ทดลองอ่าน บทเพลงปณิธาน ตำนานวิหคโผบิน บทนำ-บทที่ 2 – หน้า 12 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน บทเพลงปณิธาน ตำนานวิหคโผบิน บทนำ-บทที่ 2

12 of 12หน้าถัดไป

ชิงหลวนเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เมื่อค่อยๆ ค้นพบว่าผู้คนที่สัญจรบนถนนฉางอันมีจำนวนน้อยลงทุกทีถึงได้ตระหนักด้วยความตกใจว่าดึกมากแล้ว

ไม่ไกลกันนี้ก็คือสะพานศิลาโค้งสะพานนั้น ผิวน้ำมีแสงโคมกระจัดกระจาย ริมสะพานกลับไร้คนสัญจรแล้ว

ชิงหลวนนั่งอยู่ริมแม่น้ำนานเพียงไรก็สุดรู้ นางรู้สึกว่าที่ข้างกายคล้ายมีคน เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าเป็นชายหนุ่มคนเมื่อครู่ที่ถูกเรียกขานว่า ‘พี่เฟิ่ง’

“ไยท่าน…จึงกลับมาอีกเล่า” วาจานี้หลุดพ้นปาก เสียงกลับมิได้นุ่มเบารื่นหูเท่าก่อนหน้านี้ แต่ฟังดูแหบแห้งอย่างรุนแรง

เขานั่งลงข้างนาง แต่จงใจรักษาระยะห่างไว้ วางโคมดอกบัวไว้บนฝ่ามือ ก่อนกล่าวว่า “กลับถึงวังแล้วพลันนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ลอยโคมนี้ จึงได้วกกลับมา ไม่คาดว่าเจ้าก็จะอยู่ที่นี่ด้วย”

ชิงหลวนพยักหน้า “เช่นนั้นก็ลอยเถิด”

เขาหันหน้ามามองนาง “เหตุใดจึงร่ำไห้เสียปิ่มจะขาดใจเยี่ยงนี้”

ชิงหลวนตอบเสียงเบา “เพราะว่า…คิดถึงมารดา”

นางมิใช่คนอ่อนแอ เพียงแต่วันนี้เห็นบรรยากาศยามดึกไร้ผู้คนและแสงโคมเลือนรางนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะบอกเล่าความขมขื่นในใจออกมา

“สามารถคิดถึงได้อันที่จริงเป็นเรื่องดี” ไม่คาดว่าคนผู้นั้นจะเงยหน้ามองขอบฟ้าอันไร้จุดสิ้นสุดพลางกล่าวว่า “บนโลกนี้มีเรื่องมากมายที่ไม่รู้โดยสิ้นเชิงว่าควรเริ่มคิดถึงจากตรงจุดใด”

ชิงหลวนตระหนกเล็กน้อย อยากจะกล่าวบางอย่างเป็นการปลอบใจเขา แต่ครั้นคำพูดมาถึงริมฝีปากแล้วกลับรู้สึกว่าเป็นการเสียแรงเปล่า

“เจ้ามีนามว่า…ชิงหลวน?”

“ถูกต้อง วันนี้ก็นับว่าได้รู้จักกันแล้ว มิทราบว่าคุณชายมีนามว่าอะไร”

“เฟิ่งหวง”

ชิงหลวนอึ้ง แล้วจึงเอ่ยทวน “เฟิ่งหวง?”

นางเรียกตนเองว่าชิงหลวน เขาถึงกับมีนามว่าเฟิ่งหวง หากมิใช่ก่อนหน้านี้ได้ยินฝูเป่ากับโต้วหวั่นเอ๋อร์เรียกเขาว่า ‘พี่เฟิ่ง’ ชิงหลวนจะต้องคิดว่าคนหนุ่มผู้นี้กำลังล้อเลียนนางเล่นอยู่เป็นแน่

“มิใช่ ‘หวง’ จากคำว่า ‘หงส์ฟ้า’ แต่เป็น ‘หวง’ จาก ‘หวังปัญญาชนผู้เป็นเลิศ’” เขาไม่คิดจะอ้อมค้อมกับเรื่องนี้ เปลี่ยนมาพูดว่า “ในเมื่อล้วนเป็นผู้เสียใจ อารมณ์ไม่สู้ดี ก็ลองเล่าเรื่องที่ตนเองเสียใจดูสักหน่อยเถิด ถึงอย่างไรหลังจากวันนี้เจ้ากับข้าก็จะเป็นเพียงคนผ่านทางกันแล้ว”

