ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1
ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว
แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน
ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 17
พวกเขาต้องต่างคนต่างไปไม่ยุ่งเกี่ยวกันแน่นอน
สถิติการต่อสู้ของ ‘เถ้าแก่ปู’ น่าทึ่งจริงๆ เล่นเอาเฉินซูที่กำลังขับรถอยู่เท้ากระตุกจนเผลอเหยียบเบรกอย่างแรง พาให้มือของเจียงอิ่งสั่นจนโทรศัพท์หล่นลงมาอยู่ข้างเท้า
ชีจู๋ซึ่งแต่เดิมดูเหมือนจะพิงกระจกรถหลับไปแล้วก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น และถอดหูฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะมองไปทางเจียงอิ่งอย่างเย็นชา ทำให้เจียงอิ่งรีบเตะโทรศัพท์ไปฝั่งประตูรถอย่างคนกินปูนร้อนท้อง
“ไม่มีอะไรหรอก ฉัน…ว่างๆ ไม่มีอะไรทำเลยดูเวยป๋ออยู่ มีคนอัดไว้น่ะ” เจียงอิ่งกล่าว “นึกว่าจะเป็นคลิปอะไรซะอีก ไม่คิดว่ามันจะเสียงดังขนาดนี้”
“…”
เจียงอิ่ง “ฮะ…ฮ่าๆ”
โชคดีที่แอพฯ โง่นี่ไม่ได้รายงานชื่อไอดีของเขาออกมาด้วย ไม่งั้นตอนนี้เขาคงอธิบายอะไรลำบาก
ผู้ช่วยเฉินเชื่อแล้ว ส่วนชีจู๋ไม่แน่ใจว่าเชื่อหรือเปล่า ฝ่ายนั้นแค่เหลือบมองเจียงอิ่ง ต่อด้วยมองไปยังโทรศัพท์ที่เท้าเขา ก่อนจะใส่หูฟังกลับเข้าไปแล้วพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ เพียงส่งเสียงอือออแล้วหลับตาพักสมองต่อ
เจียงอิ่งจ้องมองชีจู๋อยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งยืนยันได้ว่าหมอนี่ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และหยิบโทรศัพท์ของตัวเองกลับขึ้นมาจากเท้า
ขณะที่เจียงอิ่งกำลังก้มหน้าหาโทรศัพท์ ผู้ช่วยเฉินเหลือบมองกระจกมองหลังแวบหนึ่งและเห็นชีจู๋ยิ้มอยู่พอดี ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคนคนนี้ค่อนข้างคาดเดาได้ยาก
การอัพเดตแอพฯ ที่งี่เง่านี้สมควรได้รับประณามจากผู้เล่นตัวท็อปบนยอดห่วงโซ่อาหาร
เจียงอิ่งเปิดแอพฯ สโตร์ขึ้นมาและมอบคำวิจารณ์ยาวเหยียดให้กับ ‘เถียง’ โดยไม่จำเป็นต้องคิด ถ้อยคำซื่อตรง การเขียนจริงใจ รวมกับการถ่ายทอดอารมณ์แบบจัดเต็ม เพียงพอที่จะด่าลามไปถึงทั้งครอบครัวของผู้วางแผนที่เสนอการอัพเดตนี้ได้เลย
ด้านล่างความคิดเห็นของเขามีข้อความยาวๆ อีกข้อความหนึ่งที่ด่าแบบจัดเต็มเช่นกัน แต่ละคำล้วนคมเฉียบ เห็นก็รู้เลยว่าเป็นผู้เล่นระดับสูง เจียงอิ่งรีบกดไลค์ทันที
นอกจากเสียงเปิดหน้าจอแอพฯ ที่ค่อนข้างตอบสนองความรู้สึกอยากอวดของผู้ใช้งานแล้ว ฟังก์ชันของ ‘เถียง’ ยังมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างอีก เช่น เจียงอิ่งสังเกตเห็นว่าหน้าจอหลักของเขามีฟังก์ชันรับศิษย์เพิ่มเข้ามา ในเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งวัน ‘เถ้าแก่ปู’ ก็ได้รับคำขอเป็นศิษย์ไปแล้วหลายพันข้อความ
[พี่ใหญ่ รับค่าฝึกสอนเถอะ คุณคิดราคาเองเลย]
[เลือกฉันเป็นศิษย์สิ ฉันกตัญญูมากเลยนะ]
[มองฉันสิ! ฉันเป็นแฟนคลับของด้อมชีจู๋ ฉันร่วมด่าเจียงอิ่งกับคุณได้ทุกวันเลยนะ รับรองว่าสุขกายสบายใจแน่นอน]
[พี่ใหญ่! ขอเป็นแนวหน้าคารวะพี่ใหญ่! รับฉันเถอะ แล้วฉันจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก]
