ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1
ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว
แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน
ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 15
เขาดูเป็นไอดอลเฉพาะตอนไม่พูด
ในฐานะดาราสาวเบอร์หนึ่งของเฟิงสวินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เซวียนฮุ่ยถงมีประสบการณ์การทำงานมาอย่างโชกโชนจึงรับหน้าที่เป็นพิธีกรชั่วคราวในวันนี้ เธอเริ่มต้นด้วยการเล่นมุกตลกและพูดคุยถึงหัวข้อน่าสนใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ช่วยสร้างบรรยากาศคึกคักให้กับห้องไลฟ์
หลังจากที่ชาวเน็ตคึกกันเสร็จก็มีคนสังเกตเห็นว่าจำนวนคนที่ขึ้นไลฟ์ไม่ถูกต้อง
[เทพธิดาฮุ่ยฮุ่ย บอกว่ามีสี่คนไม่ใช่เหรอ]
[ฮึ่ม เสี่ยวอิ่งของเราอยู่ไหน!!! ภาพเงาออนไลน์รออยู่นะ]
[รีบเอาให้ฉันดูเลยว่าพี่ชายอยู่ไหน]
[ฮ่าๆ ฉันก็ว่าอยู่ว่ามีอะไรขาดหายไป เจ้าแห่งการมีเรื่องไม่อยู่ มันก็คึกคักไม่พอน่ะสิ]
[เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนฉันเพิ่งดูวิดีโอที่เขาไปเหน็บแนมเน็ตไอดอลมา อย่างเจ๋งเลย]
“พี่ชายของพวกคุณพักผ่อนอยู่ในห้องข้างๆ” เซวียนฮุ่ยถงยกโทรศัพท์ขึ้น คนกลุ่มหนึ่งผลักประตูห้องข้างๆ เปิดออกพร้อมกัน “เรามาสัมภาษณ์ตัวร้ายบอสใหญ่สุดใน ‘หิมะมงคล’ กันค่ะ”
เซวียนฮุ่ยถง “…”
เจียงอิ่งกำลังขดตัวนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟา โทรศัพท์กลิ้งตกลงมาบนพรม โดยที่ในมือยังคงถือชานมซึ่งดื่มไปครึ่งแก้วเอาไว้
“ขอโทษครับๆ ผมไม่คิดว่าเขาจะนอนหลับได้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ แบบนี้” ผู้ช่วยเฉินที่อยู่ด้านข้างกล่าวขอโทษเสียงแผ่ว
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไลฟ์เพิ่งเริ่มเอง” เซวียนฮุ่ยถงเบี่ยงกล้องออกแล้วพูดเบาๆ ว่า “ใครก็ได้ปลุกเขาที”
[นี่เจียงอิ่งเหรอ ท่านอนดูเรียบร้อยน่าเอ็นดูจัง]
[น่ามองจัง ฉันโดนตกเลย]
[กรี๊ดดด ใบหน้าตอนหลับของพี่ชายกับท่านอนนี้จะน่ารักเกินไปแล้ว ฉันไหวอยู่ ฉันยังไหว]
[เป็นแฟนคลับของไอดอลสายชิลก็งี้ ไปตรงไหนก็นอนตรงนั้น]
[โอ้โห ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงถูกนับว่าเป็นไอดอล เวลาไม่พูดคะแนนหน้าตามาเต็ม [เอามือปิดหน้าร้องไห้.jpg] ]