ชิงหลวนพยักหน้าตอบรับ “ได้”

เฟิ่งหวงมองผิวน้ำพลางกล่าวเชื่องช้า “วงศ์ตระกูลของข้าเดิมเป็นคหบดีอันดับหนึ่งในท้องถิ่น ตอนยังเล็กทั้งบ้านปรองดองเป็นสุข นึกว่าวันเวลาเช่นนี้จะดำรงอยู่ได้ยาวนาน กลับไม่คาดว่าจะเจอโจรบุกปล้นกะทันหัน บ้านแตกสาแหรกขาดในชั่วข้ามคืน พวกข้าที่รอดชีวิตถูกโจรชั่วจับตัวไว้ ในคืนที่มีหิมะตกต้องเดินเท้าเปล่าเป็นหนทางยาวไกลยิ่ง…ข้าเห็นกับตาตนเองว่าพี่ชายถูกขัง พี่สาวถูกกระทำย่ำยี คนในตระกูลต้องตกเป็นทาส…”

เฟิ่งหวงตกอยู่ในภวังค์ความคิด สองตามองไปทางด้านหน้านิ่งๆ คล้ายเป็นความนิ่งเงียบหลังจากโศกเศร้าเสียใจมายาวนาน

ชิงหลวนฟังแล้วให้ตกใจ แต่ก็จนใจที่บัดนี้เป็นยุคสมัยที่บ้านเมืองปั่นป่วน เรื่องราวเยี่ยงนี้มีอยู่มากมายเหลือเกิน

เฟิ่งหวงก้มหน้ากล่าวว่า “ไม่กี่ปีก่อนข้าถึงกับคิดอยู่ตลอดว่าเมตตาธรรมที่ใหญ่ล้นที่สุดในโลกอาจจะเป็นการไม่ต้องมาเกิดยังโลกมนุษย์ที่เป็นเช่นนี้”

ชิงหลวนฟังแล้วเศร้าใจ นางกล่าวเสียงค่อย “ข้าเองก็เคยคิดเช่นนี้ มารดาข้าเดิมทีเป็นนักแสดงหุ่นเงา หลังแต่งงานกับบิดาข้า ผ่านมาหลายปีก็ไม่เคยมีความสุข เจ็ดปีก่อนสิ่งที่ข้าปรารถนาที่สุดคือการไม่เคยเกิดมาบนโลกนี้”

เฟิ่งหวงมองมาที่นาง “เช่นนั้นปัจจุบันเล่า”

ชิงหลวนมองแสงโคมเต็มครรลองสายตา ถอนหายใจน้อยๆ ก่อนตอบว่า “ปัจจุบันได้เรียนบางอย่างจากผู้ทรงปัญญาท่านหนึ่ง รู้ว่าหกทิศแปดดินแดนและโลกมนุษย์อันเวิ้งว้างนี้ทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีชะตาลิขิต แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ การที่มารดาสิ้นใจจากไปโดยมิทันได้พบหน้าเลยสักหน ปมนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ในใจข้าก้าวข้ามไปไม่ได้”

“เจ้าดูเถิดว่าในแม่น้ำนี้มีโคมดอกบัวลอยอยู่เต็มไปหมด มนุษย์โลกล้วนเชื่อกันว่าพระพุทธองค์ประทับอยู่บนดอกบัว สามารถนำพาสรรพชีวิตข้ามไปสู่ฟากฝั่ง” เฟิ่งหวงจับมือของชิงหลวนให้วางโคมดอกบัวในมือลงในแม่น้ำอย่างช้าๆ ก่อนกล่าวเสียงเบาว่า “แต่โคมดอกบัวของผู้ใดเล่าจะสามารถนำพาข้าในชาตินี้ข้ามไปถึงฟากฝั่งได้”

คนทั้งสองปล่อยมือพร้อมกัน โคมดอกบัวถูกลมพัดลอยไป ส่องแสงรำไรอยู่บนผิวน้ำ

เวลานี้ถนนฉางอันทั้งเส้นมีแสงโคมริบหรี่ มีเพียงโคมดอกบัวในแม่น้ำที่ยังไม่ดับ ประหนึ่งว่าสามารถส่องสว่างชาตินี้ภพนี้ได้

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 5  มี.. 67 เวลา 12.00 .

12 of 12หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 4

บทที่ 4 “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรสนมชายาทุกพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” เผยไหวกวงเดินเข้ามา พูดทักทาย ทว่าแผ่นหลังนั้นไม่ได้ค้อมลง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

community.jamsai.com