ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64 – หน้า 11 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

11 of 11หน้าถัดไป

หลายวันมานี้นอกจากฟางซานจิ้นที่ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ทุกคนเริ่มจากเหยาซวี่ต่างเฝ้าปรารถนาว่าตนจะได้รับเลือก แม้แต่การออกไปดูทัศนียภาพข้างนอกที่เดิมกำลังดำเนินการอยู่ก็ถูกระงับไปก่อน ขันทีเฉาที่ดูแลจัดการก็เจ้าเล่ห์ยิ่ง ทางหนึ่งรับสินบนจากเหยาซวี่และหยางจี้หมิง แต่หันมาอีกทีกลับประกาศว่าให้ซ่งป๋อคังพาลูกศิษย์ตามเสด็จ โดยบอกว่าการคัดเลือกทัศนียภาพทางด้านนี้ก็มีความสำคัญเช่นกัน ต้องให้คนที่มีความสามารถและประสบการณ์ทำต่อไป ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ความคืบหน้าในการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังในวังเสินซูต้องล่าช้า

ซ่งป๋อคังรู้ว่าขันทีเฉาเป็นพวกเห็นลมก็เปลี่ยนทิศทาง จะต้องเป็นเพราะต้องการเอาใจเยี่ยซวี่อวี่ถึงได้จัดการเช่นนี้ เห็นชัดว่าลูกศิษย์ผู้นี้เป็นดาวนำโชคของตน หลังจากมาแล้วตนก็เรียกได้ว่าทุกเรื่องราบรื่นได้ดังใจ ย่อมต้องดูแลเขามากขึ้น แต่ซ่งป๋อคังไม่ใช่คนที่ดีใจจนเหลิง ครั้งนี้สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ตามเสด็จไปด้วย ถึงจะเป็นเรื่องที่มีเกียรติอย่างมาก แต่การวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังจึงจะเป็นเรื่องใหญ่ที่แท้จริง จุดนี้เขาไม่เคยลืม เพราะกลัวจะถูกอีกฝ่ายนำหน้า เขาจึงต้องใช้เวลาไม่กี่วันที่เหลืออยู่นี้ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ นอกเมืองฉางอันให้ทั่ว

เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าแตกต่างกัน จึงต้องแยกกันไปคนละสาย แล้วก็ยุ่งวุ่นวายเช่นนี้ ต้องเดินทางทุกๆ สองสามวัน กลับมาก็มาจัดภาพวาดให้เป็นระเบียบ พริบตาเดียวเวลาก็ย่างเข้าเดือนเจ็ด อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลอวี๋หลันเผินแล้ว ถัดจากนั้นการเสด็จแปรพระราชฐานไปพักร้อนที่ภูเขาชังซานของฮ่องเต้ก็จะมาถึงเช่นกัน

ทางนั้นส่งข่าวกลับมา พระราชนิเวศน์เก็บกวาดทำความสะอาดเรียบร้อยดูใหม่เอี่ยม เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเมืองหลวงก็เตรียมการเรียบร้อยแล้ว ส่วนเหล่าขุนนางจำนวนมากและผู้ตามเสด็จยิ่งตั้งตารอ เพียงรอฮ่องเต้สั่งการคำเดียว

เช้าตรู่วันนี้ซ่งป๋อคังนำศิษย์หลายคนออกจากวังอีกครั้ง นี่เป็นการเดินทางไปคัดเลือกทัศนียภาพเป็นครั้งสุดท้ายในแผนการของเขา เยี่ยซวี่อวี่ร่วมเดินทางไปด้วยเช่นเคย ตอนออกจากประตูวังก็พบกับเผยเซียวหยวน

เขามากับผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยลู่อู๋หลายคน กำลังจะเข้าวัง

เนื่องจากฮ่องเต้กำลังจะเสด็จแปรพระราชฐาน ครั้งนี้ยังเป็นการเสด็จออกจากฉางอันเป็นครั้งแรกหลังจากขึ้นครองบัลลังก์มาเกือบยี่สิบปี ในบรรดากองทหารองครักษ์สิบหกกอง กองกำลังจินอู๋เป็นผู้รับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัยโดยตรง หานเค่อรั่งจึงไม่กล้าหย่อนยานแม้แต่น้อย ถึงจะวางแผนการคุ้มกันขบวนเสด็จไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนเช้าเขาจึงเรียกผู้บังคับบัญชาทั้งหมดของกองกำลังจินอู๋ซ้ายขวาและหน่วยลู่อู๋เข้ามายังที่ทำการในวัง

