เด็กหนุ่มนักศึกษาผู้ไร้เดียงสา’ เห็นเหมียวเหยี่ยจากระยะไกลก็ทำเสียงจิ๊ปากออกมาก่อน แล้วเอ่ยว่า “โอ้ นี่คือหมอนั่นไม่ใช่เหรอ”

เหมียวเหยี่ยสั่นไปทั้งตัว “…”

เสียงนี้เขาไม่เคยลืมได้เลยในช่วงที่ผ่านมา

เจียง-โคตรดุ-อิ่ง

โชคดีที่เป้าหมายการโจมตีในวันนี้ของเจียงอิ่งไม่ใช่เขา พวกเขาจึงแค่ทักทายพอเป็นพิธี ก่อนหันปืนใหญ่ไปทางคนที่อยู่ข้างกาย

ในตอนนี้เองเหมียวเหยี่ยก็จำได้แล้วว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เจียงอิ่งคือชีจู๋ นักแสดงนำใน ‘หิมะมงคล’ นั่นเอง

ถึงแม้ว่าเหมียวเหยี่ยจะไม่ได้ดังมากนัก แต่เน็ตโทรศัพท์ก็มีมากพอและเน็ตของบริษัทก็ไวมากพอเช่นกัน ต้องรู้ว่าช่วงนี้แฟนคลับของเจียงอิ่งและชีจู๋กัดกันอย่างดุเดือดจนมืดฟ้ามัวดิน และตัวเขายังเคยกินเผือกเรื่องเกี่ยวกับทั้งสองคนมาไม่น้อย พอตอนนี้จู่ๆ ก็ได้เห็นว่าคนทั้งคู่ซึ่งอยู่ในจุดศูนย์กลางของพายุลงจากรถคันเดียวกันจึงรู้สึกตอบสนองไม่ทันไปชั่วขณะ

“อาจารย์ชี” แม้ชีจู๋อายุยังน้อย แต่ความนิยมและทักษะการแสดงของเขารวมถึงสถานะในวงการตอนนี้ก็สมควรที่เหมียวเหยี่ยจะเรียกเขาว่าอาจารย์

ชีจู๋ยังคงทำตามนิสัยปกติ นั่นคือพยักหน้าอย่างสุภาพแต่ห่างเหินให้กับเหมียวเหยี่ย

“อาจารย์ชีของนายกำลังรีบไปประกวดนางงาม” เจียงอิ่งลากเสียงยาว เอ่ยตามหลังด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

เหมียวเหยี่ยที่เคยได้ยินเรื่องของชีจู๋มาก่อนก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นมิตรกับคนอื่นเท่าไร และยังรู้ด้วยว่าชีจู๋เคยขอให้เปลี่ยนตัวนักแสดงคนหนึ่ง เพราะนักแสดงคนนั้นแสดงพลาดซ้ำๆ ในกองถ่าย พอเขาได้ยินเจียงอิ่งพูดยั่วโมโหก็รู้สึกตกใจจนเหงื่อเย็นซึมออกมาทั่วร่าง แต่ชีจู๋กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ และทำแค่ดันหลังเจียงอิ่งเบาๆ “พูดมาก ไปได้แล้ว”

ทั้งสองคนเดินตรงไปที่ลิฟต์ทางออกของชั้นจอดรถใต้ดิน ขณะที่เหมียวเหยี่ยมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่อย่างงุนงง มองส่งสองคนนั้นเดินเข้าไปในลิฟต์ และในวินาทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง เขาเหมือนจะเห็นชีจู๋ยกมือขึ้นมาขยี้ผมของเจียงอิ่งแบบเร็วๆ ไปสองที

เหมียวเหยี่ย “?”

