ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1
ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว
แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน
ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 7
แอพฯ นี้มันมีญาณทิพย์หรือไงกัน
ฉีจวิ้นสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหัวเราะอย่างติดจะกระอักกระอ่วน “แอพฯ นี้มันมีญาณทิพย์หรือไงกัน เราออกก่อนแล้วเปลี่ยนหัวข้อดีไหม”
“ไม่เป็นไรหรอก เถียงได้” เจียงอิ่งพูดหน้าตาเฉย “ไม่มีปัญหา”
ฉีจวิ้น “…”
ไม่จำเป็นหรอก ไม่จำเป็นต้องเอาตามนี้จริงๆ
“หัวข้อพวกนี้มาจากไหนกัน” ฉีจวิ้นสงสัยเล็กน้อย
“เป็นพวกหัวข้อประเด็นร้อนในเวยป๋อกับจือฮู* น่ะ แบบก๊อปมาเลย แอพฯ มันกลัวจดหมายเตือนจากทนาย เลยไม่กล้าตั้งคำถามเกี่ยวกับวงการบันเทิงขึ้นมาลอยๆ ในหมวดให้หัวข้อ” เจียงอิ่งรู้ดี
คู่แข่งที่ระบบจับคู่ให้เจียงอิ่งได้เข้ามาในห้องสนทนาแล้ว คราวนี้ชื่อของฝ่ายตรงข้ามคือ ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ อีกฝ่ายเลือกจุดยืนของตัวเอง นั่นคือคิดว่าการแสดงของเจียงอิ่งก็พอใช้ได้
ขนมไหว้พระจันทร์ อยู่ไหม
ขนมไหว้พระจันทร์ [หน้าแดงเด๋อด๋า.jpg]
ขนมไหว้พระจันทร์ ว่ากันตามเนื้อผ้า จริงๆ แล้วการแสดงของเจียงอิ่งก็ไม่เลวนะ คุณอย่าไปดูแต่ส่วนที่ในเน็ตด่าเรื่องการแสดงของเขา ไม่งั้นจะเผลอมีอคติเอาง่ายๆ คุณดูสิ บางจังหวะเขาก็ถ่ายทอดอารมณ์ได้สมจริงมากเลยนะ
เถ้าแก่ปู ???
เถ้าแก่ปู พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก การแสดงของเจียงอิ่งห่วยแบบเป็นที่ประจักษ์จะตายไป
เถ้าแก่ปู [ยิ้ม.jpg]
ฉีจวิ้นที่มองอยู่ข้างสนาม “…”
“นี่นายชอบใจอยู่จริงๆ เหรอ” ฉีจวิ้นมองเจียงอิ่งที่มีสีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างงงเป็นไก่ตาแตก
คนบางคนที่ปกติรักแต่ตัวเอง กลับยอมด่าตัวเองเพื่อจะชนะเกมตาเดียวเนี่ยนะ
“ยังไงเขาก็ไม่รู้นี่นาว่าฉันคือเจียงอิ่ง” เจียงอิ่งพูดอย่างเริงร่า
เถ้าแก่ปู การแสดงของเจียงอิ่งแย่แค่ไหนน่ะเหรอ ไม่สิ นั่นไม่ใช่การแสดงด้วยซ้ำ เด็กประถมท่องอาขยานยังใส่อารมณ์มากกว่าเขาท่องบทซะอีก
เถ้าแก่ปู พื้นฐานการท่องบทย่ำแย่ไม่พอ ยังเข้าไม่ถึงอารมณ์อีกด้วย คุณรู้ไหมว่าการที่ใส่ชื่อเจียงอิ่งลงในละครแปลว่าจะได้เรตติ้งต่ำ และการมีชื่อเจียงอิ่งพ่วงในหนังก็แปลว่าจะได้บ็อกซ์ออฟฟิศต่ำ ผมพูดแบบนี้คุณเข้าใจหรือเปล่า
เถ้าแก่ปู แค่เพราะพ่อของเขาเป็นราชาภาพยนตร์ ก็อย่าไปคิดว่าการแสดงของเจียงอิ่งจะดีตามไปด้วย เรื่องทักษะการแสดงน่ะบ้านเขาอาจจะถ่ายทอดพันธุกรรมแบบข้ามไปรุ่นหลานแทนก็ได้
ขนมไหว้พระจันทร์ …
ขนมไหว้พระจันทร์ ไม่เห็นต้องพูดแบบนั้นเลย เจียงอิ่งยังมีแฟนคลับอยู่ตั้งเยอะ…
เถ้าแก่ปู คุณออกนอกเรื่องแล้ว ระบบจะหักคะแนนคุณ การมีแฟนคลับเยอะกับการแสดงแย่มันเกี่ยวอะไรกันด้วยเหรอ จะบอกให้นะ แฟนคลับของเขาก็คิดว่าการแสดงของเขาไม่ได้เรื่องเหมือนกัน เพราะมันแย่จริงๆ แถมเจ้าตัวเองก็ไม่ได้พยายามอะไรเลย มองไม่ออกเลยว่าเขาอยากจะตั้งใจแสดงให้ดีตรงไหน