เจียงอิ่งเถียงเพื่อความสนุกล้วนๆ ไม่เคยคิดเลยสักครั้งว่าต้องการส่งเสริมทักษะนี้ให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ตอนนี้เขาจึงยังไม่สนใจฟังก์ชันใหม่ที่ว่าและเพิกเฉยต่อคำขอเป็นศิษย์เหล่านั้น นอกจากนี้ ‘เถียง’ ยังได้อัพเดตฟังก์ชันโดเนตเข้ามาด้วย ดูเหมือนว่าแอพฯ นี้จะคว้าโอกาสทางธุรกิจไว้ได้ภายในชั่วข้ามคืน เมื่อเปิดกลไกการโดเนต ผู้ชมสามารถเลือกให้รางวัลผู้ชนะหรือปลอบใจผู้แพ้ก็ได้ ซึ่งนี่จะทำให้ฝ่ายแพ้เจ็บปวดน้อยลงด้วย
แต่เมื่อเล่นมาถึงแรงก์อย่างเจียงอิ่ง การโดเนตก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป ชัยชนะต่างหากสำคัญที่สุด
การโปรโมตแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมกินเวลาตลอดช่วงบ่าย มิหนำซ้ำผู้ช่วยเฉินยังขับรถอ้อมครึ่งเมือง H เพื่อไปส่งชีจู๋อีก กว่าเจียงอิ่งจะถึงบ้านฟ้าก็มืดแล้ว
การไลฟ์ช่วงบ่ายของพวกเขาได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีการพูดถึงมากมายบนเวยป๋อ เนื่องจากละครกำลังจะเริ่มถ่ายทำ หัวข้อที่ทุกคนคุยกันส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับผลงาน แต่ก็ไม่วายมีคนคุยกันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเจียงอิ่งกับชีจู๋
[เรื่องนี้มันมีอะไรให้คุยด้วยเหรอ ถ้าถามก็ความสัมพันธ์ย่ำแย่ไง]
[ปกติเวลาเห็นแฟนคลับสองด้อมทะเลาะกันก็รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาแย่มากจริงๆ แต่พอดูไลฟ์สดแล้วกลับรู้สึกว่าน่าจะไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันดูแอบแปลกๆ ยังไงชอบกล ถึงฉันจะยังไม่เข้าใจก็เถอะว่าความ ‘แปลก’ แบบนี้มันมาจากไหน]
[พูดตามตรงฉันก็แอบงงหน่อยๆ เหมือนกัน ตอนที่เจียงอิ่งหลับ ชีจู๋ดูเหมือนจะช่วยพูดอะไรแทนอยู่ ไม่รู้ว่าพวกเธอสังเกตเห็นหรือเปล่า แต่เขาบอกว่าสาเหตุเป็นเพราะตัวเองมาสาย]
[นั่นเป็นเพราะพี่ชายของเราเป็นคนถ่อมตัวและมีมารยาท ไม่หน้าด้านเหมือนคนบางคน เขาทั้งคู่ต่างก็คอยแซะอีกฝ่ายตลอดทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เพราะงั้นอย่าคาดหวังว่าพวกเขาสองคนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลย]
[พวกเธอไม่สนใจเรื่องคำเรียกจริงๆ เหรอ มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่คิดว่าการที่เจียงอิ่งเรียกเขาว่า ‘หัวหน้าห้อง’ มันดูมีอะไรน่ะ]
บทละครของ ‘หิมะมงคล’ น่าศึกษาจริงๆ เจียงอิ่งใช้เวลาอ่านมันกว่าครึ่งคืน กระทั่งเริ่มปวดตาถึงได้ยอมวางลง ระยะนี้เวลาในการทะเลาะกับคนอื่นของเขาขาดแคลนอย่างรุนแรง ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าแต่ก่อน
พอเปิดแอพฯ ขึ้นมา เขาก็ได้รับข้อความแชตจากเพื่อนอย่าง ‘sunny’
เถ้าแก่ปู เล่นสักตาไหม
sunny ไม่ ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีสุดๆ รู้สึกหดหู่มาก
เถ้าแก่ปู เป็นอะไรไป
sunny นายเห็นการอัพเดตหรือยัง ฟังก์ชันห่วยๆ นี่งี่เง่าสิ้นดี ฟังก์ชันที่มีระบบเสียงประกาศสถิตินั่น
เถ้าแก่ปู ฉันก็คิดเหมือนกัน
sunny อัตราการชนะของฉันดันมีแค่ 95% ฉันปวดใจมาก นับจากวันนี้ฉันจะพยายามต่อไป ไม่ให้พ่อแม่ต้องผิดหวัง และพยายามเถียงให้ได้คะแนนที่ดีกว่านี้
เถ้าแก่ปู ???
