ทดลองอ่าน ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า… คือข้าผู้เดียว บทที่ 7 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า… คือข้าผู้เดียว บทที่ 7

หน้าที่แล้ว1 of 14

บทที่เจ็ด

“ฮึ่ม!”

เหตุใดจู่ๆ ในถิ่นของมันจึงมีกลิ่นพืชที่มันไม่ชอบโผล่มาได้

หมียักษ์ตัวหนึ่งสูดจมูกฟุดฟิด ก่อนจะเดินมุ่งสู่ส่วนลึกของถ้ำตรงจุดที่กลิ่นนั้นแผ่ซ่านออกมา

ซูเพียนจื่อที่ขดตัวอยู่ในโพรงถ้ำรู้สึกได้ว่าหมียักษ์กำลังประชิดมาทีละก้าวแล้ว ทว่านางกลับไม่รู้เลยว่าควรจะตอบสนองอย่างไรดี

หมียักษ์สูดหายใจเข้าแรงๆ อยู่หลายหน เมื่อแน่ใจว่ากลิ่นที่ตนเกลียดลอยออกมาจากโพรงหินขนาดย่อมที่อยู่บนผนังถ้ำ มันก็รีบยื่นกรงเล็บเข้าไปตะปบ หมายจะถอนรากถอนโคนวัชพืชน่ารังเกียจที่มันนึกว่าพลันงอกอยู่ในนั้นทิ้งเสีย

ขวับ!

กรงเล็บที่ใหญ่มหึมากว่าขนาดศีรษะของซูเพียนจื่อหลายเท่ากวาดเข้ามาพร้อมเสียงลมที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสิ้นหวัง สาวน้อยแนบสันหลังชิดติดผนังหิน จ้องเขม็งไปยังเงาดำขนาดยักษ์ที่หอบเสียงลมมาถึงตรงหน้าอย่างไม่อาจจะหลบเลี่ยงได้ ข้างหูนางราวได้ยินเสียงหัวเราะสะใจของพญายม

กรงเล็บอันคมกริบตวัดอย่างเหี้ยมเกรียมผ่านจุดที่อยู่ห่างจากดวงหน้าของนางไปเพียงไม่กี่ชุ่น ขาดอีกแค่นิดเดียวก็จะถากถูกนางแล้ว…

ขวับ ขวับ ขวับ!

ร่างกายขนาดมโหฬารของหมียักษ์ที่อยู่ด้านนอกไม่อาจเข้ามาในถ้ำซ้อนถ้ำซึ่งมีขนาดเล็กกะทัดรัดแห่งนี้ได้ กระนั้นมันก็ยังตวัดกรงเล็บอันใหญ่โตเข้ามาทดลองดูหลายครั้งอย่างไม่ถอดใจ ซูเพียนจื่อกลั้นหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย เนื้อตัวแทบจะแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ขณะมองดูอุ้งตีนหมียักษ์เฉี่ยวผ่านหน้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า โดยที่จนแล้วจนรอดเพียงแค่เฉียดไปเท่านั้น ในใจนางจึงถูกสารพัดอารมณ์เข้ายึดครองในเวลาเดียวกัน ทั้งพรั่นพรึง ตึงเครียด ตื่นตระหนก และยินดีปรีดา

หมียักษ์ที่อยู่ด้านนอกพบว่าตนเอื้อมไม่ถึง ‘พืชน่ารังเกียจ’ ที่อยู่ในโพรงถ้ำนั้นเสียที มันจึงคำรามต่ำด้วยความหงุดหงิดอยู่หลายหนก่อนจะหยุดตะปบคว้าในที่สุด จากนั้นมันก็เดินหัวเสียล่าถอยออกไปนอนต่อที่นอกถ้ำพร้อมกับหมียักษ์อีกตัว

ซูเพียนจื่อป้องปากไว้พลางระบายลมขุ่นในอกใส่ผนังถ้ำอย่างระมัดระวัง ขณะเดียวกันนางก็แทบจะสะกดกลั้นไม่ไหวต้องหลั่งน้ำตาออกมาเดี๋ยวนั้น

รอดตายอย่างฉิวเฉียด! ขาดอีกนิดเดียวนางก็ต้องจบสิ้นไม่เหลือชิ้นดีแล้ว!

เสียงกรนของหมียักษ์สองตัวดังมาจากนอกถ้ำอีกครั้ง ซูเพียนจื่อรู้สึกเพียงว่าเวลาทุกชั่วขณะคล้ายยาวนานเป็นสิบเป็นร้อยปี

ในที่สุดม่านรัตติกาลก็คลี่คลุมลงมาจนได้ หมียักษ์สองตัวตื่นนอนแล้ว พวกมันแผดคำรามก่อนจะจากถ้ำไปหาอาหารที่ด้านในของป่าร้อยสัตว์ จวบจนได้ยินเสียงของพวกมันเคลื่อนไปไกลแล้ว ซูเพียนจื่อจึงสามารถวางใจได้ชั่วคราวและพรูลมหายใจที่อัดอั้นไว้กว่าครึ่งวันได้เสียที

แสงจันทร์สุกสกาวสาดฉายเข้ามาจากปากถ้ำ สาวน้อยตัดสินใจแล้วว่าจะต้องออกจากโพรงถ้ำเล็กๆ นี้ไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อย ไม่เช่นนั้นนางคงต้องบ้าตายแน่

หมีสีน้ำตาลขนทองจากไปหนนี้ ตามความเคยชินของพวกมันแล้วหากไม่ถึงยามใกล้รุ่งก็จะไม่กลับมา

หน้าที่แล้ว1 of 14

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

everY

ทดลองอ่าน Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 บทที่ 1.1-1.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 ผู้เขียน : matgam แปลโดย : ทรรศิกา จางวิบ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 119-121

บทที่ 119 ไม่เห็นก็ยังดี แต่เมื่อมาถึงฮั่นหยางแล้วเห็นสภาพที่เจียงซิ่วรุ่นนั่งขัดสมาธิบนเนินเขากินขนมเปี๊ยะไส้เนื้อกับผั...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 117-118

บทที่ 117 เฟิ่งหลีอู๋ได้ยินคำพูดขององครักษ์แล้วก็ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เพียงกระตุ้นม้าตามไปอย่างบ้าคลั่ง รอจนเร่งรุดไป...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 115-116

บทที่ 115 เฟิ่งหลีอู๋เดิมคิดอยู่ว่าเจียงซิ่วรุ่นจะต้องกังวล หรืออาจจะร้องขอความเมตตาจากเขาอย่างโจรใจหวาดเป็นแน่ ใครจะคิด...

community.jamsai.com