[พอเถอะ เขาเนี่ยนะเรียบร้อยน่ารัก? พวกเธอเมนต์ข้างบนน่ะไม่เคยเห็นเขาด่าคนเหรอ เวลาไม่พูดเขาก็ดูเป็นไอดอลอยู่หรอก แต่เวลาพูดเนี่ยจอมหาเรื่องชัดๆ]
[ในฐานะภาพเงาที่ติดตามมานาน ฉันขอแนะนำให้สายติ่งหน้าตาแบบพวกเธอรีบแคปหน้าจอซะ]
[ผู้ช่วยเฉิน ไอดอลเขาแอบดื่มชานมอยู่นะ การควบคุมน้ำหนักนี่ยังมีอยู่ไหม]
[เฮ้ งั้นปล่อยให้เขานอนไปเลยไหมล่ะ]
เวลานี้ก็ยังคงไลฟ์อยู่ตลอด ถึงแม้ว่าเซวียนฮุ่ยถงจะบังกล้องอยู่ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนที่ไม่ชอบเจียงอิ่งอยู่แล้วโผล่มาด่าเขาในช่องเมนต์อยู่ดี
[ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าละครดีๆ อย่างหิมะมงคลทำไมถึงเลือกเขามาแสดง ขนาดตอนไลฟ์ยังอู้ได้เลย]
[ไม่จริงจังกับงานน่ะสิ หมดความประทับใจจริงๆ]
[เขากำลังสร้างอิทธิพลที่ไม่ดีให้กับวงการ]
ในห้องไลฟ์มีภาพเงาอยู่หลายกลุ่ม พวกเธอจะทนให้แอนตี้ออนไลน์มาด่าเขาได้ยังไง จึงทำให้เกิดการปะทะแบบกลุ่มขึ้นมาทันที
“เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย” ชีจู๋กล่าว “ผมเลยมาสาย แล้วผมก็ไม่ได้แจ้งเวลาไลฟ์ให้ดีๆ ด้วย”
ผู้ช่วยเฉินก็ไม่คิดเช่นกันว่าเจียงอิ่งจะหลับไม่เลือกที่แบบนี้ “ผมจัดการไม่ดีเอง”
ขณะที่กลุ่มคนในช่องคอมเมนต์พากันโอดครวญพี่เจียงอิ่งหน้าตาดีอย่างนั้นอย่างนี้ ชีจู๋ก็เหลือบมองโซฟาแล้วพูดว่า “งั้นผมขอแนะนำให้ทุกคนรักษาช่วงเวลาตอนนี้ไว้ให้ดี”
เจียงอิ่งที่หลับสนิทอยู่ได้ยินเสียงใครบางคนพูดอยู่แบบแว่วๆ จึงลืมตาขึ้น และคนแรกที่เขาเห็นก็คือชีจู๋
ชีจู๋แต่งตัวเป็นทางการยิ่งกว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าราวกับแปะป้ายประกาศถึงความหรูหรามีระดับ
เจียงอิ่งลุกขึ้นนั่งโดยที่ยังถือชานมอยู่ในมือ “ว้าว หัวหน้าห้อง ทำไมวันนี้นายแต่งตัวเหมือนต้นคริสต์มาสเลย”
ชีจู๋ “…”
ในที่สุดเซวียนฮุ่ยถงก็ควบคุมสีหน้าไม่อยู่ “พรืด”
ทางด้านห้องไลฟ์…
[…]
[ฉันว่าแล้วเชียว…]
[ฉันคิดถึงเขาตอนก่อนหน้านี้ขึ้นมาแล้ว ใครก็ได้มาฟาดเขาให้สลบที]
[บ้าเอ๊ย มิน่าเมื่อกี้ชีจู๋ถึงบอกให้รักษาช่วงเวลาตอนนี้ไว้ให้ดี สมกับเป็นชีจู๋ จิกกัดได้เนียนมาก]
[ขอโทษนะ ฉันอยากขำอะ]
[เจียงอิ่งหุบปากซะ ชุดพี่ชายเราหล่อขนาดนี้ จะเหมือนต้นคริสต์มาสได้ยังไง]
“ไลฟ์อยู่นะ” อิ่นจยาอวี้ทำปากพูดแบบไม่ออกเสียง
“เริ่มไลฟ์แล้วเหรอ” เจียงอิ่งเริ่มตั้งสติและนั่งตัวตรงให้เรียบร้อย “สวัสดีครับทุกคน”