เป็นไปไม่ได้ เขาต้องเห็นภาพหลอนแน่ๆ

 

ภายในลิฟต์ที่กำลังเลื่อนขึ้นไป เจียงอิ่งหันหน้าเข้าผนังและจัดทรงผมของตัวเองที่เพิ่งถูกชีจู๋ขยี้จนยุ่งเหยิง รู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่ก่อนออกมาตัวเองไม่เลือกชุดให้เป็นทางการกว่านี้

“คนบางคนพอดังแล้วนี่แตกต่างออกไปเลยนะ” เจียงอิ่งพิงผนังด้านหนึ่ง “ไม่เคยจะปิดโหมดทำงานเลย คืนนี้มีแฟนคลับของนายงั้นเหรอ นายเปิดโหมดทำงานให้ใครดูกัน”

ชีจู๋เหลือบมองผมที่กระดกขึ้นของเจียงอิ่งเหมือนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเอง “น้ำเสียงของคนบางคนตอนนี้พูดเหมือนคนขี้อิจฉาเลย”

“ฉันอิจฉานาย?” เจียงอิ่งโบกมืออย่างไม่ยอมรับ “ฉันมีเรื่องน่าสนใจให้ทำมากกว่าการเป็นคนดังอีก”

เช่น การรวบรวมข่าวดราม่าของนาย

“เหมือนนายจะอารมณ์ดีน่าดู…” ชีจู๋ไม่ได้ยิ้ม แต่เจียงอิ่งก็คิดว่าอีกฝ่ายอารมณ์ดีอยู่

“ช่วงนี้ฉันได้แฟนพันธุ์แท้มาคนหนึ่ง” ชีจู๋พูดแบบมีนัยแฝง

เจียงอิ่งนึกขึ้นได้ทันทีว่าอยู่ดีๆ แอ็กของ ‘เถ้าแก่ปู’ ก็ถูกยัดเยียดสถานะแฟนคลับให้เสียอย่างนั้น เขากัดฟันแน่น “งั้นช่วงนี้ฉันก็เหมือนจะได้แอนตี้แฟนมาคนหนึ่งสินะ”

ทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมาตลอดทาง แสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกันได้อย่างถึงพริกถึงขิง

“เจียงอิ่งมาแล้วเหรอ” ผู้กำกับเป็นคนรู้จักของพ่อเจียงอิ่ง พอเห็นเขายอมมาแสดงก็ดีใจและสั่งว่า “ชีจู๋พาเจียงอิ่งไปทักทายพวกนักลงทุนหน่อยนะ”

“แค่ทักทายเอง ใช่ว่าผมพูดไม่เป็นซะหน่อย” เจียงอิ่งเดินไปหาชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบปีคนหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล “ใครจะอยากให้ชีจู๋พาไป”

“เจียงอิ่งใช่ไหม” พออีกฝ่ายเห็นเขาเข้ามาก็เอ่ยทักขึ้นก่อน “ฉันเคยเจอเธอตอนยังเด็ก พริบตาเดียวก็โตขนาดนี้แล้ว”

ชายวัยกลางคนมีผมขาวขึ้นที่ข้างขมับทั้งสอง ข้างกายมีเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเจียงอิ่งยืนอยู่ ซึ่งพอฝ่ายหลังได้ยินดังนั้นก็ส่งยิ้มให้เจียงอิ่ง

“สวัสดีครับประธานหลี่” เจียงอิ่งที่ไม่อยากน้อยหน้าจึงเริ่มเปิดโหมดธุรกิจด้วยการกล่าวชมเสริมไปว่า “ลูกสาวของคุณเองก็ด้วยครับ โตมาหน้าตาสะ…”

เขายังไม่ทันพูดจบ ชีจู๋ที่อยู่ข้างๆ ก็ยื่นมือมาบีบมือเขาอย่างแรง

“?” เจียงอิ่งวีนทันที “นายจะบีบฉันทำไม?!”

