ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 7-8 #นิยายวาย – Jamsai
Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 7-8 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 2

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1

ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว

แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน

ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai

ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

– – – – – – – – – – – – – – – – –

Trigger Warning

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน

ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ

เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่

 ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ

สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

– – – – – – – – – – – – – – – – –

บทที่ 7

แอพฯ นี้มันมีญาณทิพย์หรือไงกัน

 

ฉีจวิ้นสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหัวเราะอย่างติดจะกระอักกระอ่วน “แอพฯ นี้มันมีญาณทิพย์หรือไงกัน เราออกก่อนแล้วเปลี่ยนหัวข้อดีไหม”

“ไม่เป็นไรหรอก เถียงได้” เจียงอิ่งพูดหน้าตาเฉย “ไม่มีปัญหา”

ฉีจวิ้น “…”

ไม่จำเป็นหรอก ไม่จำเป็นต้องเอาตามนี้จริงๆ

“หัวข้อพวกนี้มาจากไหนกัน” ฉีจวิ้นสงสัยเล็กน้อย

“เป็นพวกหัวข้อประเด็นร้อนในเวยป๋อกับจือฮู* น่ะ แบบก๊อปมาเลย แอพฯ มันกลัวจดหมายเตือนจากทนาย เลยไม่กล้าตั้งคำถามเกี่ยวกับวงการบันเทิงขึ้นมาลอยๆ ในหมวดให้หัวข้อ” เจียงอิ่งรู้ดี

คู่แข่งที่ระบบจับคู่ให้เจียงอิ่งได้เข้ามาในห้องสนทนาแล้ว คราวนี้ชื่อของฝ่ายตรงข้ามคือ ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ อีกฝ่ายเลือกจุดยืนของตัวเอง นั่นคือคิดว่าการแสดงของเจียงอิ่งก็พอใช้ได้

 

ขนมไหว้พระจันทร์ อยู่ไหม

ขนมไหว้พระจันทร์ [หน้าแดงเด๋อด๋า.jpg]

ขนมไหว้พระจันทร์ ว่ากันตามเนื้อผ้า จริงๆ แล้วการแสดงของเจียงอิ่งก็ไม่เลวนะ คุณอย่าไปดูแต่ส่วนที่ในเน็ตด่าเรื่องการแสดงของเขา ไม่งั้นจะเผลอมีอคติเอาง่ายๆ คุณดูสิ บางจังหวะเขาก็ถ่ายทอดอารมณ์ได้สมจริงมากเลยนะ

เถ้าแก่ปู ???

เถ้าแก่ปู พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก การแสดงของเจียงอิ่งห่วยแบบเป็นที่ประจักษ์จะตายไป

เถ้าแก่ปู [ยิ้ม.jpg]

 

ฉีจวิ้นที่มองอยู่ข้างสนาม “…”

“นี่นายชอบใจอยู่จริงๆ เหรอ” ฉีจวิ้นมองเจียงอิ่งที่มีสีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างงงเป็นไก่ตาแตก

คนบางคนที่ปกติรักแต่ตัวเอง กลับยอมด่าตัวเองเพื่อจะชนะเกมตาเดียวเนี่ยนะ

“ยังไงเขาก็ไม่รู้นี่นาว่าฉันคือเจียงอิ่ง” เจียงอิ่งพูดอย่างเริงร่า

 

เถ้าแก่ปู การแสดงของเจียงอิ่งแย่แค่ไหนน่ะเหรอ ไม่สิ นั่นไม่ใช่การแสดงด้วยซ้ำ เด็กประถมท่องอาขยานยังใส่อารมณ์มากกว่าเขาท่องบทซะอีก

เถ้าแก่ปู พื้นฐานการท่องบทย่ำแย่ไม่พอ ยังเข้าไม่ถึงอารมณ์อีกด้วย คุณรู้ไหมว่าการที่ใส่ชื่อเจียงอิ่งลงในละครแปลว่าจะได้เรตติ้งต่ำ และการมีชื่อเจียงอิ่งพ่วงในหนังก็แปลว่าจะได้บ็อกซ์ออฟฟิศต่ำ ผมพูดแบบนี้คุณเข้าใจหรือเปล่า

เถ้าแก่ปู แค่เพราะพ่อของเขาเป็นราชาภาพยนตร์ ก็อย่าไปคิดว่าการแสดงของเจียงอิ่งจะดีตามไปด้วย เรื่องทักษะการแสดงน่ะบ้านเขาอาจจะถ่ายทอดพันธุกรรมแบบข้ามไปรุ่นหลานแทนก็ได้