พอเขาตื่น สองแอ็กที่เคยด่าเขาในช่องเมนต์ก็หายวับไปทันที
“เสี่ยวอิ่ง นายแน่ใจนะว่าตื่นดีแล้ว?” ชีจู๋ถาม
“ตื่นจนไม่รู้จะตื่นยังไงแล้ว” เมื่อรู้ว่าวันนี้มีชีจู๋อยู่ด้วย เจียงอิ่งจึงตั้งใจเลือกเสื้อผ้าอย่างดีก่อนออกมา แถมตอนนี้ยังนั่งตัวตรงทำให้ดูดีมากในกล้อง
[วันนี้เจียงเสี่ยวอิ่งของเราแต่งตัวพิเศษจัง ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าปกติอยู่นิดหน่อย]
[ใช่ๆๆ ปกติใส่แต่ชุดสีขาว ให้ความรู้สึกเหมือนนักเรียน แต่ชุดสีเข้มที่ใส่วันนี้ดูดีมากเลย]
เจียงอิ่งยกมุมปากขึ้นด้วยความพอใจพลางเหลือบมองไปทางชีจู๋ที่ยืนอยู่ข้างโซฟา
[ไม่ได้เถียงนะ ฉันแค่มีข้อสงสัยนิดหน่อย ไอดอลชายของพวกเธอทุ่มเทกับการไลฟ์ขนาดนี้กันหมดเลยเหรอ เทพธิดาฮุ่ยฮุ่ยของฉันแค่ใส่ชุดลำลองมาเอง พวกนายสองคนมันยังไงกันเนี่ย นี่มันสไตล์งานพรมแดงชัดๆ]
[ไลฟ์หลีเมาอาจจะเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด]
[ขอแก้ให้ถูกต้องหน่อย ชีจู๋ของเราไม่ได้เดินเส้นทางไอดอล เขาเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ]
[แล้วทุ่มเทกับการทำงานมันไม่ดีเหรอ แค่ดูดีก็พอแล้วไหม จะมากเรื่องกันไปทำไม]
[ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนเขาสองคนกำลังแข่งขันกันเลย]
[ก็แข่งกันมาตลอดนะ สองด้อมนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ]
“ขอถามนายสักสองสามคำถามแล้วกัน บางคำถามก็มาจากชาวเน็ต บางคำถามก็มาจากพวกเราเอง” เซวียนฮุ่ยถงไลฟ์ต่ออย่างเป็นธรรมชาติ
“ผมจะตอบทุกอย่างที่ผมรู้” ขณะเจียงอิ่งพูด โซ่เงินที่ห้อยอยู่ตรงกระเป๋าเสื้อก็ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง
“คำถามแรก ทำไมคุณถึงชอบทะเลาะกับคนอื่นในเวยป๋อ” เซวียนฮุ่ยถงอ่านคำถามจากการ์ด “นี่เป็นคำถามจากชาวเน็ตที่ชื่อ ‘รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย’ ”
เจียงอิ่ง “อ้อ อย่างแรกผมไม่ได้ชอบทะเลาะ อย่างที่สองน้อยมากที่ผมจะเป็นฝ่ายไปหาเรื่องคนอื่น ปกติจะเป็นพวกเขามาด่าผมก่อนทั้งนั้น เพราะงั้นการกระทำนั้นของผมไม่ใช่การทะเลาะ แต่เป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองต่างหาก อย่างที่สามไอดีของเพื่อนคนนี้ดูคุ้นๆ นะ”
“นายไม่ชอบเหรอ” ชีจู๋ถามจากด้านข้าง