เถ้าแก่ปู [ยิ้ม.jpg]
เถ้าแก่ปู วิธีการพูดจาของเธอเหมือนพวกคนเรียนเก่งแอ๊บห่วยเลย
ผู้ใช้หลายคนพากันแชร์สถิติลงบนเวยป๋อ ซึ่งเจียงอิ่งเองก็รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย แต่พอคิดถึงผลที่แอพฯ รายงานบนรถเมื่อเย็นแล้ว เขาก็ตัดสินใจไม่ทำ
เขาเปลี่ยนกลับไปใช้บัญชีเวยป๋อแอ็กหลัก และพบว่าแฟนคลับของตัวเองกับแฟนคลับของชีจู๋ ไม่รู้เป็นไงมาไงถึงได้ไปทะเลาะกับขาจรอีก หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงรู้ว่าเป็นเพราะวิธีที่พวกเขาสองคนเรียกกันระหว่างไลฟ์สดช่วงบ่าย
เจียงอิ่งมีคำเรียกชีจู๋อยู่แค่ไม่กี่แบบ เขาเองก็เรียกจนชินและไม่คิดว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ชาวเน็ตกลับมองว่ามันแปลก
[ความสัมพันธ์คงไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก แฟนคลับนั่นแหละเอาแต่มโนกันไปเอง ดูเหมือนก็โอเคอยู่นะ]
[ฉันก็คิดว่าโอเคอยู่เหมือนกัน สัญชาตญาณบอก]
[ดั่งเงาที่เดินละเมอไล่ตามแสง ไม่จำเป็น ไม่จำเป็นจริงๆ ประเมินแล้วว่าพี่เจียงอิ่งแค่สะลึมสะลือเฉยๆ พวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แค่เพื่อถ่ายละครด้วยกันก็ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลย ไม่เห็นเหรอว่าทั้งคู่เขาต่างคนต่างอยู่ก็ปังอยู่แล้วน่ะ]
[เป้ยเป้ยอยากกินเนื้อตากแห้ง เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่จำเป็นต้องดึงพวกเราสองด้อมมารวมกัน เราทั้งคู่ไม่มีใครจำเป็นต้องอาศัยความนิยมของอีกฝ่าย]
[เป้ยเป้ยอยากกินเนื้อตากแห้ง ขอแนะนำขาจรทุกคนว่าอย่าหลงกลไปกับภาพความปรองดองภายนอก พวกเขาทั้งคู่ฉลาดแกมโกง นี่เป็นแค่มารยาทที่ควรมีเวลาไลฟ์เฉยๆ เชื่อฉันเถอะ พวกเขาสองคนต้องต่างคนต่างไปไม่ยุ่งเกี่ยวกันแน่นอนหลังจากไลฟ์ช่วงบ่ายเสร็จ]