เถ้าแก่ปู ฉากฝนตกในเรื่อง ‘กระซิบรักปักใจเธอ’ เขาเล่นพลาดจนผู้กำกับอยากจะกุมหัวร้องไห้อยู่รอมร่อ อีกอย่างผมบอกเลยว่าละครทั้งหลายที่เขาเคยเล่นน่ะ พอที่จะเอาไปเลี้ยงกระแสให้แอ็กแซะละครได้เลย มีเวยป๋ออยู่แอ็กหนึ่งที่คอยด่าเขาทุกวี่ทุกวันจนตอนนี้มีผู้ติดตามห้าหมื่นคนแล้ว
ขนมไหว้พระจันทร์ แกแม่งเป็นแอนตี้หรือไงวะ
[ประกาศจากระบบ : ผู้ใช้ ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ด่าแม่ของฝ่ายตรงข้ามจะถูกหักคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน หากถูกหักถึง 100 คะแนนบัญชีจะถูกแบน]
[ประกาศจากระบบ : ผู้ใช้ ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ออกจากเกม รอบนี้ ‘เถ้าแก่ปู’ เป็นฝ่ายชนะ]
“เถียงตามหัวข้อไม่เห็นยากตรงไหนเลย โหมดอิสระก็ยังสนุกกว่าอยู่ดี” เจียงอิ่งกล่าว
ฉีจวิ้นซึ่งดูมาตลอดทั้งเกมพูดไม่ออก ได้แต่ฝืนใจเอ่ยชมอย่างเสียไม่ได้ว่า “นายนี่เก่งจริงๆ เลย”
“ก็แค่เล่นตามปกติเอง” เจียงอิ่งกล่าวอย่างถ่อมตัว “แล้วฉันก็ไม่ได้พูดอะไรผิดด้วย การแสดงของเจียงอิ่งห่วยแบบเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว”
“นายนี่รู้ตัวเองดีจริงๆ เลยนะ” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในห้อง ชีจู๋เดินเข้าห้องมาแบบไม่มีใครทันสังเกต และในขณะที่เพิ่งจะถอดแว่นกันแดดกับหน้ากากออกก็ได้ยิน ‘คำพูดแกล้งถ่อมตัว’ ของเจียงอิ่งเข้าพอดี
“มีแต่ฉันเท่านั้นที่ว่าตัวเองได้ นายห้ามว่า” เจียงอิ่งคว่ำโทรศัพท์ลงกับโต๊ะเพื่อปิดบังหน้าจอของแอพฯ เอาไว้ ก่อนจะหันไปมองชีจู๋ “ไหนนายว่าจะไม่มา แล้วดึกดื่นป่านนี้ยังจะใส่แว่นกันแดดอะไรอีก”
“นายไม่ได้ถามฉันว่าจะมาไหม และฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่มา” ชีจู๋นั่งลงข้างๆ เจียงอิ่ง “ฉันมันคนดัง เลยต้องระวังตัวตลอด”
“หมายความว่าฉันไม่ดังสินะ ก็จริง ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันแย่ซะขนาดนั้น จะไปกินข้าวด้วยกันได้ยังไง” เจียงอิ่งกล่าว “เราสองคนไม่ควรเกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำ”
“ความสัมพันธ์ของพวกนาย…” ฉีจวิ้นกลืนคำพูดกลับไปกลางทาง ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้คลุมเครือมาโดยตลอด จึงไม่เหมาะที่คนนอกจะไปตัดสิน
เมื่อคนในงานทยอยมาถึงกันจนครบ บทสนทนาของทุกคนก็เริ่มมีจุดโฟกัสขึ้นหน่อย โรงเรียนมัธยมต้นของพวกเขาถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนชั้นนำของเมือง H ผลิตนักเรียนคุณภาพสูงจำนวนมาก แต่จากบรรดานักเรียนในห้องเดียวกัน ตอนนี้เหลือเพียงเจียงอิ่ง ชีจู๋ และฉีจวิ้น สามคนเท่านั้นที่ยังอยู่ในวงการบันเทิง
ครูประจำชั้นมัธยมต้นก็ได้รับเชิญมาเช่นกัน และทันทีที่ครูจางเดินเข้ามาก็เห็นเจียงอิ่งที่นั่งอยู่ข้างใน “กรรมการวินัย?”
“อ้อ จริงด้วย” ฉีจวิ้นนึกขึ้นได้ “ตอนนั้นเจียงอิ่งเป็นกรรมการวินัย เขาเก็บสะสมสมุดบันทึกไว้หลายเล่ม ข้างในจดเรื่องจุกจิกไร้สาระต่างๆ นานาไว้เพียบ ใครคัดลอกการบ้าน ใครงีบในคาบ เขารู้ดียิ่งกว่าครูอีก…บ้าเอ๊ย ตอนนั้นฉันเคยเขียนจดหมายรักให้ผู้หญิงห้องข้างๆ ทุกวัน เรื่องนี้ครูประจำชั้นรู้ได้ยังไงกัน”
“นั่นเป็นหนึ่งในงานอดิเรกไม่กี่อย่างของเขา” ชีจู๋ที่เงียบมาตลอดพูดแทรกขึ้นมาในฉับพลัน
ฉีจวิ้น “?”