ชีจู๋ “…”

ประธานหลี่ “…”

ชีจู๋หันไปโค้งให้ประธานหลี่แล้วจับข้อมือเจียงอิ่งเพื่อพาเขาไปที่มุมห้อง “คนนั้นไม่ใช่ลูกสาวของเขา นายพูดอะไรน่ะ นั่นคือภรรยาจากการแต่งงานครั้งที่สองของเขาต่างหาก”

เจียงอิ่ง “…ชิ”

 

การทักทายถือเป็นเรื่องคั่นเวลาเล็กๆ ที่สำคัญคือดินเนอร์ครั้งนี้เจียงอิ่งได้กินอย่างสำราญใจ ปกติแล้วตอนทำงานเขาจะยุ่งมากจนไม่มีเวลากิน ช่วงที่ไม่มีงานก็ขี้เกียจเกินกว่าจะกิน โดยรวมคือไม่มีเวลากินข้าวอย่างเป็นกิจจะลักษณะเท่าไร

อย่างไรก็ตามระหว่างกินข้าวเขาก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ อะไรที่ชีจู๋ไม่ชอบกิน เขาก็จะคีบมันไปใส่จานอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น ผ่านไปไม่นานในจานของชีจู๋ก็เต็มไปด้วยอาหารที่เจียงอิ่งคีบให้

เจียงอิ่ง “ไข่เยี่ยวม้าลูกนี้ลายสวยมาก นายเอาไปสิ”

เจียงอิ่ง “ฟักทองชิ้นนี้สีสวยสุดๆ ฉันว่านายต้องมีนะ”

เจียงอิ่ง “ผักชีอันนี้กลิ่นหอมมาก ไม่กินก็น่าเสียดายแย่”

เหมียวเหยี่ยที่อยู่ด้านข้างเห็นแล้วก็ต้องตกใจจนขวัญแทบหาย ฟักทองกับผักชีเขาไม่รู้หรอก แต่เมื่อก่อนชีจู๋เคยให้สัมภาษณ์ว่าเกลียดไข่เยี่ยวม้าแบบเข้ากระดูกดำ และจากนิสัยของชีจู๋ที่เขารับรู้มา อีกฝ่ายน่าจะโมโหแล้วล่ะ

“นายนี่รู้ละเอียดดีนะ” ชีจู๋พูดขณะที่มองภูเขาอาหารขนาดย่อมในจาน

“หา?” เจียงอิ่งแสดงได้แนบเนียนเลยทีเดียว

และหัวข้อสนทนาของอีกด้านก็กลับมาที่ตัวเจียงอิ่งอีกครั้ง

“ทักษะการแสดงของเด็กคนนี้ใช้ได้เลยนะ คนตระกูลเจียงช่างถ่อมตัวกันจริงๆ” ผู้กำกับเอ่ยชมเขาไม่ขาดปาก

“เสี่ยวอิ่ง ครั้งก่อนได้ยินแม่ของเธอบอกว่าตอนเด็กๆ เธอจับคีย์บอร์ดในพิธีหยิบของเสี่ยงทายเหรอ” นักเขียนบทนึกถึงเหตุการณ์น่าสนใจเรื่องนี้ขึ้นมาได้

เจียงอิ่งที่ถูกกล่าวถึงอย่างกะทันหันวางตะเกียบในมือลง “เหมือนจะใช่ครับ ตระกูลเจียงของเราค่อนข้างน่าสนใจ ตอนนั้นพี่ชายของผมหยิบคีย์บอร์ด หลังจากนั้นเขาก็ไปเล่นกีฬาอีสปอร์ต”

“แล้วนายล่ะ?” จู่ๆ ชีจู๋ก็ถามขึ้น

บทที่ 12

นี่บัญชีปลอมเกรดเอหรือเปล่า

 