เผยเซียวหยวนกำลังลงจากหลังม้าบริเวณใกล้ประตูวัง ฝ่ายหนึ่งจะออกจากวัง ฝ่ายหนึ่งกำลังจะเข้าวัง โดยไม่ทันตั้งตัวทั้งสองคนก็บังเอิญเจอหน้ากันเช่นนี้

นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองได้พบหน้ากันในเวลากว่าครึ่งเดือน นับตั้งแต่แยกจากกันที่คฤหาสน์หย่งหนิงเมื่อครั้งก่อน

เผยเซียวหยวนรู้ว่าวันนั้นหลังจากนางย้ายออกไปก็พักอยู่ที่ตำหนักเซียนฝูในวังหลวงมาโดยตลอด ตำหนักแห่งนี้เป็นตำหนักปีกข้างของตำหนักจื่ออวิ๋น เหตุผลก็เพื่อเก็บงานช่วงท้ายของภาพเจ้าแม่ซีหวังหมู่บนฝาผนัง ฮ่องเต้เป็นคนจัดการ ไม่มีใครกล้าถามมากแม้ครึ่งคำ

เขายังรู้ถึงการเคลื่อนไหวของนางในช่วงหลายวันนี้ด้วย ก็ไม่ต่างกับช่วงก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช่อยู่ในวังหรือไปมาระหว่างหอหงเหวิน หอจี๋เสียน วังเสินซู ก็ออกไปข้างนอกกับซ่งป๋อคังเพื่อคัดเลือกทัศนียภาพ

วันนี้นางแต่งกายเหมือนกับทุกคนในสำนักวาดภาพที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน โดยสวมชุดขุนนางคอตั้งผ้าฤดูร้อนสีเขียวอมดำ แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อยถึงข้อมือ ศีรษะสวมหมวกบังแดดที่ทำจากไม้ไผ่สาน ปีกหมวกกดต่ำมาก ปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง ทว่าอยู่ในกลุ่มคนที่เดินทางไปด้วยกัน เขายังคงมองเห็นนางในพริบตาแรกและอดไม่ได้ที่จะชะลอฝีเท้าลง

“คุณชายน้อยเยี่ย!”

เวลานี้หลิวป๋อสังเกตเห็นนางแล้วก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ

เสียงร้องเรียกนี้ดึงดูดความสนใจของกลุ่มคนจากสำนักวาดภาพทันที เมื่อซ่งป๋อคังเห็นว่าเป็นพวกเผยเซียวหยวนก็รีบเดินมาทำความเคารพ เผยเซียวหยวนเห็นนางหันหน้าคล้ายมองมาทางนี้แล้วหัวใจก็เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ใบหน้ากลับเหมือนไม่มีอะไร ทักทายพูดคุยกับซ่งป๋อคังสองสามคำ

ซ่งป๋อคังเอ่ยว่า “อีกไม่กี่วันก็โชคดีได้ตามเสด็จองค์เหนือหัวไปยังภูเขาชังซานทางตะวันออก ฉวยโอกาสที่ยังมีเวลาว่างออกจากเมืองเป็นครั้งสุดท้าย วันนี้ระยะทางค่อนข้างไกล กลางคืนเกรงว่าคงกลับมาไม่ทัน โชคดีที่ขันทีหยวนหัวหน้าขันทีฝ่ายในได้จัดการให้พักที่บ้านพักของทางการหลังหนึ่งในค่ำคืนนี้ เมื่อกลับเข้าเมืองในวันพรุ่งนี้ก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะเดินทางแล้ว ถึงตอนนั้นยังต้องรบกวนผู้บัญชาการเผยช่วยดูแลคนของสำนักจื๋อย่วนเราด้วย ผู้น้อยขอขอบคุณล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้” พูดจบก็ประสานมือคารวะ

เผยเซียวหยวนปากก็กล่าวตอบ เห็นหลิวป๋อเข้าไปทักทายนางแล้วบอกว่าช่วงนี้ไม่เห็นนางเลย นางตอบว่าสำนักจื๋อย่วนมีงาน ดังนั้นจึงค่อนข้างยุ่ง หลิวป๋อก็พูดเรื่องการเดินทางไปภูเขาชังซานสองสามคำ จากนั้นก็ใช้น้ำเสียงเจือการประจบเอาใจเอ่ยบอก