บรรยากาศในห้องเรียนของพวกเขาดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้จะไม่เจอกันมานาน แต่ทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกห่างเหินกันเลย ไม่มีใครโอ้อวดความสำเร็จในปัจจุบันของตัวเอง แค่พูดคุยกันถึงเรื่องในอดีตเท่านั้น
“นี่ จำกันได้ไหมตอนที่โรงเรียนไม่อนุญาตให้สั่งดีลิเวอรี่ ตอนนั้นเจียงอิ่งใช้ชื่อชีจู๋สั่ง สุดท้ายก็โดนลงโทษให้ยืนหน้าห้องด้วยกันทั้งคู่”
“ใช่ๆๆ แล้วก็มีอีกครั้งหนึ่งที่เจียงอิ่งอ่านจดหมายสำนึกผิดอย่างกับกำลังแร็พเลยมีคนตะโกนบอกให้เขารีบไปเดบิวต์ซะ”
เจียงอิ่งเอ่ย “เมาแบบนี้ดื่มกันไปขนาดไหนเนี่ย เรื่องมันนานมากแล้วยังจะเอามาล้อฉันอยู่อีก”
เมื่อหัวข้อเปลี่ยนไปประเด็นอื่น เจียงอิ่งก็มองชีจู๋ที่อยู่ด้านข้าง แล้วยิ่งนึกถึงเรื่องที่ตัวเองพยายามจะทวงคืนความเป็นธรรมให้ ‘เถ้าแก่ปู’ จึงทำให้เขารู้สึกคันปากยิบๆ อยากจะยั่วโมโหอีกฝ่ายสักหน่อย
“กินข้าวยังจะเล่นโทรศัพท์อะไรอีก” เจียงอิ่งเลียนแบบน้ำเสียงที่พี่ชายเขามักจะใช้เทศนาคนอื่น “มันมีอะไรน่าดึงดูดนักหนา”
ชีจู๋เงยหน้าขึ้นมองเจียงอิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้ายังคงว่างเปล่า แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความขบขันปนเวทนาเล็กน้อย “มันก็น่าดึงดูดจริงๆ นั่นแหละ น่าสนใจกว่ากินข้าวอีก”
เจียงอิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกลางไม่ดีแปลกๆ “อะไรนะ”
วินาทีต่อมาโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น เฉินซู ผู้ช่วยของเขาโทรมา
เจียงอิ่งยังจำเรื่องที่รับปากกับผู้ช่วยเฉินไว้ก่อนจะออกมาได้ จึงชิงเปิดก่อนว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ผมมาร่วมงานเลี้ยงรุ่นอยู่”
ผู้ช่วยเฉิน “…ผมรู้”
“งั้นมีเรื่องอะไรเหรอ” เจียงอิ่งรู้สึกงงเล็กน้อย ปกติเฉินซูไม่ค่อยโทรหาเขา มีเรื่องอะไรก็คุยกันในวีแชตตลอด ทุกครั้งที่โทรมาหาก็มักจะเป็นเพราะเขาโดนด่าจนขึ้นคำค้นหายอดฮิตทั้งนั้น
“ผมขึ้นคำค้นหายอดฮิตเหรอ” เจียงอิ่งถามหยั่งเชิง
“ฮอตจนเดือดปุดๆ เลยล่ะ” ผู้ช่วยเฉินกล่าว “เรื่องมันยาวขอเล่าให้ฟังแบบสรุปเลยแล้วกัน คืออย่างนี้ เมื่อกี้ฉืออวิ๋นไค แร็พเปอร์วง T.ATW กำลังเข้าร่วมเรียลลิตี้รายการหนึ่ง แล้วเขาจับสลากได้ภารกิจที่ให้ใช้แอพฯ ชื่อ ‘เถียง’ สุ่มจับคู่อีกคนมาเถียงแข่งกัน คุณคงไม่เคยใช้แอพฯ นี้มาก่อนล่ะสิ มันออกมาหลายปีแล้ว เอาไว้ใช้เถียงกันโดยเฉพาะ ผมว่าคนที่ใช้ของแบบนี้คงเป็นประเภทกินดีอยู่ดีเกินไปหน่อย”
เจียงอิ่ง “…”
ผู้ช่วยเฉินดูหัวเสียไม่เบา คำพูดที่หลุดออกมา ยิ่งฟังยิ่งเต็มไปด้วยอารมณ์ “ผมว่าทีมงานรายการก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าหมวดให้หัวข้อวงการบันเทิงที่เพิ่มมาใหม่ในแอพฯ จะมีคำถามอย่าง ‘เจียงอิ่งแสดงห่วยหรือเปล่า’ ฉืออวิ๋นไคเห็นแก่หน้าเพื่อนร่วมวงอย่างกู้เว่ยเลยพยายามที่จะอวยคุณแล้วจริงๆ แต่คู่ต่อสู้ที่เขาเจอแข็งแกร่งเกินไป แถมยังดูเหมือนจะเป็นแอนตี้แฟนของคุณด้วย ด่าคุณแบบไม่ยั้งเลย แล้วเมื่อกี้ช่วงนั้นของรายการก็ถูกถ่ายทอดสดพอดี ตอนนี้ทุกคนเห็นกันหมดแล้ว ไอ้ ‘เถ้าแก่ปู’ นี่ ถ้าผมรู้ว่ามันเป็นใคร ผมจะฆ่ามัน!”