บรรยากาศเงียบลงอย่างฉับพลัน

เซวียนฮุ่ยถงที่อยู่อีกด้านสำลักน้ำส้มจนไอไม่หยุด

เหมียวเหยี่ยที่กำลังแทะคากิก็กัดโดนปากตัวเองเข้า ทำเอาเจ็บจนต้องสูดหายใจเฮือก

“ฉัน? นายพูดถึงฉันเหรอ” รอยยิ้มของเจียงอิ่งแข็งค้าง เขาฟังออกว่าคำพูดของหมอนี่มีนัยแฝง จึงหันไปแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้หูของชีจู๋ ก่อนพูดด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงสองคนว่า “นายคิดว่าไงล่ะ”

แน่นอนว่าชอบทะเลาะกับคนอื่นน่ะสิ จะว่าไปเขาก็ไม่ได้เถียงในแอพฯ มาหลายวันแล้ว ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว

“เข้าใจแล้ว” ชีจู๋กล่าว “นั่งดีๆ เจ้าเด็กเกรียนคีย์บอร์ด”

เจียงอิ่งและชีจู๋ทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็กจนโต คุ้นเคยกับวิธีการอยู่ร่วมกันแบบนี้ และไม่เห็นว่ามันมีอะไรผิดปกติ แต่ดาราคนอื่นที่อยู่รอบข้างพวกเขากลับรู้สึกว่าคาดไม่ถึงเล็กน้อย

ยกตัวอย่างเช่น เหมียวเหยี่ยใช้เวลาครึ่งมื้ออาหารในการเช็กเวยป๋อซ้ำไปมาอยู่หลายรอบ เพื่อยืนยันสถานการณ์ศึกปะทะกันระหว่างแฟนคลับทั้งสองด้อมในตอนนี้

 

[แฟนคลับชีจู๋ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ เจียงอิ่ง ไอดอลของพวกเธอก็แค่เด็กไม่ยอมโต พี่ชายของเราทั้งเป็นผู้ใหญ่และมีเสน่ห์กว่า]

[แฟนคลับเจียงอิ่ง ถุยเถอะ เป็นผู้ใหญ่และมีเสน่ห์ แล้วต้องไปกดติดตามไอ้คนขี้ประจบนั่นด้วยเหรอ อิ่งของเรามีด้อมศัตรูอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเธอพุ่งเข้ามาหาเรื่อง พวกเราก็ไม่คิดจะลดตัวลงมาทะเลาะด้วยหรอก]

[แฟนคลับชีจู๋ ฉันจะตีพวกแกให้หัวหลุดเลย]

[แฟนคลับเจียงอิ่ง มาสิ ฉันจะกระหน่ำฟาดแกให้ตายเลย]

 

ขณะสถานการณ์การต่อสู้ดุเดือด ในสายตาของแฟนๆ นั้น การที่ ‘เถ้าแก่ปู’ ผู้จุดชนวนศึกปะทะฝีปากของแฟนคลับขาดการติดต่อไปหลายวันก็คงเพราะชิ่งหนีวิกฤตไปแล้ว

ทางฝั่งเจียงอิ่งยังทะเลาะไม่หนำใจ กำลังคิดจะพูดอะไรอีกหน่อย แต่ดันมองลงไปเห็นก่อนว่าอาหารที่เขาเพิ่งคีบให้ชีจู๋หายไป ทว่าถ้วยของเขากลับมีซุปผักเพิ่มมาหนึ่งช้อนเต็ม พร้อมกับผักใบเขียวฉ่ำๆ ลอยอยู่ด้านบน

อาหารที่เจียงอิ่งเกลียดที่สุด ซุปผัก

ในจานของเขายังมีเห็ดเพิ่มมาสองชิ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้อีกด้วย มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบเช่นกัน

เจียงอิ่ง “?”