ขนมไหว้พระจันทร์

ขนมไหว้พระจันทร์ ไม่เห็นต้องพูดแบบนั้นเลย เจียงอิ่งยังมีแฟนคลับอยู่ตั้งเยอะ…

เถ้าแก่ปู คุณออกนอกเรื่องแล้ว ระบบจะหักคะแนนคุณ การมีแฟนคลับเยอะกับการแสดงแย่มันเกี่ยวอะไรกันด้วยเหรอ จะบอกให้นะ แฟนคลับของเขาก็คิดว่าการแสดงของเขาไม่ได้เรื่องเหมือนกัน เพราะมันแย่จริงๆ แถมเจ้าตัวเองก็ไม่ได้พยายามอะไรเลย มองไม่ออกเลยว่าเขาอยากจะตั้งใจแสดงให้ดีตรงไหน

เถ้าแก่ปู ฉากฝนตกในเรื่อง ‘กระซิบรักปักใจเธอ’ เขาเล่นพลาดจนผู้กำกับอยากจะกุมหัวร้องไห้อยู่รอมร่อ อีกอย่างผมบอกเลยว่าละครทั้งหลายที่เขาเคยเล่นน่ะ พอที่จะเอาไปเลี้ยงกระแสให้แอ็กแซะละครได้เลย มีเวยป๋ออยู่แอ็กหนึ่งที่คอยด่าเขาทุกวี่ทุกวันจนตอนนี้มีผู้ติดตามห้าหมื่นคนแล้ว

ขนมไหว้พระจันทร์ แกแม่งเป็นแอนตี้หรือไงวะ

 

[ประกาศจากระบบ : ผู้ใช้ ขนมไหว้พระจันทร์’ ด่าแม่ของฝ่ายตรงข้ามจะถูกหักคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน หากถูกหักถึง 100 คะแนนบัญชีจะถูกแบน]

[ประกาศจากระบบ : ผู้ใช้ ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ออกจากเกม รอบนี้ เถ้าแก่ปู’ เป็นฝ่ายชนะ]

 

“เถียงตามหัวข้อไม่เห็นยากตรงไหนเลย โหมดอิสระก็ยังสนุกกว่าอยู่ดี” เจียงอิ่งกล่าว

ฉีจวิ้นซึ่งดูมาตลอดทั้งเกมพูดไม่ออก ได้แต่ฝืนใจเอ่ยชมอย่างเสียไม่ได้ว่า “นายนี่เก่งจริงๆ เลย”

“ก็แค่เล่นตามปกติเอง” เจียงอิ่งกล่าวอย่างถ่อมตัว “แล้วฉันก็ไม่ได้พูดอะไรผิดด้วย การแสดงของเจียงอิ่งห่วยแบบเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว”

“นายนี่รู้ตัวเองดีจริงๆ เลยนะ” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในห้อง ชีจู๋เดินเข้าห้องมาแบบไม่มีใครทันสังเกต และในขณะที่เพิ่งจะถอดแว่นกันแดดกับหน้ากากออกก็ได้ยิน ‘คำพูดแกล้งถ่อมตัว’ ของเจียงอิ่งเข้าพอดี

“มีแต่ฉันเท่านั้นที่ว่าตัวเองได้ นายห้ามว่า” เจียงอิ่งคว่ำโทรศัพท์ลงกับโต๊ะเพื่อปิดบังหน้าจอของแอพฯ เอาไว้ ก่อนจะหันไปมองชีจู๋ “ไหนนายว่าจะไม่มา แล้วดึกดื่นป่านนี้ยังจะใส่แว่นกันแดดอะไรอีก”

“นายไม่ได้ถามฉันว่าจะมาไหม และฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่มา” ชีจู๋นั่งลงข้างๆ เจียงอิ่ง “ฉันมันคนดัง เลยต้องระวังตัวตลอด”

“หมายความว่าฉันไม่ดังสินะ ก็จริง ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันแย่ซะขนาดนั้น จะไปกินข้าวด้วยกันได้ยังไง” เจียงอิ่งกล่าว “เราสองคนไม่ควรเกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำ”

“ความสัมพันธ์ของพวกนาย…” ฉีจวิ้นกลืนคำพูดกลับไปกลางทาง ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้คลุมเครือมาโดยตลอด จึงไม่เหมาะที่คนนอกจะไปตัดสิน