ซับกระสุนในแพลตฟอร์มไลฟ์ถาโถมเข้ามาไม่หยุด พอได้ยินตอนเขาตอบคำถามก็ยิ่งไหลเร็วขึ้น
[ฉันไม่เชื่อหรอก นายไม่ชอบการทะเลาะจริงดิ]
[เฮ้อ พูดตามตรงตอนแรกที่ฉันมาเป็นแฟนคลับเขาก็เพราะชอบนิสัยปากแซ่บของเขานี่แหละ อันที่จริงเจียงอิ่งก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เขาอาจจะปากดี แต่เขาพูดแบบมีเหตุผลและจะไม่ด่าใครโดยไม่มีเหตุผลด้วย]
[ฉันขำจนจะบ้าแล้ว พวกเธอสังเกตเห็นไหมว่าเจียงอิ่งกับชีจู๋สองคนนี้ทะเลาะกันหนักมาก ทั้งแบบลับๆ และแบบเปิดเผย]
“งั้นก็มาถึงคำถามที่สอง” เซวียนฮุ่ยถงเปลี่ยนการ์ดคำถาม “คำถามจากชาวเน็ต ‘TMW-Sunny’ คือในฐานะไอดอลและในฐานะบุคคลสาธารณะ การที่คุณมักจะเจ้าคิดเจ้าแค้นกับคนบางคน คุณไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนใจแคบบ้างเหรอ”
“ไม่ใช่แค่คิด แต่ผมเป็นคนใจแคบเลยล่ะ” เจียงอิ่งพูดอย่างตรงไปตรงมา “ถ้าผมไม่สู้กลับ ผมคงโกรธไปหลายวัน สิ่งแรกที่ผมนึกถึงทุกวันตอนตื่นนอนก็คงมีแต่ความโกรธและต้องคิดอยู่ทุกวันว่าตอนนั้นผมน่าจะพูดอะไรออกไปหน่อย ถึงขั้นจินตนาการฉากการโต้เถียงกับคนคนนั้นแบบนับครั้งไม่ถ้วน แทนที่จะเป็นแบบนั้น ผมพูดให้เคลียร์ไปทีเดียวเลยดีกว่า”
[ใช่ พี่ของเราใจแคบ แฟนคลับอย่างพวกเราก็ชอบที่ตรงนี้นี่แหละ]
[สมแล้วที่เป็นคนจริงไม่มีเฟค [หัวเราะทั้งน้ำตา.jpg] ]
นิสัยแบบนี้ของเขามีคนชอบก็ย่อมมีคนไม่ชอบ เจียงอิ่งเป็นคนใจกว้าง ไม่ค่อยสนใจหรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไง “อันที่จริงตอนเด็กๆ ผมค่อนข้างอ้วนนะ ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสผมจะเอารูปมาให้พวกคุณดู ตอนที่มีคนมารังแกผมสมัยอนุบาล ผมก็ได้แต่ร้องไห้ ต่อมามีคนบอกผมว่าแค่ด่ากลับไปก็ไม่ต้องโกรธแล้ว ผมเลยลองไปครั้งหนึ่งแล้วก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลดี อ้วนแล้วมันผิดตรงไหน ผมไปกินหมูของบ้านเขาหรือไงกัน”
“ต่อมาคำถามสุดท้ายแล้ว คุณรู้จักแอพฯ ที่ชื่อ ‘เถียง’ ไหม” เซวียนฮุ่ยถงถาม
“รู้จัก เคยเห็นติดคำค้นหายอดฮิต” เจียงอิ่งยังคงตีหน้านิ่ง
“แล้วคุณรู้ไหมว่าแอพฯ นั้นมีผู้ใช้คนดังที่ชื่อ ‘เถ้าแก่ปู’ ” เซวียนฮุ่ยถงถามต่อ
“?” เจียงอิ่งเอ่ย “…ก็พอรู้อยู่บ้าง”
“งั้นก็ดีเลย” เซวียนฮุ่ยถงยิ้ม “กรุณาฟังคำถามแล้วตอบตามตรง ถ้าตอนนี้ให้คุณกับ ‘เถ้าแก่ปู’ มาแข่งกันแบบออนไลน์ คุณคิดว่าใครจะชนะ”
เจียงอิ่ง “???”
เจียงอิ่ง “ใครเป็นคนถามคำถามนี้”
บทที่ 16
คุณเถียงแซงผู้ใช้งานจากทั่วประเทศไปแล้ว 99.99 %
ซับกระสุนที่วิ่งผ่านหน้าจอเต็มไปด้วยคำว่า ‘ฮ่าๆๆ’
[ฉันชักจะสงสัยว่าอันนี้ฉันเป็นคนถามหรือเปล่า]
[คำถามระดับเทพ เอารางวัลไปเลย]
เจียงอิ่งไหนเลยจะตกหลุมพรางได้ง่ายดายขนาดนั้น เขาจึงเลิกทำตัวดีๆ แล้ว “พวกคุณเข้าใจผิดหรือเปล่า ผมเป็นไอดอล ทำไมไม่ถามคำถามที่เหมาะกับสถานะของผมล่ะ”
ต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ
“พวกคุณเล่นตุกติกกับการสัมภาษณ์สินะ” เจียงอิ่งไม่ทำมันแล้ว เพียงเอนตัวพิงบนโซฟา “นี่จะเป็นคำถามจากชาวเน็ตได้ยังไง”
“นั่นสิ” คราวนี้ถึงตาเซวียนฮุ่ยถงพูดหน้านิ่งบ้าง “นี่มันศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้วนะ ใครๆ ก็เป็นชาวเน็ตกันทั้งนั้น”
อิ่นจยาอวี้ยกมือ “ฉันๆๆ ไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
ชีจู๋ส่งเสียงเห็นด้วย “อืม”
“นั่นมันไม่เหมือนกัน ไอดีสองอันก่อนที่ถามมามันคุ้นตามากเลยใช่ไหมล่ะ” เจียงอิ่งหันไปมองชีจู๋ “แถมยังมีคนที่สาม เพื่อนที่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อคนนั้นอีก จะแกล้งทำเป็นไม่รู้แบบหน้าตาเฉยอย่างนี้จริงๆ เหรอ”
ชีจู๋ “หืม?”
ซับกระสุนในไลฟ์หยุดชะงักลงครู่หนึ่ง…
[หมายความว่ายังไง พี่ของพวกเราถามเหรอ]
[พี่ชาย คำว่า ‘หืม?’ นี่มันแอบแปลกอยู่นะ]
[ทำไมฉันรู้สึกว่าเมื่อกี้ชีจู๋เหมือนจะแอบยิ้มออกมาแวบหนึ่ง เดี๋ยวต้องกลับไปดูไลฟ์ย้อนหลัง]
[โอ้ ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ ช่วงนี้ทั้งสองด้อมทะเลาะกันอยู่นี่]
[ห้ามมาเหน็บพี่ชีจู๋ของพวกเรานะ เขาเป็นนักแสดงมีฝีมือ ไม่ว่างมาเล่นอะไรพวกนี้กับคุณ โอเคไหม]
[พูดซะเหมือนอิ่งของพวกเราอยากจะทะเลาะกับด้อมพวกเธออย่างนั้นแหละ ถุย]
สงครามของทั้งสองด้อมได้ย้ายจากเวยป๋อมายังแพลตฟอร์มไลฟ์โดยไม่มีหยุดพัก
เซวียนฮุ่ยถงที่รอบรู้มากประสบการณ์ ตั้งแต่ไหนแต่ไรจึงยึดหลักที่ว่าถึงจะดูออกแต่ก็จะไม่พูดออกมา ซึ่งต่างจากซับกระสุน เพราะพวกชาวเน็ตนั้นเมื่อดูออกก็จะพูดออกมาทันที
ตัวอย่างเช่นตอนนี้มีผู้ไกล่เกลี่ยแสดงตัวออกมาแล้ว…
[นั่นอะไร พวกเราอย่าเพิ่งเถียงกันได้ไหม พวกเธอไม่รู้สึกว่าวิธีการคบหาของพวกเขาน่าสนใจมากเหรอ]
[เมื่อกี้ฉันเองก็อยากพูด แต่ถูกพวกเธอดันกันเร็วเกิน ตะกี้ชีจู๋เรียกว่าเสี่ยวอิ่งใช่ไหมนะ]
[ใช่ ฮ่าๆๆ แค่แป๊บเดียวก็ถูกคำอวยเว่อร์วังกับการทะเลาะกันของทั้งสองด้อมดันเลื่อนผ่านหายไป แฟนคลับนี่ทั้งหูหนวกตาบอดจริงๆ]
[? แปลกมากเหรอ นอกจากที่พี่ชายกับพ่อเรียกเขาว่าเจียงรีดไถในบางครั้งแล้ว บริษัทของพวกเขาก็เรียกเขาว่าเจียงเสี่ยวอิ่งกันหมดไม่ใช่เหรอ หรือจะให้เรียกว่าต้าอิ่ง*?]
[พรืด เจียงรีดไถ…]
[พ่อเขาเคยพูดตอนสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ พูดแบบนี้เป๊ะๆ เลยว่าเจียงรีดไถน้อยของบ้านเรา]
[ไม่ใช่สิ ตอนเจียงอิ่งเพิ่งตื่นนอนก่อนหน้านี้เรียกชีจู๋ว่าอะไรนะ ได้ยินไม่ค่อยชัด แต่ยังไงก็ไม่ใช่ชีจู๋ ชีจู๋ไม่ได้ออกเสียงอย่างนี้]
[เรียกว่าหัวหน้าห้อง!! เมื่อกี้ฉันก็ว่ามันแปลกๆ! ทำไมพวกเธอไม่เห็นมีใครพูดเลย!]
[งั้นคำถามมาแล้ว ทำไมถึงเรียกว่าหัวหน้าห้องล่ะ]
ถึงเซวียนฮุ่ยถงจะไม่ได้มีความนิยมมาจากการเป็นพิธีกร แต่การควบคุมสถานการณ์นั้นจัดว่าดีมาก พอเห็นว่าหัวข้อในไลฟ์ถูกพาออกนอกประเด็นก็รีบดึงกลับมาที่ไลฟ์
ในไลฟ์ไม่ได้มีแค่แฟนคลับของเจียงอิ่งกับชีจู๋ พอเซวียนฮุ่ยถงพูด ซับกระสุนก็เริ่มอวยว่าเทพธิดาฮุ่ยฮุ่ย
“นายคิดได้หรือยัง” เซวียนฮุ่ยถงถาม “ว่านายกับ ‘เถ้าแก่ปู’ ใครเก่งกว่ากัน”
“ผมเก่งกว่า” เจียงอิ่งหลุดพูดออกมา
ต้องเก่งอยู่แล้ว ขอถามเลยว่ายังมีใครที่ด่าตัวเองได้อย่างเขาอีก แถมยังด่าได้ตรงจุดด้วย
“นายเก่งจริงๆ นั่นแหละ” ชีจู๋พยักหน้าแสดงความเห็นด้วย
เจียงอิ่งเหลือบตามองชีจู๋ ไม่ได้รู้สึกดีอะไรจากประโยคที่แสดงท่าทีเห็นด้วยของอีกฝ่าย เขาขยับเข้าไปหน้ากล้อง “ทุกคนเลิกคิดได้แล้ว ในฝันน่ะไม่ว่าอะไรก็มีทั้งนั้น”
[หน้าด้านไร้ยางอาย ฮ่าๆๆ]
[เมื่อกี้เขายังพูดว่าตัวเองไม่ชอบการทะเลาะกันอยู่เลย]
[เจียงอิ่งบอกว่า “ฉันตบหน้าตัวเองซะแล้ว”]
เวลาของการไลฟ์ใกล้หมดลงแล้ว เซวียนฮุ่ยถงจึงสรุปจบอย่างได้จังหวะเหมาะว่า “ไลฟ์วันนี้ต้องขอจบลงเพียงเท่านี้ ‘หิมะมงคล’ ก็ใกล้จะถ่ายทำแล้วด้วย หวังว่าทุกคนจะตั้งตารอการแสดงอันยอดเยี่ยมของพวกเราในละครนะคะ”
เซวียนฮุ่ยถงปิดไลฟ์ จากนั้นก็ทักทายคนอีกไม่กี่คน ก่อนจะเตรียมตัวไปทำงานต่อไป
“ละครใกล้จะถ่ายทำแล้ว พี่ฮุ่ยฮุ่ยยุ่งน่าดู” เจียงอิ่งยังคงง่วงอยู่
“ถึงยุ่งยังไงก็คงไม่เท่านายหรอก ทำไมนายถึงได้ง่วงจนกลายเป็นแบบนี้ เมื่อคืนไปทำอะไรมา” ภาพลักษณ์ที่บริษัทวางให้เซวียนฮุ่ยถงคือเทพธิดาผู้งดงามและอบอุ่น เซวียนฮุ่ยถงที่อยู่หน้ากล้องจะน่ารักอ่อนหวาน แต่เมื่อปิดไลฟ์แล้วเซวียนฮุ่ยถงก็จะเย็นชาในทันที เธอพูดอย่างไม่ค่อยชอบใจว่า “นายนี่นอนที่ไหนก็ได้จริงๆ เมื่อกี้ถ้าฉันไม่บังกล้องไว้ให้ นายคงโดนด่าแรงกว่านี้แน่”
ถึงแม้จะเป็นอย่างนี้ แต่ต้องมีคนแคปรูปไว้แน่นอน คนที่ไม่ชอบเจียงอิ่งมีอยู่เยอะแยะ ต้องเอารูปแคปกับคลิปที่อัดไว้ไปสร้างเรื่องโจมตีเจียงอิ่งสารพัดรูปแบบแน่ๆ
“พี่ฮุ่ยฮุ่ยคนสวยจิตใจดี ขอบคุณพี่ฮุ่ยฮุ่ยครับ” เจียงอิ่งเป็นดาวดราม่ามาหลายปีเลยไม่สนใจมันตั้งนานแล้ว เขาหัวเราะฮิๆ พร้อมกับโบกมือให้เซวียนฮุ่ยถง
เซวียนฮุ่ยถงจนปัญญากับเขา เธอมองไปยังชีจู๋ซึ่งนั่งอยู่บนที่วางแขนของโซฟาแล้วหันมามองเจียงอิ่ง
วันนี้ทั้งสองคนใส่เสื้อผ้าสีเข้มเหมือนกัน พอไม้แขวนเสื้อเดินได้สองคนนี้ไปยืนอยู่ด้วยกันตรงนั้น มองแล้วเปล่งประกายเจิดจ้าจนเซวียนฮุ่ยถงรู้สึกแสบตาเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด
ดูออกแต่ไม่พูดออกมา
“นายก็ระวังหน่อยเถอะ” เซวียนฮุ่ยถงพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกไปกับผู้จัดการของตัวเอง
“อย่ากังวลเลย” เจียงอิ่งอารมณ์ดีใช้ได้ พูดไปทางที่เซวียนฮุ่ยถงเดินจากไป “ใครด่าผม ผมก็ด่ากลับ ไม่มีใครรังแกผมได้หรอก”
กิจกรรมไลฟ์ที่จัดเตรียมไว้ในวันนี้ถึงเวลาจบลงแล้ว ผู้ช่วยเฉินคุยกับคนของแพลตฟอร์มเสร็จก็กลับมาหาเจียงอิ่งเพื่อส่งเขากลับบ้าน
“นายพาฉันไปด้วย” ชีจู๋ขวางเจียงอิ่งไว้ “ผู้ช่วยทั้งสองคนของฉันมีธุระกลับไปก่อนแล้ว”
“เมื่อกี้ใครมันพูดว่าฉันหน้าหนานะ ตอนนี้จะมาขอติดรถฉันเหรอ” เจียงอิ่งเอ่ย “รถครอบครัวคันเล็กโทรมๆ เทียบกับรถซูเปอร์คาร์สีแดงคันนั้นไม่ได้หรอก แล้วก็ไม่รู้ว่าอาจารย์ชีจะพอนั่งได้ไหม”
“ถ้างั้นพวกเราไปส่ง…” คนดูแลรับผิดชอบของแพลตฟอร์มไลฟ์สดได้ยินมาว่าทั้งสองไม่ถูกกัน พอเห็นแบบนั้นก็รีบเข้ามาไกล่เกลี่ย
“ไม่ต้องหรอก” ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกันก่อนจะหันหน้าหนี
“เห็นแก่ที่เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะเรียนกันมา จะให้นายไปด้วยสักครั้งแล้วกัน” เจียงอิ่งพูด
วันนี้ผู้ช่วยเฉินทำหน้าที่เป็นคนขับรถ แล้วพาคนสองคนที่จัดการยากที่สุดในวงการไปด้วย ดีที่เมื่อคืนทั้งสองคนไม่รู้ไปทำอะไรมา ดูท่าตอนนี้คงไม่มีเรี่ยวแรงอย่างเวลาปกติขนาดนั้นแล้ว
ชีจู๋นั่งอยู่เบาะหลัง เขาเอนพิงขอบหน้าต่างรถเพื่อหลับตาพักสมอง
“ที่แท้นายก็ง่วงเหมือนกันสินะ” เจียงอิ่งขยี้ตา “ฉันยังนึกว่าพี่ชีจะมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ สามารถทำงานได้ทั้งวันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงซะอีก”
“ถึงงั้นก็คงสู้คนบางคนที่อยู่ๆ เมื่อคืนก็เริ่มรักงานขึ้นมาตอนกลางดึกไม่ได้หรอก” ชีจู๋กล่าว
ตั้งแต่ช่วงมัธยมต้นทั้งสองคนก็หมกมุ่นอยู่กับการเย้าแหย่อีกฝ่าย ยากที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้ ในเวลานี้ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก ชีจู๋หลับตาพักสมองต่อไป ส่วนเจียงอิ่งที่นอนหลับในบริษัทคนอื่นไปแล้วตื่นหนึ่ง ตอนนี้กลับไม่ได้ง่วงขนาดนั้นแล้ว
เขามองชีจู๋ที่หลับตาใส่หูฟังก่อนจะขยับไปยังหน้าต่างรถอีกด้านหนึ่ง
ตอนไลฟ์เมื่อครู่พอได้ยินชื่อ ‘เถ้าแก่ปู’ เจียงอิ่งก็คิดถึงมันมาก เวลานี้อยากเปิดแอพฯ เพื่อดูแอ็กที่ตัวเองปั้นมันขึ้นมาอย่างยากลำบากเอามากๆ
ถึงอย่างไรชีจู๋ก็หลับแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเขากำลังทำอะไร แค่เข้าไปดูแอ็กแป๊บเดียวเอง เขาคงไม่จำเป็นต้องใส่หูฟังหรือปรับระดับเสียงโทรศัพท์ด้วย
เพียงชั่วข้ามคืนโลโก้ของ ‘เถียง’ ในโทรศัพท์ก็เปลี่ยนเป็นรูปแบบใหม่ จากเดิมที่เป็นสไตล์น้ำหมึกสีขาวดำ ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นแบบที่มีสีฉูดฉาดเกินไปหน่อยแล้ว
ช่วงนี้ยอดดาวน์โหลดของแอพฯ ‘เถียง’ เพิ่มขึ้นอย่างมาก คงจะทำเงินไปได้ไม่น้อย ช่วงนี้เลยอัพเดตถี่ๆ เมื่อคืนโทรศัพท์ของเจียงอิ่งเชื่อมต่อกับวายฟายของที่บ้านไว้ ตอนนอนหลับเลยอัพเดตเวอร์ชันใหม่ล่าสุดให้เองอัตโนมัติ
พอเปิดเข้าแอพฯ มาก็ยังคงแสดงคำว่า ‘เถียง’ ที่ตวัดพลิ้วไหวเหมือนเมื่อก่อน ทว่าก่อนจะแสดงหน้าหลักก็มีลูกบอลหลากสีลูกหนึ่งเด้งขึ้นมาที่หน้าจอ
อะไรน่ะ
เจียงอิ่งจิ้มตรงลูกบอลหลากสีบนหน้าจอด้วยความประหลาดใจ แล้วมันก็ระเบิดออก จากนั้นในเสียงดนตรีเฉลิมฉลองท่อนหนึ่งของแอพฯ ก็มีเสียงพูดต้อนรับของระบบโพล่งออกมาดังลั่นว่า…
“สวัสดีพี่ใหญ่! ยินดีต้อนรับการกลับมา!”
“ตอนนี้อัตราการชนะของคุณอยู่ที่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ‘เถียง’ แซงผู้ใช้งานจากทั่วประเทศไปแล้วเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ พยายามต่อไปอย่าหยุดน้า~~”
* ต้าอิ่ง คำว่า ‘ต้า’ แปลว่าใหญ่ ซึ่งตรงข้ามกับคำว่า ‘เสี่ยว’ ที่แปลว่าเล็ก
โปรดติดตามตอนต่อไป…
Comments
comments
No tags for this post.