ชีจู๋กำลังตั้งใจฟังบทสนทนาของพวกนักเขียนบทละคร บางครั้งก็เสนอความคิดเห็นของตัวเองอย่างสุภาพ โดยทำเป็นมองไม่เห็นความงุนงงของเจียงอิ่ง

“พี่ฮุ่ยฮุ่ย” เหมียวเหยี่ยเอ่ยปากถามเซวียนฮุ่ยถงซึ่งเป็นนักแสดงจากบริษัทเดียวกับเจียงอิ่งที่อยู่ข้างๆ ตัวเอง “ถ้าพี่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับใคร จะจำรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับอาหารที่อีกฝ่ายไม่ชอบได้ไหม”

“มองออกแต่ไม่พูด” เซวียนฮุ่ยถง ดาราสาวเบอร์หนึ่งจากเฟิงสวินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยังคงนิ่งเฉย “ปล่อยให้พวกเขาวุ่นวายกันไปเถอะ”

“คนนั้นคืออวี้อวิ๋นจือ นักเขียนต้นฉบับเรื่อง ‘หิมะมงคล’ ” ชีจู๋ชี้ไปทางคนที่อยู่ไม่ไกลออกไป “นายมีอะไรไม่เข้าใจก็ไปถามเขาได้”

เจียงอิ่งไม่ค่อยสนใจวัฒนธรรมโต๊ะเหล้าจึงถือโอกาสไปคุยกับนักเขียนต้นฉบับ อวี้อวิ๋นจือดูเหมือนจะไม่ชอบเข้าสังคมเท่าไร ภาพลักษณ์ให้บรรยากาศที่ดูสะอาดสะอ้านและห่างเหินเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นเขาเดินเข้าไป อีกฝ่ายก็โบกมือให้เขาจากไกลๆ

เจียงอิ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาคิดว่าคนที่เขียนเรื่องอย่าง ‘หิมะมงคล’ คงผ่านเรื่องราวอะไรมามากและเข้าใจบางเรื่องได้อย่างถ่องแท้ แต่คาดไม่ถึงว่าอวี้อวิ๋นจือจะอายุพอๆ กับเขา

“สวัสดีครับ” เจียงอิ่งกล่าวทักทายอีกฝ่ายก่อน “ขอบอกก่อนเลยว่าฝีมือการแสดงของผมแย่มาก อาจจะแสดงบทตัวละครของคุณได้ไม่ดีพอ”

“ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกครับ” อวี้อวิ๋นจือกล่าว “คุณยังจำได้ไหมตอนที่คุณพูดในเวยป๋อว่าคุณอยากใช้ชีวิตที่มีความสุขมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ที่จับต้องไม่ได้พวกนั้น ตั้งแต่นั้นมาผมก็คิดว่าบทนี้ควรจะเป็นคุณ”

เจียงอิ่งจำได้ว่านั่นเป็นช่วงก่อนที่จะมีแอนตี้แฟนด่าเขาว่าทำภาพลักษณ์ที่สร้างมาพัง เขาเลยตอบกลับในเวยป๋อว่าเขาคิดว่าตัวตนนั้นบริษัทยัดเยียดมาเอง และไหนๆ มันก็พังจนเละไม่เป็นท่าแล้ว เขายอมรับมันแต่โดยดีไปเลยจะดีกว่า

“ผมชอบเซวียนโม่หลิงมากกว่าลั่วหนานเคอที่เป็นพระเอกอีก ผมไม่เข้าใจเรื่องการถ่ายทำของพวกคุณหรอกนะ” อวี้อวิ๋นจือยิ้ม “แต่คุณแค่เป็นตัวของตัวเองก็พอ”

“ทำไมผมถึงรู้สึกว่าคุณไม่ค่อยมีความสุขเลย” เจียงอิ่งพูดขึ้นอย่างกะทันหัน

“ไปได้แล้ว ฉันจะไปส่งนายกลับบ้าน” เมื่องานเลี้ยงอีกด้านเลิกรา ชีจู๋ที่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาตอนไหนก็เอ่ยขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่

“คุณกลับเองเหรอครับ” ชีจู๋ถามอวี้อวิ๋นจือ “ไม่รอให้ใครมารับเหรอ”