เมื่อคนในงานทยอยมาถึงกันจนครบ บทสนทนาของทุกคนก็เริ่มมีจุดโฟกัสขึ้นหน่อย โรงเรียนมัธยมต้นของพวกเขาถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนชั้นนำของเมือง H ผลิตนักเรียนคุณภาพสูงจำนวนมาก แต่จากบรรดานักเรียนในห้องเดียวกัน ตอนนี้เหลือเพียงเจียงอิ่ง ชีจู๋ และฉีจวิ้น สามคนเท่านั้นที่ยังอยู่ในวงการบันเทิง

ครูประจำชั้นมัธยมต้นก็ได้รับเชิญมาเช่นกัน และทันทีที่ครูจางเดินเข้ามาก็เห็นเจียงอิ่งที่นั่งอยู่ข้างใน “กรรมการวินัย?”

“อ้อ จริงด้วย” ฉีจวิ้นนึกขึ้นได้ “ตอนนั้นเจียงอิ่งเป็นกรรมการวินัย เขาเก็บสะสมสมุดบันทึกไว้หลายเล่ม ข้างในจดเรื่องจุกจิกไร้สาระต่างๆ นานาไว้เพียบ ใครคัดลอกการบ้าน ใครงีบในคาบ เขารู้ดียิ่งกว่าครูอีก…บ้าเอ๊ย ตอนนั้นฉันเคยเขียนจดหมายรักให้ผู้หญิงห้องข้างๆ ทุกวัน เรื่องนี้ครูประจำชั้นรู้ได้ยังไงกัน”

“นั่นเป็นหนึ่งในงานอดิเรกไม่กี่อย่างของเขา” ชีจู๋ที่เงียบมาตลอดพูดแทรกขึ้นมาในฉับพลัน

ฉีจวิ้น “?”

บรรยากาศในห้องเรียนของพวกเขาดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้จะไม่เจอกันมานาน แต่ทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกห่างเหินกันเลย ไม่มีใครโอ้อวดความสำเร็จในปัจจุบันของตัวเอง แค่พูดคุยกันถึงเรื่องในอดีตเท่านั้น

“นี่ จำกันได้ไหมตอนที่โรงเรียนไม่อนุญาตให้สั่งดีลิเวอรี่ ตอนนั้นเจียงอิ่งใช้ชื่อชีจู๋สั่ง สุดท้ายก็โดนลงโทษให้ยืนหน้าห้องด้วยกันทั้งคู่”

“ใช่ๆๆ แล้วก็มีอีกครั้งหนึ่งที่เจียงอิ่งอ่านจดหมายสำนึกผิดอย่างกับกำลังแร็พเลยมีคนตะโกนบอกให้เขารีบไปเดบิวต์ซะ”

เจียงอิ่งเอ่ย “เมาแบบนี้ดื่มกันไปขนาดไหนเนี่ย เรื่องมันนานมากแล้วยังจะเอามาล้อฉันอยู่อีก”

เมื่อหัวข้อเปลี่ยนไปประเด็นอื่น เจียงอิ่งก็มองชีจู๋ที่อยู่ด้านข้าง แล้วยิ่งนึกถึงเรื่องที่ตัวเองพยายามจะทวงคืนความเป็นธรรมให้ ‘เถ้าแก่ปู’ จึงทำให้เขารู้สึกคันปากยิบๆ อยากจะยั่วโมโหอีกฝ่ายสักหน่อย

“กินข้าวยังจะเล่นโทรศัพท์อะไรอีก” เจียงอิ่งเลียนแบบน้ำเสียงที่พี่ชายเขามักจะใช้เทศนาคนอื่น “มันมีอะไรน่าดึงดูดนักหนา”

ชีจู๋เงยหน้าขึ้นมองเจียงอิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้ายังคงว่างเปล่า แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความขบขันปนเวทนาเล็กน้อย “มันก็น่าดึงดูดจริงๆ นั่นแหละ น่าสนใจกว่ากินข้าวอีก”

เจียงอิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกลางไม่ดีแปลกๆ “อะไรนะ”

วินาทีต่อมาโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น เฉินซู ผู้ช่วยของเขาโทรมา

เจียงอิ่งยังจำเรื่องที่รับปากกับผู้ช่วยเฉินไว้ก่อนจะออกมาได้ จึงชิงเปิดก่อนว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ผมมาร่วมงานเลี้ยงรุ่นอยู่”

ผู้ช่วยเฉิน “…ผมรู้”

