เว่ยอี้จือถือกำเนิดในสกุลเว่ยแห่งเหอตง นับว่าเป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
สกุลเว่ยนั้นยิ่งใหญ่มานานแล้ว เพราะแม้แต่ไทเฮาองค์ปัจจุบันก็ยังมาจากสกุลเว่ยเลย ทว่าน่าเสียดาย สกุลเว่ยจำต้องพ่ายแพ้ให้กับสกุลหวังและสกุลเซี่ยที่ร่วมมือกัน ทว่าหลังจากโค่นสกุลเว่ยลงได้แล้ว สกุลหวังและสกุลเซี่ยก็หันมาต่อสู้กันเอง สุดท้ายจึงเป็นสกุลเซี่ยที่ชนะไปในที่สุด และรุ่งเรืองขึ้นมาได้หลายสิบปีแล้ว
ดังนั้นระหว่างเว่ยอี้จือกับเซี่ยซูย่อมมีความแค้นต่อกัน มองด้วยสายตาแคบๆ นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ผิดใจกันไปตลอดชีวิตได้ แต่หากมองให้กว้างขึ้น นี่ยังถือเป็นภารกิจใหญ่ประจำตระกูลทีเดียว
เทียบกับคนอื่นๆ ในสกุลเว่ยแล้ว เซียงฮูหยินมารดาของเว่ยอี้จือถือเป็นผู้ที่อาจหาญแบกรับชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลไว้มากที่สุด นางเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ มีชื่อเสียงในเรื่องที่มีความรู้มากมาย แม้เป็นสตรีแต่ก็เป็นคนที่โดดเด่นมากคนหนึ่งในอาณาจักรต้าจิ้น ทว่าสิ่งที่เลื่องลือยิ่งกว่าชื่อเสียงของนางก็คือ…อารมณ์อันเกรี้ยวกราดรุนแรง
เว่ยอี้จือเพิ่งกลับมาถึงจวนของต้าซือหม่า เซียงฮูหยินก็รีบปราดเข้ามาถามในทันที “เป็นอย่างไรบ้าง สารเลวแซ่เซี่ยนั่นอับอายขายหน้าจนไปกระโดดแม่น้ำตายแล้วหรือยัง!”
เว่ยอี้จือกุมมือมารดาพลางยิ้มตอบด้วยน้ำเสียงละมุน “ที่แท้เมื่อตอนกลางวันที่ท่านแม่พบกับองค์ชายเก้าก็ถกกันด้วยเรื่องนี้เองหรือ ข้าก็ว่าสิ เหตุใดเสื้อผ้าดีๆ ของข้าจึงกลายเป็นเสื้อผ้าเนื้อหยาบไปได้”
เซียงฮูหยินใบหน้าแดงเรื่อ “ก็แม่ช่วยแก้แค้นแทนเจ้ามิใช่หรือ เจ้าบ้าแซ่เซี่ยนั่นทำร้ายแม่ ทำให้แม่ไม่อาจอุ้มหลานได้ในเร็ววัน แม่หรือจะยกโทษให้หลานของมันได้!”
เว่ยอี้จือยิ้มโดยไม่พูดอะไร เขาเพียงทำทีเป็นเห็นด้วยเพื่อปลอบมารดาให้คลายใจ
เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้ยังกริ้วจากงานเลี้ยงอยู่ วันรุ่งขึ้นจึงประกาศงดการเข้าเฝ้ายามเช้า ขุนนางคนอื่นๆ ได้รับแจ้งข่าวแต่เนิ่นๆ มีเพียงเซี่ยซูที่มาถึงวังหลวงแล้วจึงค่อยได้รับแจ้ง
มาเสียเที่ยวแท้ๆ เอาเถอะ คิดเสียว่าออกกำลังยามเช้าก็แล้วกัน!
ยังไม่พ้นยามเหม่า ตะวันเพิ่งจะเยี่ยมหน้าออกมาเท่านั้น เซี่ยซูในชุดขุนนางเต็มยศก็เดินกลับไปทางประตูวัง ตามทางเหล่านางกำนัลต่างย่อกายคารวะ แต่ก็มีแอบส่งสายตามาให้ไม่น้อย ใบหน้างดงามประดุจภาพวาด ชุดขุนนางยาวแขนกว้างก็ยิ่งทำให้ดูโดดเด่นชวนมอง ท่าทางการเดินอันสง่างามก็ยิ่งขับให้เซี่ยซูดูมีเสน่ห์มากขึ้น
เซี่ยซูวางท่าใหญ่โตในราชสำนักก็จริง ทว่าอีกมุมหนึ่งนางก็ให้ความเป็นกันเองยิ่ง ยามเหลือบเห็นนางกำนัลแอบมองมา นางก็จงใจขยิบตาให้อีกฝ่าย ถึงกับทำให้สาวน้อยผู้นั้นเขินอายจนต้องก้มหน้างุด รอจนนางจากไปแล้ว นางกำนัลน้อยผู้นั้นก็ดึงดูดสหายอีกคนเข้ามา
“เจ้ามันนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ หว่านเสน่ห์จนไปเข้าตาท่านอัครเสนาบดีของข้าจนได้!”
“ชิ! ท่านอัครเสนาบดีเป็นของข้าต่างหาก เจ้าหลบไปไกลๆ เลย!”
“เจ้าสิหลบไป! เจ้าเคยบอกว่าชอบอู่หลิงอ๋องชัดๆ!”
ขึ้นรถม้าออกจากวังหลวงมาแล้ว ทันใดนั้นรถม้าของอู่หลิงอ๋องก็ปรากฏขึ้นข้างหน้า กำลังแล่นมาจากทิศทางตรงข้าม เดิมทีเซี่ยซูยังคิดว่าตนเองตาฝาดไปจึงรีบร้องบอกให้หยุดรถ ก่อนเพ่งมองให้แน่ใจ
เว่ยอี้จือพลันเลิกม่านแล้วชะโงกใบหน้าออกมา
“อ้าว เว่ยอี้จือจะไปเข้าเฝ้าหรือ” เซี่ยซูอดทักทายอีกฝ่ายไม่ได้
เว่ยอี้จืออมยิ้มพลางพยักหน้า “พอดีวันนี้มีธุระจึงได้มาสาย ทำไมหรือ เห็นท่านอัครเสนาบดีออกมาเช่นนี้ หรือว่าเข้าเฝ้ายามเช้าเลิกแล้ว”