เจียงอิ่ง “…”
“ผมรู้มาตลอดว่าคุณเถียงเก่ง และแฟนคลับของคุณก็เถียงเก่งไม่แพ้กัน แต่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งจะได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้” ผู้ช่วยเฉินถอนหายใจ “ก็ตามนี้แหละ ผมวางสายก่อนนะ จะไปหาคนมาช่วยเคลียร์ข่าวให้คุณหน่อย”
เจียงอิ่ง “…โอเค”
ช่วงนี้เรื่องแอ็กเถียงของเขาดูไปได้ไม่ค่อยสวยเลย แค่เถียงเล่นเฉยๆ ทำไมถึงติดเทรนด์ได้ แถมดันมาเกิดขึ้นเอาตอนนี้อีก
เขายังไม่ทันพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้เป็นแฟนคลับของชีจู๋ก็ดันกลายเป็นแอนตี้ของเจียงอิ่งไปแล้ว
“คิดอะไรอยู่” ชีจู๋โบกมือไปมาตรงหน้าเจียงอิ่ง
“ไม่มีอะไร” เจียงอิ่งได้สติกลับมา
“เห็นคำค้นหายอดฮิตหรือยัง” ชีจู๋ยื่นโทรศัพท์ของตัวเองไปทางเจียงอิ่ง “แอพฯ นี้ดูน่าสนใจดีนะ ฉันว่านายน่าจะชอบ เหมาะกับนายดี นายไม่คิดจะลองติดตั้งดูหน่อยเหรอ”
“ไม่เคยใช้ ไม่ชอบ” เจียงอิ่งหันหน้าหนี
“อ้าว คุณชายรองเจียง นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายเพิ่ง…โอ๊ย!” ฉีจวิ้นที่เหลือบเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของชีจู๋จากหางตาโดนเจียงอิ่งเหยียบเท้าเข้าอย่างจังโดยที่ยังพูดไม่ทันจบ
ช่วงครึ่งหลังของมื้ออาหารเจียงอิ่งเริ่มรู้สึกหมดอารมณ์จะกิน แฟนคลับแอ็กใหญ่หลายคนที่เขารู้จักพากันส่งข้อความร้องไห้คร่ำครวญมาหาเขาไม่หยุด
[พี่คะ ‘เถ้าแก่ปู’ นั่นมันด่าพี่ จะมากเกินไปแล้ว]
[ที่พวกเราเป็นแฟนคลับพี่ไม่ใช่เพราะฝีมือการแสดงก็จริง แต่พวกเรารับไม่ได้ที่เขามาว่าพี่แบบนี้]
[พี่คะ ข่าวล่าสุดคือเถ้าแก่ปูเป็นแฟนคลับของบ้านชีจู๋ เป็นพวกเขาจริงๆ ด้วยที่ด่าพี่]
“ไอดอลควรอยู่ห่างจากชีวิตของแฟนคลับหน่อยนะ” ชีจู๋พูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย
เจียงอิ่งเหลือบมองชีจู๋อย่างระมัดระวัง รู้สึกว่าตอนนี้หมอนี่กำลังแอบมีความสุขบนความทุกข์คนอื่นอยู่
ในกลุ่มแฟนคลับบนเวยป๋อ มีแฟนคลับแอ็กใหญ่กำลังปลอบใจบรรดาภาพเงา
ภาพเงาแฟนแอ็กใหญ่ ไม่เป็นไรนะสาวๆ คนที่ดีแต่ว่าร้ายคนอื่นลับหลังแบบนี้ ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีอะไร ถ้าเก่งจริงก็ออกมาเผชิญหน้ากับพี่เราตรงๆ สิ
[จริงด้วย ฉันว่าเขาต้องโดนเจียงอิ่งของเราอัดให้หนักซะแล้ว]
[พวกบ้านเบสชีจู๋นี่เกินไปจริงๆ]
“เอ้า กินน่องไก่สักชิ้นสิ”
“เอ้า กินผักหน่อยสิ” เจียงอิ่งมัวแต่จ้องมือถือจนไม่ได้แตะอาหาร ชีจู๋ก็ทำตัวผิดปกติอย่างการช่วยคีบกับข้าวให้เขาหลายอย่าง แต่ไม่วายฉวยโอกาสเลียนแบบน้ำเสียงก่อนหน้านี้ของเขา เอามาเทศนากลับบ้างว่า “กินข้าวยังจะเล่นโทรศัพท์อะไรอีก”
แม้คำค้นหายอดฮิตนี้จะถูกลบออกไปแล้ว แต่มันก็ยับยั้งจินตนาการอันบรรเจิดของชาวเน็ตไม่ได้ สถานการณ์ยังคงบานปลาย จนเมื่อเจียงอิ่งกลับถึงบ้าน ‘เถ้าแก่ปู’ ก็ถูกชาวเน็ตฟันธงสังกัดแฟนด้อมซะแล้ว มิหนำซ้ำแฟนคลับของเขายังเริ่มทะเลาะกับแฟนคลับของชีจู๋ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ด้วย