เป็นเรื่องยากที่แฟนคลับของทั้งสองด้อมจะเห็นพ้องต้องกัน แล้วดันมาเป็นเรื่องอะไรทำนองนี้เสียได้ เจียงอิ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขากดไลค์คอมเมนต์ยอดนิยมของทั้งสองด้อมและกำลังจะเข้าร่วมสนุกด้วย แต่ดันเห็นเข้าเสียก่อนว่าเมื่อกี้เพื่อนร่วมชั้นมัธยมต้นอย่างฉีจวิ้นเพิ่งลงโพสต์หนึ่งบนเวยป๋อ เกี่ยวกับงานเลี้ยงรุ่นมัธยมต้นของพวกเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ประธานเสี่ยวฉีแห่งสื่อเผือกหมดเปลือก ช่วงนี้ยุ่งมากจนเกือบลืมโพสต์รูปงานเลี้ยงรุ่นเลย ได้นั่งข้างอดีตหัวหน้าห้องกับอดีตกรรมการวินัย ความกดดันยังรุนแรงเหมือนเดิมเลย ฮ่าๆๆๆ
[รูปภาพ] [รูปภาพ]
บทที่ 18
คุณเถียงติดต่อกันมา 197 นาทีแล้ว
ไม่เพียงแค่นี้ ฉีจวิ้นยังมีรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย เขาเอารูปงานเลี้ยงรุ่นไปใส่เทมเพลตเพื่อทำเป็นคลิปสไตล์เชยๆ รูปแค่รูปเดียวกลับโผล่ซ้ำไปซ้ำมาในบล็อกสีฉูดฉาด
ประธานเสี่ยวฉีแห่งสื่อเผือกหมดเปลือก มิตรรักทุกท่าน ถ้าชอบก็กดไลค์เลย แล้วจะพาย้อนความทรงจำไปยังช่วงวัยรุ่นของฉัน
[คลิปสั้น]
บริษัทของประธานเสี่ยวฉีจะบอกว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะบอกว่าเล็กก็ไม่เล็ก แต่ก็เซ็นสัญญากับดาราในวงการไปไม่น้อย พอเวยป๋อนี้ถูกโพสต์ ทุกคนเลยกดไลค์เป็นน้ำใจไปก่อนแล้วถึงจะเริ่มดูรูปภาพ
เวยป๋อของฉีจวิ้นแพร่กระจายไปในวงเล็กๆ ทั้งแบบนี้ ความคิดของทุกคนที่เห็นเวยป๋อก็คือ…
[ประธานเสี่ยวฉีเลิกกินได้แล้ว ในนี้คุณอ้วนสุดแล้ว]
[พี่ฉี ตอนคุณแต่งรูป อย่าเติมบลัชออนสองปื้นให้ตัวเองจะได้ไหม [หัวเราะทั้งน้ำตา.jpg] ]
[ประธานฉี รอบหน้าอย่านั่งถ่ายรูปกับคนหน้าตาดีเลย ถ่ายออกมาแล้วหมอง]
[หืม? ห้องนี้เหมือนจะเจ๋งมากเลยนะ ฉันเห็นเจ้าพ่อแวดวงธุรกิจตั้งหลายคน จะว่าไปคนสองคนที่อยู่ข้างประธานเสี่ยวฉีดูคุ้นตาจัง ฉันเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ]
[เดี๋ยวนะ ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า ทำไมรู้สึกว่าคนนั้นเหมือนเจียงอิ่งเลย]
[เชี่ยๆๆ นั่นไม่ใช่ชีจู๋เหรอ เกิดอะไรขึ้น]
แฟนคลับของเจียงอิ่งและแฟนคลับของชีจู๋ที่เมื่อครู่เพิ่งร่วมมือกันเถียงกับขาจร ???