“ได้ยินว่าเมื่อก่อนทุกครั้งที่อดีตองค์เหนือหัวเสด็จแปรพระราชฐานจะทรงให้จิตรกรติดตามไปวาดภาพ หากครั้งนี้ยังเป็นเช่นนั้น รบกวนคุณชายน้อยอย่าลืมวาดข้าเข้าไปด้วย ถึงเวลานั้นข้าก็จะอยู่ข้างๆ ท่านผู้บัญชาการ อาศัยบารมีของเขา” พูดจบก็ประสานมือคารวะแล้วหันหน้ามองมา

เยี่ยซวี่อวี่เองก็เหมือนหันมามองเขาตามหลิวป๋อ

เผยเซียวหยวนหัวใจเต้นรัวแรงขึ้นมาทันที

เวลานี้ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนที่อยู่ข้างๆ เขาได้ยินเข้า ใครบ้างไม่รู้ว่าจิตรกรน้อยที่เพิ่งเข้ามาใหม่และได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ผู้นี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บัญชาการของพวกเขา ก็พากันทำตามอย่างหลิวป๋อ เข้าไปห้อมล้อมตีสนิทกับนาง หวังว่าถึงตอนนั้นตนจะได้อยู่ในภาพวาดด้วย

เยี่ยซวี่อวี่มองไปที่ทุกคน คล้ายถูกพวกเขาทำให้ขบขัน นางยกมือขยับปีกหมวกที่กดต่ำขึ้นเล็กน้อย พร้อมๆ กับการเคลื่อนไหวของนาง แขนเสื้อก็ร่นลงมาอยู่ด้วยกัน เผยให้เห็นส่วนหนึ่งของข้อมือสีขาวดุจหิมะ จากนั้นพอนางขยับหมวกเสร็จแล้วลดแขนลง แขนเสื้อก็ตกลงมาอย่างรวดเร็ว ปกปิดแขนที่นวลเนียนดุจหยกของนางเอาไว้อีกครั้ง

“ขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่ให้เกียรติข้า หากถึงตอนนั้นฝ่าบาทมีรับสั่งให้ข้าวาดภาพ จะต้องวาดพวกท่านไว้ในภาพด้วยอย่างแน่นอน” นางกล่าวยิ้มๆ ท่าทีอ่อนน้อมเป็นกันเอง

หลิวป๋อและคนอื่นๆ ไม่มีใครไม่ดีใจ กล่าวขอบคุณออกมาดังๆ

ซ่งป๋อคังและคนอื่นๆ จากสำนักวาดภาพก็รู้ว่าคุณชายน้อยเยี่ยกับเผยเซียวหยวนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เห็นแล้วก็พากันหัวเราะตามไปด้วย บรรยากาศด้านนอกประตูวังดูคึกคักและผ่อนคลายอย่างยากยิ่งจะได้เห็น ดึงดูดให้ทหารรักษาการณ์หลายนายต่างหันหน้ามองมาไม่หยุด

สถานที่นี้ไม่อนุญาตให้ส่งเสียงดัง ทุกคนย่อมรู้ดี อีกทั้งต่างฝ่ายก็มีงานต้องทำ หลังจากพูดคุยกันจบก็ประสานมือกล่าวลา

ในที่สุดเผยเซียวหยวนก็รอจนนางมองมา

เพียงเห็นบนใบหน้าของนางยังคงมีรอยยิ้มเมื่อครู่หลงเหลืออยู่ สายตาหยุดนิ่งที่ใบหน้าของเขาชั่วขณะ ยังคงยิ้มน้อยๆ พยักหน้าให้เขา จากนั้นก็ถอนสายตากลับ ดึงปีกหมวกลงมาปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ก่อนจะขึ้นหลังม้าและจากไปพร้อมกับคนอื่นๆ ไม่นานเงาร่างก็หายไปจากนอกประตูวัง

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 10 เม.. 69

11 of 11หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77

บทที่ 76 นอกจากรู้สึกว่าจิตใจของเจียงซิ่วรุ่นคับแคบเกินไป เฟิ่งหลีอู๋ยังรู้สึกอีกว่าออกจะเจ็บปวดใจอยู่บ้าง นางเป็นตัวประ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

บทที่ 78 รัชทายาททำเช่นนี้เจียงซิ่วรุ่นเห็นแล้วโมโหจริงๆ แต่เวลานี้นางรู้สึกแต่เพียงว่าชีวิตของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

บทที่ 146 เยี่ยซวี่อวี่เดินอยู่ข้างหน้า เผยเซียวหยวนเดินตามนางห่างกันราวสิบยี่สิบก้าว หยางไจ้เอินนำขันทีน้อยฝ่ายในและนาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

community.jamsai.com