“อา นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย” เจียงอิ่งล้มตัวนอนคว่ำลงบนเตียง “น่ารำคาญชะมัด”
ไม่รู้ว่าคีย์เวิร์ดไหนในประโยคของเขาไปกระตุ้นให้ลำโพงอัจฉริยะเริ่มทำงานขึ้นมาอีก ภายในห้องจึงมีเสียงหุ่นยนต์ที่เย็นชาและเสแสร้งของนักเรียนเสี่ยวกวาดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ชีวิตมันสวยงามจะตายไป เจ้านายจะทุกข์ใจไปทำไมกัน เสี่ยวกวาขอเปิดเพลง ‘โชคดีจงมา’ แก่คุณ ขอให้คุณโชคดีทุกวันและยิ้มแย้มได้เสมอ”
บทที่ 8
ฮึดสู้หน่อย แล้วไปตบหน้าตัวเองน่ะสิ
“นายถึงบ้านแล้วเหรอ” เจียงอิ่งได้รับข้อความที่ส่งมาจากฉีจวิ้น
“ถึงแล้ว” เจียงอิ่งตอบกลับ
ฉีจวิ้น เอ่อ ฉันเห็นคำค้นหายอดฮิตแล้วนะ นายนี่มันสุดยอดจริงๆ
ฉีจวิ้น เกมแค่เกมเดียว จำเป็นต้องสู้ขนาดนั้นเลยเหรอ
ฉีจวิ้น ทีนี้เป็นไงล่ะ ทั้งเวยป๋อได้เห็นช่วงเวลาเฉิดฉายของคุณชายรองเจียงของเรากันหมดแล้ว
เจียงอิ่ง ยังไงก็อย่าให้ชีจู๋รู้ว่านั่นคือฉันก็พอ ฉันยอมขายหน้าหมอนี่ไม่ได้
ฉีจวิ้น นายเล่นซนไปเถอะ
ในขณะเดียวกันคนกลุ่มหนึ่งในเวยป๋อก็กำลังถกเรื่องชีจู๋กับเจียงอิ่ง
[เมื่อไม่กี่วันก่อนยังมีคนพูดอยู่เลยไม่ใช่เหรอว่าถ้าสองคนนี้ถ่ายหนังด้วยกันจะเป็นยังไง เห็นหรือยัง สองด้อมนี้เข้ากันไม่ได้เหมือนน้ำกับไฟ ถ่ายละครด้วยกันไม่ได้หรอก]
[น่าเสียดายสุดๆ ตอนแรกอยากเห็นว่าถ้าสองคนนี้โดนจับมาอยู่ด้วยกันจะมีระเบิดลงทั้งกองถ่ายหรือเปล่า]
[พวกเธอไม่คิดว่าสองคนนี้น่าสนใจเหรอ เจียงอิ่งเป็นคนแบบ ‘นายว่าฉันหนึ่งประโยค ฉันจะว่านายคืนร้อยประโยค’ ส่วนชีจู๋ก็เป็นแบบ ‘นายว่าฉันร้อยประโยค ส่วนฉันแค่ประโยคเดียวก็ทำให้นายอายแทบแทรกแผ่นดินหนีได้แล้ว’ น่ะ]
[ฉันก็คิดเหมือนกัน เจียงอิ่งเป็นพวกเถียงได้โดยไม่ต้องมีเหตุผล ส่วนชีจู๋เป็นพวกที่ถ้าตัวเองถูกจะไม่ยอมปล่อยผ่าน มีแค่ฉันหรือเปล่าที่อยากเห็นสองคนนี้แบตเทิลกัน]
[พูดตามตรงนะ ตอนนี้ฉันอยากเห็นเจียงอิ่งแบตเทิลกับ ‘เถ้าแก่ปู’ คนนั้นมากกว่า รู้สึกได้ว่าทั้งสองคนมีสไตล์ฝีปากคล้ายกันเลย]
ในห้องของเจียงอิ่งยังคงดังก้องไปด้วยเพลง ‘โชคดีจงมา’ ที่นักเรียนเสี่ยวกวาตั้งใจเปิดให้ ด้วยความที่เจียงอิ่งขี้เกียจไปปิด เขาจึงเปิดเวยป๋อท่ามกลางเสียงเพลงที่เล่นอยู่ และเป็นไปตามคาด บัญชีของเขาซึ่งใช้สำหรับแอพฯ เถียงกำลังถูกข้อความถล่ม
รายการเรียลลิตี้ที่ฉืออวิ๋นไคเข้าร่วมทำให้คำด่าอันเผ็ดร้อนของ ‘เถ้าแก่ปู’ ถูกนำมาออกอากาศพอดี เนื่องจากวงบอยแบนด์ T.ATW มีความนิยมสูง ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในวงก็ดีเยี่ยม พอฉืออวิ๋นไคเข้าร่วมรายการเรียลลิตี้ คนที่เหลือเลยช่วยกันแชร์เพื่อดึงความสนใจ ทั้งแฟนคลับเดี่ยวและแฟนคลับของวงต่างช่วยกันสนับสนุน รายการจึงได้เรตติ้งที่พุ่งแรงจนน่าทึ่ง
ถึงแม้กู้เว่ยแห่ง T.ATW จะเคยเป็นคู่แข่งของเจียงอิ่ง แต่คู่ปรับยังไงก็คือชีจู๋
ไม่ว่าจะเจอกันที่งานพรมแดงหรือเบื้องหลังรายการ ทั้งสองคนต่างก็มีสีหน้าไม่เป็นมิตรต่อกัน เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าทุกคนเลยรู้กันหมดว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกันนัก ดังนั้นจึงมีบางเรื่องที่จะไม่นำมาพูดอย่างเปิดเผย
กระทั่งหนึ่งบันทึกหน้าจอ หนึ่งรายการเรียลลิตี้ ทำให้ ‘ความบาดหมาง’ ของชีจู๋และเจียงอิ่งถูกเผยออกมา
ด้วยเหตุนั้นไอดีเถ้าแก่ปูที่โด่งดังจากศึกเดียวเมื่อไม่กี่วันก่อนบวกกับผลงานอันยอดเยี่ยมในวันนี้ ในใจของชาวเน็ตหลายคนจึง ‘ฟันธง’ สถานะการเป็นแฟนคลับของชีจู๋ให้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้แฟนคลับของทั้งคู่ก็เชื่อเช่นนั้น
ครั้งล่าสุดที่บัญชีนี้โพสต์บนเวยป๋อคือช่วงวันตรุษจีนที่เจียงอิ่งโพสต์อวดว่าเขาติดสิบอันดับแรกในแอพฯ ตอนนี้ใต้โพสต์เวยป๋อนั้นเต็มไปด้วยคอมเมนต์ต่างๆ มากมาย
[แฟนคลับแอ็กใหญ่ด้อมชีจู๋ เถ้าแก่ปู ขอแค่คุณยินดี พวกเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกัน ดูข้อความส่วนตัวสิ พวกเราส่งรูปของพี่ชายที่แต่งไว้สวยๆ ให้คุณเยอะเลย จากนี้ไปถ้าต้องการอะไรบอกมาได้เลย พวกเราพร้อมที่จะแบ่งปันทรัพยากรครึ่งหนึ่งให้คุณเสมอ]
[หัวหน้าแฟนเบสด้อมชีจู๋ เพื่อนหนุ่ม ไม่มีอะไรน่าอายหรอก รู้สึกว่าคุณจะรักพี่ชายของพวกเราจริงๆ เอาอย่างนี้ไหม ถ้าคุณไม่รังเกียจก็ทิ้งที่อยู่ไว้ได้ พวกเราจะส่งกิฟต์อะเวย์ไปให้สักหน่อย แอบบอกเลยว่าหลายอย่างมีจำนวนจำกัดด้วยนะ]
เจียงอิ่งที่เปิดข้อความส่วนตัว “…”
เขาใช้เวลาตั้งหลายปีในการรวบรวมข่าวดราม่าของชีจู๋ ผลกลับกลายเป็นว่าในวันนี้สารพัดคลิปและภาพถ่ายที่เขาได้รับนั้นมีมากกว่าคลังข้อมูลข่าวดราม่าของเขาเสียอีก
ใครอยากดูภาพกล้ามหน้าท้องสวยๆ ของพี่ชายพวกเธอกัน
ขณะที่เขาคิดจะลบแฟนคลับแอ็กใหญ่ของด้อมชีจู๋ออก หน้าต่างแชต QQ ก็เด้งขึ้นมาก่อน
หัวหน้าห้อง [จิ้มๆ]
หัวหน้าห้อง นายทำอะไรอยู่
คิงเกลอร์ ดูไลฟ์ของพี่ชายฉันอยู่
คิงเกลอร์ [ไดโนเสาร์น้อยเลิกคิ้ว.jpg]
หัวหน้าห้อง อ๋อ
หัวหน้าห้อง งานเลี้ยงคืนนี้ดีมากเลยนะ
คิงเกลอร์ จากสีหน้าของนาย ฉันดูไม่ออกเลยว่ามัน ‘ดี’ ตรงไหน
หัวหน้าห้อง รอยเท้าบนรองเท้าหนังของฉีจวิ้นก็ดีนะ
คิงเกลอร์ พูดอ้อมค้อมอะไรของนาย
คิงเกลอร์ [ไดโนเสาร์เหงื่อแตกพลั่ก.jpg]
หัวหน้าห้อง แอพฯ ที่ติดคำค้นหายอดฮิตคืนนี้น่าสนใจมาก
คิงเกลอร์ ฉันไม่สนใจ
คิงเกลอร์ [ไดโนเสาร์เหงื่อแตกพลั่ก.jpg]
ชีจู๋รู้อะไรมาหรือเปล่า เจียงอิ่งคิดอยู่สักพักก็คลายมือที่เตรียมจะลบแฟนคลับแอ็กใหญ่ของชีจู๋ เรื่องน่าอายแบบนี้จะให้รู้ไม่ได้เด็ดขาด ดูท่าเขาคงต้องแบกรับข้อหาเป็นแฟนคลับด้อมชีจู๋ไปก่อนชั่วคราว
คิงเกลอร์ [จิ้มๆ]
หัวหน้าห้อง ?