“งั้นมีเรื่องอะไรเหรอ” เจียงอิ่งรู้สึกงงเล็กน้อย ปกติเฉินซูไม่ค่อยโทรหาเขา มีเรื่องอะไรก็คุยกันในวีแชตตลอด ทุกครั้งที่โทรมาหาก็มักจะเป็นเพราะเขาโดนด่าจนขึ้นคำค้นหายอดฮิตทั้งนั้น

“ผมขึ้นคำค้นหายอดฮิตเหรอ” เจียงอิ่งถามหยั่งเชิง

“ฮอตจนเดือดปุดๆ เลยล่ะ” ผู้ช่วยเฉินกล่าว “เรื่องมันยาวขอเล่าให้ฟังแบบสรุปเลยแล้วกัน คืออย่างนี้ เมื่อกี้ฉืออวิ๋นไค แร็พเปอร์วง T.ATW กำลังเข้าร่วมเรียลลิตี้รายการหนึ่ง แล้วเขาจับสลากได้ภารกิจที่ให้ใช้แอพฯ ชื่อ ‘เถียง’ สุ่มจับคู่อีกคนมาเถียงแข่งกัน คุณคงไม่เคยใช้แอพฯ นี้มาก่อนล่ะสิ มันออกมาหลายปีแล้ว เอาไว้ใช้เถียงกันโดยเฉพาะ ผมว่าคนที่ใช้ของแบบนี้คงเป็นประเภทกินดีอยู่ดีเกินไปหน่อย”

เจียงอิ่ง “…”

ผู้ช่วยเฉินดูหัวเสียไม่เบา คำพูดที่หลุดออกมา ยิ่งฟังยิ่งเต็มไปด้วยอารมณ์ “ผมว่าทีมงานรายการก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าหมวดให้หัวข้อวงการบันเทิงที่เพิ่มมาใหม่ในแอพฯ จะมีคำถามอย่าง ‘เจียงอิ่งแสดงห่วยหรือเปล่า’ ฉืออวิ๋นไคเห็นแก่หน้าเพื่อนร่วมวงอย่างกู้เว่ยเลยพยายามที่จะอวยคุณแล้วจริงๆ แต่คู่ต่อสู้ที่เขาเจอแข็งแกร่งเกินไป แถมยังดูเหมือนจะเป็นแอนตี้แฟนของคุณด้วย ด่าคุณแบบไม่ยั้งเลย แล้วเมื่อกี้ช่วงนั้นของรายการก็ถูกถ่ายทอดสดพอดี ตอนนี้ทุกคนเห็นกันหมดแล้ว ไอ้ ‘เถ้าแก่ปู’ นี่ ถ้าผมรู้ว่ามันเป็นใคร ผมจะฆ่ามัน!”

เจียงอิ่ง “…”

“ผมรู้มาตลอดว่าคุณเถียงเก่ง และแฟนคลับของคุณก็เถียงเก่งไม่แพ้กัน แต่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งจะได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้” ผู้ช่วยเฉินถอนหายใจ “ก็ตามนี้แหละ ผมวางสายก่อนนะ จะไปหาคนมาช่วยเคลียร์ข่าวให้คุณหน่อย”

เจียงอิ่ง “…โอเค”

ช่วงนี้เรื่องแอ็กเถียงของเขาดูไปได้ไม่ค่อยสวยเลย แค่เถียงเล่นเฉยๆ ทำไมถึงติดเทรนด์ได้ แถมดันมาเกิดขึ้นเอาตอนนี้อีก

เขายังไม่ทันพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้เป็นแฟนคลับของชีจู๋ก็ดันกลายเป็นแอนตี้ของเจียงอิ่งไปแล้ว

“คิดอะไรอยู่” ชีจู๋โบกมือไปมาตรงหน้าเจียงอิ่ง

“ไม่มีอะไร” เจียงอิ่งได้สติกลับมา

“เห็นคำค้นหายอดฮิตหรือยัง” ชีจู๋ยื่นโทรศัพท์ของตัวเองไปทางเจียงอิ่ง “แอพฯ นี้ดูน่าสนใจดีนะ ฉันว่านายน่าจะชอบ เหมาะกับนายดี นายไม่คิดจะลองติดตั้งดูหน่อยเหรอ”

“ไม่เคยใช้ ไม่ชอบ” เจียงอิ่งหันหน้าหนี

“อ้าว คุณชายรองเจียง นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายเพิ่ง…โอ๊ย!” ฉีจวิ้นที่เหลือบเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของชีจู๋จากหางตาโดนเจียงอิ่งเหยียบเท้าเข้าอย่างจังโดยที่ยังพูดไม่ทันจบ

ช่วงครึ่งหลังของมื้ออาหารเจียงอิ่งเริ่มรู้สึกหมดอารมณ์จะกิน แฟนคลับแอ็กใหญ่หลายคนที่เขารู้จักพากันส่งข้อความร้องไห้คร่ำครวญมาหาเขาไม่หยุด

 

[พี่คะ เถ้าแก่ปู’ นั่นมันด่าพี่ จะมากเกินไปแล้ว]

[ที่พวกเราเป็นแฟนคลับพี่ไม่ใช่เพราะฝีมือการแสดงก็จริง แต่พวกเรารับไม่ได้ที่เขามาว่าพี่แบบนี้]

[พี่คะ ข่าวล่าสุดคือเถ้าแก่ปูเป็นแฟนคลับของบ้านชีจู๋ เป็นพวกเขาจริงๆ ด้วยที่ด่าพี่]

 

“ไอดอลควรอยู่ห่างจากชีวิตของแฟนคลับหน่อยนะ” ชีจู๋พูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย

เจียงอิ่งเหลือบมองชีจู๋อย่างระมัดระวัง รู้สึกว่าตอนนี้หมอนี่กำลังแอบมีความสุขบนความทุกข์คนอื่นอยู่

ในกลุ่มแฟนคลับบนเวยป๋อ มีแฟนคลับแอ็กใหญ่กำลังปลอบใจบรรดาภาพเงา

 

ภาพเงาแฟนแอ็กใหญ่ ไม่เป็นไรนะสาวๆ คนที่ดีแต่ว่าร้ายคนอื่นลับหลังแบบนี้ ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีอะไร ถ้าเก่งจริงก็ออกมาเผชิญหน้ากับพี่เราตรงๆ สิ

[จริงด้วย ฉันว่าเขาต้องโดนเจียงอิ่งของเราอัดให้หนักซะแล้ว]

[พวกบ้านเบสชีจู๋นี่เกินไปจริงๆ]

 

“เอ้า กินน่องไก่สักชิ้นสิ”

“เอ้า กินผักหน่อยสิ” เจียงอิ่งมัวแต่จ้องมือถือจนไม่ได้แตะอาหาร ชีจู๋ก็ทำตัวผิดปกติอย่างการช่วยคีบกับข้าวให้เขาหลายอย่าง แต่ไม่วายฉวยโอกาสเลียนแบบน้ำเสียงก่อนหน้านี้ของเขา เอามาเทศนากลับบ้างว่า “กินข้าวยังจะเล่นโทรศัพท์อะไรอีก”

แม้คำค้นหายอดฮิตนี้จะถูกลบออกไปแล้ว แต่มันก็ยับยั้งจินตนาการอันบรรเจิดของชาวเน็ตไม่ได้ สถานการณ์ยังคงบานปลาย จนเมื่อเจียงอิ่งกลับถึงบ้าน ‘เถ้าแก่ปู’ ก็ถูกชาวเน็ตฟันธงสังกัดแฟนด้อมซะแล้ว มิหนำซ้ำแฟนคลับของเขายังเริ่มทะเลาะกับแฟนคลับของชีจู๋ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ด้วย

“อา นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย” เจียงอิ่งล้มตัวนอนคว่ำลงบนเตียง “น่ารำคาญชะมัด”

ไม่รู้ว่าคีย์เวิร์ดไหนในประโยคของเขาไปกระตุ้นให้ลำโพงอัจฉริยะเริ่มทำงานขึ้นมาอีก ภายในห้องจึงมีเสียงหุ่นยนต์ที่เย็นชาและเสแสร้งของนักเรียนเสี่ยวกวาดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ชีวิตมันสวยงามจะตายไป เจ้านายจะทุกข์ใจไปทำไมกัน เสี่ยวกวาขอเปิดเพลง ‘โชคดีจงมา’ แก่คุณ ขอให้คุณโชคดีทุกวันและยิ้มแย้มได้เสมอ”

หน้าที่แล้ว1 of 2

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 4-6

บทที่ 4 นี่คือมู่ฉางโจวหรือ เฟิงซุ่นอินแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้นางก็แน่ใจว่าใช่มู่ฉางโจวจริงๆ ถ...

community.jamsai.com