ไหนบอกว่าต่างคนต่างไปไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ไหงพวกคุณถึงมากินข้าวร่วมกันได้เล่า
[ฟังจากคำพูดของประธานฉี พวกเขาสองคนเหมือนจะเป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้นนะ ไม่งั้นจะมาอยู่ด้วยกันได้ยังไง]
[ไขคดีได้แล้วว่าทำไมเจียงอิ่งถึงเรียกชีจู๋ว่า ‘หัวหน้าห้อง’ ที่แท้เมื่อก่อนพวกเขาอยู่ห้องเดียวกันนี่เอง ทำไมไม่เคยได้ยินใครพูดถึงเลยล่ะ]
[เพราะปกติพวกเขาดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ติดต่ออะไรกันหรือเปล่า ถ้าจะขุดก็คงไม่น่าจะขุดเรื่องสองคนนี้ด้วยกัน]
[ดังนั้นเมื่อกี้ก็มีคนพูดถูกสินะ สองคนนี้ก็สามารถอยู่ด้วยกันดีๆ ได้ ไม่เห็นจะต้องคิดว่ามันแย่ขนาดนั้นเลย]
ฉีจวิ้นผู้หวนนึกถึงช่วงเวลาวัยเยาว์ของตัวเองนอกเวลางาน ขณะกำลังตัดพ้อกับแมวที่บ้านถึงวัยเยาว์ซึ่งผ่านพ้นไปแล้วก็ได้รับข้อความวีแชตที่เจียงอิ่งส่งมา
คิงเกลอร์ นายกำลังทำอะไร
คิงเกลอร์ [กระต่ายพร้อมเครื่องหมายคำถาม.jpg]
ฉีจวิ้น ระลึกถึงช่วงมัธยมต้นที่ผ่านไปแล้วไม่ย้อนกลับมาอีกของฉัน
คิงเกลอร์ นายนี่เลือกเวลาได้ดีจริงๆ นะ
คิงเกลอร์ นายคิดถึงช่วงเวลานั้นมากเลยเหรอ
ฉีจวิ้น เอาจริงนะ ไม่ค่อยอะ
ฉีจวิ้น ฉันไม่อยากสัมผัสถึงภาพฉากนั้นอีกแล้ว ฉันสอบได้คะแนนแค่เศษเสี้ยวของคนอื่น ตอนที่กำลังท้อแท้สิ้นหวังยังได้ยินคนสองคนที่อยู่ข้างหลังกำลังเอาคะแนนมาเปรียบเทียบกันทีละข้อๆ อีก
ฉีจวิ้น พูดตามตรงนะ ฉันยังฝันถึงความสิ้นหวังนั้นบ่อยๆ อยู่เลย
ประธานเสี่ยวฉียังคงหวนนึกถึงผลคะแนนการสอบเข้ามัธยมปลายอันเละเทะของเขาต่อไป ส่วนทางเจียงอิ่งก็กลับเข้ามาในเวยป๋อ ภายในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ชาวเน็ตได้แสดงความรู้สึกตื่นตะลึงของพวกเขาออกมาอย่างเต็มที่
#ชีจู๋ เจียงอิ่ง เพื่อนร่วมชั้นเรียน#
การถกเถียงกันด้วยประเด็นดังกล่าวค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น
[ไม่ถูกสิ ฉันจำได้ว่าช่วงมัธยมปลายชีจู๋ไปเรียนเมืองนอกตั้งสองปีไม่ใช่เหรอ ทำไมเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันได้]
[นี่เป็นงานเลี้ยงรุ่นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมต้นของพวกเขานะ]
[ไม่อยากจะเชื่อ ก่อนหน้านี้มีคนเสนอให้พวกเขาสองคนถ่ายละครด้วยกันฉันก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลย นี่พวกเขาสองคนถึงกับเรียนห้องเดียวกันสมัยมัธยมต้นด้วย]
[โห่วลาโห่วลา ทุกคน ฉันเจอสิ่งที่น่าสนใจมากๆ อย่างหนึ่ง]
[ต้นไม้โชคลาภต้นหนึ่ง ไม่ต้องเกริ่น พูดมาเลย]
[โห่วลาโห่วลา พวกเธอสังเกตกันไหมว่าบนรูปของประธานเสี่ยวฉีมีเวลาที่ถ่ายด้วย เวลาในรูปนี่มันแปลกๆ ไปหน่อยนะ สองชั่วโมงก่อนในช่วงเวลานี้ ‘เถ้าแก่ปู’ ที่เป็นผู้เล่นแรงก์คิงของแอพฯ ‘เถียง’ กำลังด่าเจียงอิ่งอย่างเจ็บแสบในโหมดจับคู่ แถมก่อนหน้านี้ไม่นาน ‘เถ้าแก่ปู’ ยังเพิ่งจะพูดอวยชีจู๋แบบเว่อร์วังไปด้วย]
[อ่านออกเสียงและท่องบททั้งหมด ถ้าเธอไม่พูดฉันก็ไม่สังเกตจริงๆ นะเนี่ย อึ้งไปเลย ฉันนึกขึ้นมาได้แล้วว่าวันนั้นในเวลานั้นทั้งสองด้อมทะเลาะกันอยู่ ทุกคนต่างก็คิดว่าตอนเจอกันคราวหน้าสองคนนี้คงได้ตีกันแหง ที่ไหนได้ทั้งสองคนดันนั่งกินข้าวด้วยกันเนี่ยนะ?]
[tan90 เพราะ ‘หิมะมงคล’ จะถ่ายทำแล้วเลยเริ่มกระแสเหรอ]
[ดั่งเงาที่เดินละเมอไล่ตามแสง @tan90 สร้างกระแสแม่แกสิ อย่าเอะอะอะไรก็หาว่าสร้างกระแสได้ปะ พวกเราก็ตกใจมากเหมือนกันโอเคไหม พี่ของพวกเราเมื่อกี้ยังกินเผือกกดไลค์อยู่เลย ตอนนี้เขาหายตัวไปแล้ว คงจะกำลังตกใจอยู่]
เจียงอิ่งหมดคำพูดเช่นกัน แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดไปแล้วก็ถือซะว่าหาเรื่องสนุกให้ชาวเน็ตแล้วกัน เขาเอนพิงหัวเตียงพลางไถคอมมิวนิตี้ในแอพฯ ‘เถียง’ ตามปกติ แล้วก็พบว่าช่วงนี้แอพฯ กำลังกอบโกยเงินอย่างบ้าคลั่ง แถมยังดีลร่วมมือกับแอพฯ ออกกำลังกายด้วยการระบุในประกาศว่าอยากให้ผู้ใช้งานทุกคนมีสุขภาพที่ดีขณะใช้งาน
เรื่องนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับเจียงอิ่งมากนัก วันนี้เขาไม่ค่อยสนใจการเถียงออนไลน์เท่าไร ดังนั้นสายตาจึงเบนไปที่นักเรียนเสี่ยวกวาลำโพงอัจฉริยะที่วางไว้ข้างเตียง
“เสี่ยวกวา?” เจียงอิ่งลองพูดคำสั่งเสียง
นักเรียนเสี่ยวกวารีบส่งเสียงทันที “อยู่จ้า ตอนนี้เวลายี่สิบสามนาฬิกา ห้าสิบห้านาที คุณภาพอากาศดี การนอนเร็วตื่นเช้าช่วยให้มีสุขภาพที่ดี เสี่ยวกวาขอมอบบทเพลงกล่อมนอน ‘แม่น้ำแห่งรัก’ เวอร์ชั่น DJ ให้กับคุณ”
เจียงอิ่ง “?”
เจียงอิ่ง “ไม่ฟัง หุบปาก”
นักเรียนเสี่ยวกวา “ในเมื่อคุณไม่มีเรื่องอะไรแล้วเรียกฉันทำไม”
เจียงอิ่ง “ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่รู้นะว่าแกเจ้าอารมณ์ไม่เบา”
เจียงอิ่ง “มาเล่าข่าวดราม่าของชีจู๋ให้ฟังหน่อยสิ”
นักเรียนเสี่ยวกวา “…อันนี้ไม่มี จะสุ่มเปิดเพลงให้คุณฟังแล้วกัน”
เพราะเพลงกล่อมนอนเพลงสุดท้ายที่เจ้าเอไออ๊องเปิดให้ฟังมันน่าตกใจเกินไป เจียงอิ่งเลยนอนไม่หลับอีกแล้ว วันต่อมาเมื่อผู้ช่วยเฉินมาหาที่บ้านเพื่อนำตัวคนไปที่กองถ่าย พอเปิดประตูจึงได้เห็นเจียงอิ่งในสภาพอ่อนล้า
“ช่วงนี้คุณกดดันมากไปหรือเปล่า” ผู้ช่วยเฉินถามเขาอย่างระมัดระวัง “บทละคร ‘หิมะมงคล’ เข้าใจยากเหรอ”
“ก็พอได้อยู่” เจียงอิ่งง่วงสุดๆ
พอเริ่มต้นวันใหม่เจียงอิ่งจำเป็นต้องหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นเพื่อให้ตัวเองสดชื่นขึ้น ดังนั้นตั้งแต่ที่เขาขึ้นรถมาจนถึงช่วงลองแต่งหน้าแต่งตัวในกองถ่าย เขาจึงเถียงในหมวดอิสระไปสองรอบ หมวดให้หัวข้อหนึ่งรอบ โดยมีเนื้อหาของหัวข้อคือตกลงว่าเอไออัจฉริยะบางอันมันอ๊องหรือเปล่า
ตอนที่ชีจู๋เดินเข้ามาในห้องแต่งหน้า เจียงอิ่งกำลังก้มหน้าดูโทรศัพท์ ส่วนผู้ช่วยเฉินนั้นไม่อยู่
ช่างแต่งหน้าคุ้นเคยกับชีจู๋ พอเห็นเขาเข้ามาก็รีบเรียกให้มาช่วย
“อาจารย์ชีมาพอดีเลย ช่วยยึดโทรศัพท์ของเขาให้หน่อยสิ” ช่างแต่งหน้าหันมาพูดกับเจียงอิ่ง “หลับตาสิหลับตา เด็กคนนี้นี่เล่นโทรศัพท์ไม่ลืมหูลืมตาเลย”
เจียงอิ่งเพิ่งจะแข่งเสร็จไปตาหนึ่ง ส่วนผลสรุปคะแนนเขาขี้เกียจจะดูแล้ว เลยปิดหน้าจอโทรศัพท์ส่งให้ให้ชีจู๋ก่อนจะหลับตาอย่างว่าง่าย แต่ปากกลับไม่หยุดไปด้วย “พี่สาว อาจารย์ชีแก่กว่าผมแค่ปีเดียว ถ้าตามที่พี่ว่าเขาก็ยังเป็นเด็กนะ”
“เลิกพูดมากได้แล้ว” พี่สาวช่างแต่งหน้าเป็นพวกอารมณ์ฉุนเฉียว “ใครมันจะไปเหมือนนายที่แทบจะสิงอยู่ในโทรศัพท์แล้ว ไม่รู้ว่ายุ่งอะไรนักหนา”
“ช่วงนี้ตั้งใจหน่อยสิ ตั้งใจอ่านบทให้มันดีๆ” ชีจู๋นั่งลงบนโซฟาข้างๆ คว่ำหน้าโทรศัพท์ของเจียงอิ่งไว้บนโต๊ะแล้วมองช่างแต่งหน้าเซ็ตเครื่องสำอางให้เจียงอิ่ง “ผู้กำกับเขาเคร่งมาก ระวังจะโดนด่าเอา”
เจียงอิ่งถูกช่างแต่งหน้ากดตัวไว้เพื่อแต่งหน้า ไม่สะดวกจะเปิดปากจึงได้แต่ส่งเสียงฮึมฮัมสองสามประโยคแบบไม่แคร์เลยสักนิด คุณช่างแต่งหน้าฟังไม่เข้าใจ แต่ชีจู๋ที่อยู่ข้างๆ กลับหัวเราะออกมา “รอบนี้ไม่เหมือนกัน ถ้านายแสดงไม่ดี ฉันจะด่านายเป็นคนแรก”
เจียงอิ่ง “…”
“อาจารย์ชีดูซิว่าลุคนี้ใช้ได้ไหม” ช่างแต่งหน้ามองเจียงอิ่งซ้ายทีขวาที ก่อนจะหันไปถามความเห็นของชีจู๋
“ดีมากครับ แต่ว่าช่วงท้ายตอนที่นิสัยของตัวละครเริ่มเปลี่ยนไปยังต้องปรับอีก” ชีจู๋เอ่ย
เมื่อเจียงอิ่งหลุดพ้นจากกรงเล็บมารของช่างแต่งหน้ามาได้ก็รีบคว้าโทรศัพท์ของตัวเองคืนไปทันที นิ้วมือปลดล็อกในชั่วพริบตา เขาลุกขึ้นเตรียมอ้าปากเถียงชีจู๋กลับ “นายคิดว่า…”
ทว่าขณะที่เขาปลดล็อกลายนิ้วมือโดยไม่ได้ตั้งใจ ขั้นตอนในการสรุปผลการต่อสู้ก่อนหน้านี้เลยดำเนินการต่อทันที แล้วฟังก์ชันที่แอพฯ ‘เถียง’ ไปร่วมมือกับแอพฯ ประเภทออกกำลังกายบางแอพฯ ก็เปิดปากพูดก่อนเขาว่า “คุณเถียงติดต่อกันมาหนึ่งร้อยเก้าสิบเจ็ดนาทีแล้ว ลุกขึ้นมาออกกำลังกายสักหน่อยสิ สู้ๆ น้า~~”
โปรดติดตามตอนต่อไป…
Comments
comments
No tags for this post.