“กลับเองครับ” อวี้อวิ๋นจือโบกมือให้ทั้งสองคน “พวกคุณไปเถอะ”

 

“ฉันรู้สึกว่าเขาไม่มีความสุข” เจียงอิ่งพูดขึ้นระหว่างทางกลับไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน “เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ใช้ชีวิตอิสระเท่าที่ควร เลยอยากให้ตัวละครในหนังสือไปทำตัวกร่างแทนเขาสักครั้ง”

“เป็นการตีความที่แหวกแนวมาก” ชีจู๋พยักหน้า “ถ้าเอาไปใช้ในละครได้ มันก็ขึ้นอยู่กับนายแล้วว่าจะแสดงออกมายังไง”

“น่าเสียดายที่ฉันแสดงห่วย” เจียงอิ่งทอดถอนใจ

“แต่ฉันตั้งตารอนะ” ชีจู๋กล่าว

“ตั้งตารออะไร ตั้งตารอให้การแสดงห่วยแตกของฉันทำลายบรรยากาศงั้นเหรอ”

ชีจู๋ไม่พูดอะไรอีก

ลิฟต์หยุดลงที่ชั้นจอดรถใต้ดิน เจียงอิ่งก้าวออกมาก็มองเห็นรถสุดเจิดจ้าคันนั้นจากไกลๆ ทำให้นึกถึงฉากอลังการตอนที่ชีจู๋ลงจากรถที่หน้าทางเข้าคอนโดฯ วันนี้ขึ้นมา

คนเราน่ะ จะแพ้เรื่องออร่าไม่ได้หรอก คราวหน้าเขาเล่นใหญ่บ้างดีกว่า

 

เจียงสวินที่กำลังยุ่งได้รับข้อความวีแชตจากน้องชาย

 

คิงเกลอร์ [หน้าแดงเด๋อด๋า.jpg]

แสนโวลต์ อารมณ์ดีเพราะกินข้าวเหรอ

คิงเกลอร์ พี่! ผมอยากได้รถซูเปอร์คาร์สักคัน

คิงเกลอร์ สีต้องสดใสสะดุดตาหน่อยนะ

แสนโวลต์ ???

แสนโวลต์ [ปิกะจูหน้าดุ.jpg]

 

ทางกองถ่ายได้ประสานงานช่วงหลังเรียบร้อยแล้ว และการเปิดกล้องก็จะเริ่มในเร็วๆ นี้ ดังนั้นหลังจากเจียงอิ่งกลับถึงบ้านได้ไม่นาน ‘หิมะมงคล’ ก็ออกประกาศอย่างเป็นทางการ

 

ละครหิมะมงคลออฟฟิเชียล ที่รักทั้งหลาย ประกาศอย่างเป็นทางการที่ทุกคนรอคอยมาถึงแล้ว ลั่วหนานเคอ @ชีจู๋ หังเซี่ยวเซี่ยว @เซวียนฮุ่ยถงLisa ซือเมิ่ง @อิ่นจยาอวี้ และบทตัวร้ายที่ทุกคนตั้งตารอที่สุด เซวียนโม่หลิง @เจียงอิ่ง KANI ละครจะเปิดกล้องในเร็วๆ นี้ หิมะน้อยตั้งตารอที่จะได้พบกับทุกคนในฤดูใบไม้ร่วงนี้นะ! [รูปภาพ] [รูปภาพ] [รูปภาพ] [รูปภาพ]

 

ห้านาทีต่อมา

แฟนคลับชีจู๋ที่ถืออิฐอยู่ “???”

อะไรเนี่ย ไหนพูดอีกทีซิ

แฟนคลับเจียงอิ่งที่ถือไม้ไผ่อยู่ “???”

อะไรของแม่งนะ นี่บัญชีทางการเวยป๋อเหรอ

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

หน้าที่แล้ว1 of 2

Comments

comments

No tags for this post.
Jamsai Editor: