ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 1-บทที่ 2 – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 1-บทที่ 2

บทที่สอง

 คนที่เรียกตัวเกาลั่วเสินเข้าวังก็คือไทเฮาในฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เกายงหรง ญาติผู้พี่หญิงสกุลเดียวกันของเกาลั่วเสิน

หลังจากฟังเกายงหรงพูดจบ เกาลั่วเสินก็ตะลึงงัน ในใจเต็มไปด้วยความงงงวย

เกายงหรงบอก นางหวังว่าเกาลั่วเสินจะรับปากแต่งงานกับหลี่มู่…

หลี่มู่ นามรองจิ้งเฉิน บรรพบุรุษเคยเป็นผู้ว่าการเขตหงหนง เนื่องจากสร้างสมคุณงามความดีเอาไว้มากจึงได้รับบรรดาศักดิ์เป็นจวิ้นกง

เมื่อแผ่นดินถูกข้าศึกยึดครอง ราชวงศ์ต้าอวี๋อพยพข้ามแม่น้ำลงมาทางใต้ บรรพบุรุษสกุลหลี่ไม่สมัครใจจะติดตามลงใต้ จึงพาครอบครัวย้ายกลับไปภูมิลำเนาเดิมที่อำเภอซวีอี๋ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำไหว

นับแต่ราชวงศ์ทิ้งแผ่นดินจงหยวน และข้ามแม่น้ำฉางเจียงลงมาทางใต้ ดินแดนทางตอนเหนือของแม่น้ำฉางเจียงซึ่งอยู่ตอนใต้ของแม่น้ำไหวก็กลายเป็นสมรภูมิที่ต่อสู้โจมตีกันไปมาของทั้งสองฝ่าย บ้านเมืองวุ่นวายโจรผู้ร้ายชุกชุม ขอเพียงเป็นชาวบ้านชายแดนที่ยังพอมีทางไป ก็พากันหนีไปหมด

หลังจากปู่ของหลี่มู่กลับมาบ้านเกิด ได้สร้างป้อมปราการขึ้นและรับผู้ลี้ภัยที่ไม่มีที่ไปไว้ จัดตั้งกองกำลังทหาร ต่อต้านการโจมตีก่อกวนจากทัพชาวหู และโจรผู้ร้าย ช่วงที่อำนาจกล้าแกร่งที่สุดถึงกับเคยมีกองกำลังทหารเกือบหมื่นนาย

บรรพบุรุษของหลี่มู่ทางหนึ่งก็อาศัยกำลังของตนปกป้องรักษาความสงบเรียบร้อยในแถบนั้น ทางหนึ่งก็เฝ้ารอให้ราชสำนักนำกองทัพขึ้นเหนือ กอบกู้แผ่นดินจงหยวน

แต่ทว่าหลังจากเฝ้าป้องกันด้วยความยากลำบากอยู่หลายสิบปีก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกองทัพหลวง พร้อมๆ กับชาวเจี๋ยที่อยู่ทางเหนือก่อตั้งการปกครองขึ้น ในที่สุดป้อมปราการของสกุลหลี่ก็เป็นเช่นน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เดินสู่ความตกต่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ยี่สิบปีก่อนป้อมปราการของสกุลหลี่ถูกตีแตก บิดาของหลี่มู่เสียชีวิตท่ามกลางความโกลาหล มารดาของหลี่มู่พาเขาที่อายุเพียงสิบขวบในตอนนั้นตามผู้ลี้ภัยหนีตายข้ามแม่น้ำมาถึงเจียงจั่ว ตั้งบ้านเรือนที่เมืองจิงโข่ว เริ่มผ่านวันเวลาไปอย่างยากลำบาก

อายุสิบสามหลี่มู่ก็สมัครเข้าเป็นทหาร เริ่มจากเป็นอู่จ่าง ที่ต่ำที่สุด ค่อยๆ เลื่อนขั้นขึ้นมา ในที่สุดก็ได้เป็นบุคคลที่เป็นแกนนำหลักของกองกำลังทหารอิ้งเทียน

ช่วงสิบกว่าปีนี้เขาได้ยกทัพออกจากเจียงหนานไปสามครั้ง โจมตีซีสู่ หนานจิง และเมืองอื่นที่อยู่ในปกครองของคนทางเหนือ ทยอยยึดคืนดินแดนกว่าครึ่งในแถบเหอหนานรวมถึงเหยี่ยนโจว ขับไล่ชาวหูไปถึงเหอเป่ย

คุณูปการยิ่งใหญ่ในการปราบข้าศึกทางเหนือ เรียกได้ว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งใต้หล้า

เมื่อเอ่ยชื่อเขาออกมา ชาวหูได้ยินแล้วเป็นต้องถอยหนี ชาวฮั่นไม่มีใครไม่เงยหน้ามองด้วยความชื่นชม

สองปีก่อนหลี่มู่ซึ่งในเวลานั้นดำรงตำแหน่งข้าหลวงเมืองเหยี่ยนโจว และแม่ทัพใหญ่เจิ้นจวิน กำลังตระเตรียมจะยกทัพไปปราบทางเหนืออีกครั้ง นับเป็นครั้งที่สี่ในชีวิตของเขา และเป็นการโจมตีครั้งที่ใหญ่ที่สุดในแผนการที่วางไว้ ทว่าตระกูลที่มีอำนาจราชศักดิ์และปกครองเมืองจิงโจวมาหลายชั่วคนได้ฉวยโอกาสก่อกบฏขึ้น

ไม่นานกองกำลังฝ่ายกบฏก็รุกโจมตีเข้ามาในเมืองเจี้ยนคัง เพื่อหลีกเลี่ยงคมอาวุธ พี่เขยของเกาลั่วเสิน หรือไท่คังฮ่องเต้ในตอนนั้นได้ถูกบีบบังคับให้หนีออกจากไถเฉิง* ด้วยความตื่นตระหนกเคียดแค้นรวมกับความวิตกกังวลและหวาดกลัว ไม่นานพระองค์ก็ประชวรและสวรรคตไป หลี่มู่ทราบข่าวก็พักแผนการยกทัพไปปราบทางเหนือไว้ชั่วคราว เขารีบยกทัพกลับมา หลังจากปราบกบฏสกุลสวี่จนสงบราบคาบลงแล้วก็รับฮองเฮาเกายงหรงกับองค์รัชทายาทเซียวสวินซึ่งมีพระชันษาไม่ถึงสิบชันษาที่ลี้ภัยอยู่ข้างนอกกลับมา

ปีนั้นเซียวสวินได้สืบทอดราชบัลลังก์เป็นฮ่องเต้ เกายงหรงเลื่อนขึ้นเป็นไทเฮา ในที่สุดต้าอวี๋ก็กลับคืนสู่ความสงบสุข

แต่เนื่องจากภัยพิบัติในครั้งนี้ นับแต่นั้นอำนาจภายในของราชสำนักได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

เหล่าวงศ์ตระกูลขุนนางที่กุมอำนาจราชสำนักอยู่ในมือ มีลูกหลานลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทั่วทุกหนแห่ง มีอำนาจราชศักดิ์และอิทธิพลมากพอที่จะคัดค้านกับราชวงศ์ได้ในอดีตเหล่านั้น หลังจากผ่านการปราบกบฏในครั้งนี้ ล้วนแต่ถูกหลี่มู่กวาดล้างอย่างไม่ไว้หน้า

สกุลสวี่ สกุลลู่ สกุลจู ตระกูลที่มีอำนาจราชศักดิ์เคยเป็นผู้นำในราชวงศ์ใต้ ผู้คนในสมัยนั้นต้องแหงนหน้ามองด้วยความเลื่อมใส ยามนี้พลังชีวิตบอบช้ำอย่างหนัก นับวันมีแต่ยิ่งตกต่ำ

หลี่มู่ยึดและเข้าแทนที่ ดำรงตำแหน่งต้าซือหม่า บัญชาการทหารทั้งนอกและใน รั้งตำแหน่งสมุหนายก คุมอำนาจทั้งราชสำนักและฝ่ายทหารทั้งหมด อำนาจและอิทธิพลบรรลุถึงจุดสูงสุดที่ขุนนางผู้หนึ่งจะไปถึงได้

‘อาเจี่ย เรื่องนี้กะทันหันเกินไปแล้ว เหตุใดท่านจึงมีความคิดเช่นนี้ ท่านก็รู้ หลังจากลู่หลาง* จากไป ข้าก็ไม่มีความคิดจะแต่งงานใหม่อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้ากับต้าซือหม่าก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ถ้าเขามีเจตนาจะช่วงชิงบัลลังก์จริง ถึงข้าแต่งให้เขา เขาก็คงไม่ล้มเลิกความคิดเพราะข้าสตรีผู้หนึ่งหรอก’

ในที่สุดเกาลั่วเสินก็ได้สติกลับคืนมา และกล่าวขึ้น

นางไม่ใช่เด็กสาวที่ไม่เข้าใจเรื่องราวทางโลก ไม่ใช่คนที่ถูกบิดามารดาทะนุถนอมอยู่ในใจกลางฝ่ามือเช่นเมื่อหลายปีก่อนผู้นั้นอีกแล้ว

สตรีในตระกูลสูงศักดิ์เช่นนาง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตัดสินใจเรื่องการแต่งงานด้วยตนเอง แต่ไรมาล้วนขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของวงศ์ตระกูลเป็นสำคัญ

ที่เป็นเช่นนางในครานั้นซึ่งได้แต่งกับบุรุษที่ตนปรารถนา ทั้งสองคนต่างถูกตาต้องใจกัน ทั้งยังมีฐานะทัดเทียมกัน นับว่ามีให้พบเห็นน้อยมาก…นางคิดว่าคงเป็นเพราะเหตุนี้จึงได้ทำให้สวรรค์ริษยา เพิ่งแต่งงานได้เพียงปีเดียวสกุลลู่ก็ต้องสูญเสียบุตรหลานที่มีความสามารถโดดเด่นเป็นที่ภาคภูมิใจของตระกูลไปคนหนึ่ง นางเองก็สูญเสียสามี ต้องเป็นม่ายมาจนทุกวันนี้

หลายปีที่ผ่านมานี้คนที่มาขอแต่งงานกับนางมีมาไม่ขาดสาย แต่คนในสกุลเกาไม่เคยบีบบังคับนาง

วันนี้ในเมื่อเกายงหรงเอ่ยปากเช่นนี้แล้ว เกาลั่วเสินมีหรือจะไม่รู้สิ่งที่นางคิด นางจึงพูดตรงๆ โดยไม่อ้อมค้อม

‘อาหมี คนอื่นทำไม่ได้ แต่เจ้าน่าจะลองดูได้’

เกายงหรงจับตามองน้องสาวของตน กล่าวเน้นทีละคำ

ดวงตาของเกาลั่วเสินมีประกายงุนงง

‘อาหมี เจ้ายังจำเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนตอนสกุลสวี่ก่อกบฏ เจ้าติดตามข้ากับอดีตฮ่องเต้ลงใต้ แล้วหลี่มู่มาช่วยฝ่าบาทให้รอดพ้นจากอันตรายได้หรือไม่’

เกาลั่วเสินถูกนางเตือนสติ เมื่อใคร่ครวญอย่างละเอียดขึ้นมาก็ยังมีความทรงจำอยู่บ้างจริงๆ

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

    By

    บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทางอาจารย์ฝานแล้ว ฝานเ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

    By

    บทที่ 124 เผยเซียวหยวนมือเปล่าไม่มีอาวุธ คิดจะไล่ตามไปต่อสู้ระยะประชิด กล่าวสำหรับเขาแล้วกลับจะได้เปรียบ เพิ่งจะขยับเท้า กลิ่นสาบฉุนก็พุ่งเข...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทา...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให...

community.jamsai.com