คิงเกลอร์ นายทำอะไรอยู่
เหมือนว่าอีกฝ่ายจะยุ่งอยู่ ผ่านไปสักพักถึงได้ส่งข้อความกลับมา
หัวหน้าห้อง อ่านบท รับละครเรื่องใหม่มา
เจียงอิ่งออกจากห้องแชต เพิ่งจะกลับไปดูเวยป๋อก็เห็นว่าแฟนคลับแอ็กใหญ่ของด้อมตัวเองได้ทิ้งคอมเมนต์เศร้าปนแค้นไว้ใต้เวยป๋อของเถ้าแก่ปู
[ภาพเงาจะชอบพี่เจียงอิ่งตลอดไป @เถ้าแก่ปู ไม่เคยมีใครกล้าท้าทายพี่ชายของเราแบบนี้มาก่อน นายจบเห่แล้ว เจียงอิ่งด่านายจนตายแน่]
[หมีหมี่ไม่มีวันยอมแพ้ @เถ้าแก่ปู พวกขี้ประจบ จะรอดูวันที่นายไม่เหลืออะไรนะ]
เจียงอิ่ง “…”
ความรู้สึกแบบนี้ทั้งซาบซึ้งทั้งอัดอั้นตันใจ
ซาบซึ้งเพราะเหล่าภาพเงาด้อมเขาไม่เคยทอดทิ้งกัน อัดอั้นตันใจเพราะ…
ตั้งแต่กินข้าวเมื่อเย็นเขาก็ต้องกล้ำกลืนความคับข้องใจเอาไว้เต็มอก มิหนำซ้ำยังด่ากลับไปทีละคนแบบที่เคยทำตามปกติไม่ได้อีกต่างหาก ตั้งแต่โตมาเขาไม่เคยรู้สึกหงอขนาดนี้มาก่อนเลย
นอกจากนั้นเขายังเห็นด้วยว่าท่ามกลางความคิดเห็นอันแสนอลหม่าน มีแอ็กหลุมของผู้ช่วยเฉินแสดงความเกรี้ยวกราดหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่
[cs1234567 ความผิดของนายเลย! ที่จริงวันนี้ฉันต้องได้เลิกงานก่อนเวลาแท้ๆ ฉัน $&*#$%…]
เจียงอิ่งยังจะพูดอะไรได้อีก เขาเปิดวีแชตขึ้นมาเงียบๆ แล้วส่งอั่งเปาก้อนใหญ่ให้ผู้ช่วยเฉิน
ผ่านไปห้านาทีหน้าจอก็ขึ้นว่า ‘อีกฝ่ายกำลังพิมพ์’ แต่อั่งเปากลับไม่มีความเคลื่อนไหวใด แสดงให้เห็นว่าผู้ช่วยเฉินคงจะสับสนในใจเป็นอย่างมาก
คิงเกลอร์ คุณไม่เอาจริงๆ เหรอ
[อีกฝ่ายรับอั่งเปาของคุณแล้ว]
ผู้ช่วยเฉิน ขอบคุณคุณชายรองเจียง
ผู้ช่วยเฉิน คุณไม่ได้ก่อเรื่องมาใช่ไหม
คิงเกลอร์ แน่นอนว่าไม่
คิงเกลอร์ ถ้าผมไม่ก่อเรื่องก็ส่งเงินให้คุณไม่ได้เหรอ
ผู้ช่วยเฉิน เปล่าๆ ผมแค่คิดว่าคงไม่มีของดีตกลงมาจากฟ้าฟรีๆ หรอก เป็นผมที่คิดมากเอง
เจียงอิ่งในวันนี้ดูเหมือนจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เขากับผู้ช่วยเฉินยังคุยกันไม่ทันจบ พี่ชายของเขาเจียงสวินก็โทรเข้ามา
“นายทำอะไรอยู่” เจียงสวินถาม “งานเลี้ยงจบหรือยัง”
“จบไปนานแล้ว” เจียงอิ่งเอ่ยต่อทันที “ตอนนี้กำลังศึกษาบทละครอยู่ หวังว่าจะช่วยขัดเกลาทักษะการแสดงของผมได้”
เจียงสวินคล้ายจะพอใจไม่น้อย “แม่บอกว่านายคิดได้ก็ดีแล้ว วันนี้ในเน็ตมีคนบอกว่าทักษะการแสดงของบ้านเราอาจจะถ่ายทอดพันธุกรรมแบบข้ามไปรุ่นหลานแทน พ่อโกรธมาก พวกเขาบอกว่านายต้องฮึดสู้หน่อย ทำให้คนพวกนั้นหน้าแตก…”
“แล้วก็แม่บอกว่าเพราะนายเอาแต่มีดราม่าทะเลาะกับคนอื่นได้ทั้งปี แม่เลยถูกคนเขาลากไปด่าถึงอยู่เรื่อย หวังว่านายจะฮึดสู้หน่อยแล้วตั้งใจถ่ายละครซะ”
เจียงอิ่ง “…” เหงื่อตก
“คำตอบของนายล่ะ”
“ผมสัญญาว่าจะตั้งใจถ่ายละคร จะไม่ทำให้ตระกูลเจียงผิดหวังแน่นอนครับ” เจียงอิ่งรับปากอย่างหน้าไม่อาย
“งั้นก็ดี” เจียงสวินพูดต่อไปอีกว่า “ผลการแคสต์บทในละครเรื่อง ‘หิมะมงคล’ ของนายวันนี้ไม่เลวเลยนะ ผู้กำกับและคนเขียนบทพอใจมาก ตัดสินใจกันแล้วว่าตัวละครนี้จะให้นายรับบท”
“บทประพันธ์ต้นฉบับกับทีมผู้สร้างที่ดีขนาดนี้ ให้ดาวดราม่าแบบผมไปแสดง พวกเขาไม่สนใจเรตติ้งแล้วจริงๆ เหรอ” เจียงอิ่งรู้สึกงงงวย
“บริษัทเซ็นสัญญาให้นายไปแล้ว น่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วัน ถึงจะบอกว่าไม่ใช่นักแสดงนำ แต่ตัวละครนี้ก็มีฉากไม่น้อย ความนิยมสูง และยังสำคัญกับเรื่องราวทั้งหมดมากด้วย พอถึงเวลาอย่าลืมมีปฏิสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นด้วยนะ เรื่องรายละเอียดเดี๋ยวผู้จัดการกับผู้ช่วยเฉินจะบอกนายอีกที”
“ผมยังไงก็ได้”
เจียงอิ่งพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ ไม่มีความทะเยอทะยานอะไรเป็นพิเศษ เมื่อมีอะไรเข้ามาก็แค่ยอมรับและอยู่กับมันให้ได้
“งั้นก็ตามนี้นะ” เจียงสวินหมดความอดทน “แล้วก็เพลงจบของละครเรื่อง ‘หิมะมงคล’ เซ็นสัญญากับ T.ATW แล้ว เว่ยเว่ยบอกว่าพอถึงตอนนั้นวงของพวกเขาจะไปเป็นแขกรับเชิญในละครด้วย ต้องไปอยู่ที่กองถ่ายพวกนายสองสามวัน เอาไว้จะไปเล่นกับนาย”
“ว้าว! ตั้งตารอเลย!” เจียงอิ่งเริ่มสนใจงานที่กำลังจะมาถึงขึ้นมาหน่อยแล้ว “ผมพาเว่ยเว่ยของพี่ไปเที่ยวบาร์ได้ไหม”
“อย่าแม้แต่จะคิด” เจียงสวินปฏิเสธ
“ยังไงก็เถอะ มีคนคุ้นเคยก็ดีแล้ว” เจียงอิ่งดีอกดีใจ
ระหว่างนั้นนักเรียนเสี่ยวกวายังคงเล่นเพลงเดิมวนซ้ำอยู่ภายในห้อง “โชคดีจงมา ขอให้โชคดีจงมาหาคุณ โชคดีจะนำพาทั้งความสุขและความรักมา~~~”
“อ้อ จริงสิ” ก่อนวางสายเจียงสวินก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “พูดถึงคนคุ้นเคย ละครเรื่องนี้มีคนคุ้นเคยของนายไม่น้อยเลยนะ ในเมื่อนายตั้งตารอ งั้นก็ตั้งใจแสดงด้วยล่ะ”
“ยังมีใครอีกเหรอ” เจียงอิ่งถามอย่างอารมณ์ดี
“คนเขียนบทเป็นเพื่อนร่วมงานเก่าของแม่ ผู้กำกับเป็นคนรู้จักของพ่อ ส่วนนักแสดงก็คือเหมียวเหยี่ยที่นายเคยจิกกัด ถือว่าเป็นคนคุ้นเคยได้อยู่ สุดท้ายนักแสดงนำน่ะนายเองก็รู้จัก”
“นักแสดงนำคือใคร” สมองของเจียงอิ่งนึกถึงนักแสดงทุกคนที่เขาคุ้นเคย แต่ก็ไม่พบใครที่เหมาะกับละครเรื่องนี้
“พี่ชีของนายไง” เจียงสวินวางสายไปแล้ว
เจียงอิ่ง “???”
ใครนะ
ชีจู๋?
What?!
ภายในห้องตอนนี้เสียงเพลงของนักเรียนเสี่ยวกวาดังขึ้นเรื่อยๆ
“โชคดีจงมา โชคของพวกเราจงมา ต้อนรับโชคดีส่งความรุ่งเรืองแผ่ไปทั่วหนแห่ง!!!”
* จือฮู เป็นแพลตฟอร์มตั้งกระทู้ถาม-ตอบเพื่อแบ่งปันข้อมูลความรู้กัน
โปรดติดตามตอนต่อไป…
Comments
comments
No tags for this post.