ทดลองอ่าน เซียมซีทายรัก บทที่ 1 – หน้า 8 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เซียมซีทายรัก บทที่ 1

8 of 8หน้าถัดไป

อาเหม่าเป็นคนละเอียดรอบคอบเสมอ นางสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของเซี่ยฟั่ง จึงรีบก้าวเข้าไปถาม “พ่อบ้าน ท่านเป็นเช่นไรบ้าง”

เซี่ยฟั่งขมวดคิ้วส่ายหน้า เพียงแค่กำมือทั้งสองข้างแน่นเหมือนกับ…ทันใดนั้นอาเหม่าก็เข้าใจ นางคว้ามือของเขามาพลิกดู ก็พบว่าฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างนั้นถลอกจนเลือดออกเนื่องจากเสียดสีกับสายบังเหียน

ฉินโหยวร้องอุทานด้วยความตกใจ “เลือด! เลือด! พี่เซี่ยบาดเจ็บ!”

เซี่ยฟั่งมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ฉินโหยวอ้าปากจะโหวกเหวกต่อชะงักกึกทันที อาเหม่าเอ่ยถามเขา “คุณชายฉิน เรือนท่านมีหมอหรือไม่”

“มีๆ”

“เช่นนั้นพวกเราไปหาเขากัน”

“วันนี้เขาไม่อยู่ ออกไปข้างนอกแล้ว”

แม้แต่อาเหม่าที่นิสัยอ่อนโยนก็ยังเกือบหลุดปากต่อว่าฉินโหยวไป นางเหลียวมองโดยรอบ แล้วก็ย่างสามขุมไปในพงหญ้า นั่งลงถอนหญ้ามาหนึ่งกำมือ ขณะเดินย้อนกลับมาก็นำหญ้าในมือเข้าปากเคี้ยวไปด้วย

กลิ่นเขียวของหญ้าฉุนจนคอของนางขมฝาด ทำได้เพียงอดทนกับกลิ่นจนเคี้ยวแหลกแล้ว นางก็คายออกมาพอกบนฝ่ามือของเซี่ยฟั่ง หยิบผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อ พันแผลบนมือข้างหนึ่งไว้ ทว่าผ้าเช็ดหน้ามีเพียงผืนเดียว ไม่รอให้นางเอ่ยปาก ชุ่ยหรงที่ตระหนกตกใจจนนิ่งอึ้งอยู่อีกทางก็รีบยื่นผ้าเช็ดหน้าของตนเองให้เขาพันแผล

บาดแผลที่พอกยาสมุนไพรแล้วปวดแสบเสียยิ่งกว่าเมื่อครู่ ทว่ามันกลับมีฤทธิ์ในการห้ามเลือดอย่างดีเยี่ยม ยามนี้เลือดก็หยุดไหลแล้ว อีกทั้งความเจ็บปวดก็ค่อยๆ ทุเลาลง

“ทำเช่นนี้ไปก่อนแล้วกัน รอกลับเข้าเมืองแล้ว ท่านค่อยไปที่ร้านขายยา” เนื่องจากอาเหม่าเคี้ยวหญ้าไปเป็นกำราวกับวัว เศษและน้ำของหญ้ายังหลงเหลือค้างอยู่ในปาก รสขมเฝื่อนจนลิ้นชา นางยกมือปิดปากกล่าวอย่างยากลำบาก “ข้าขอไปบ้วนปากก่อน…”

กลิ่นเขียวสดของหญ้าคละคลุ้งเกินไป จนมีกลิ่นโชยออกมาด้วยแม้กระทั่งยามที่นางพูดจา ฉินโหยวมองอาเหม่าที่วิ่งออกไป ไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรดี “สาวใช้คนนี้สุขุมดี…ไยในเรือนข้าจึงไม่มีสาวใช้ที่คล่องแคล่วเช่นนี้บ้าง”

ฉินโหยวกล่าวพึมพำ เขาเหลือบมองเซี่ยฟั่ง เมื่อเลื่อนสายตาลงมองฝ่ามือของอีกฝ่ายแวบหนึ่งแล้วก็มิได้ปริปากใดๆ ก่อนจะผละไปดูม้าของสกุลหาน

ม้าสงบลงแล้ว มันนั่งกับพื้นพิงเสาพลางอาเจียนฟองน้ำลายสีขาวออกมา เมื่อฉินโหยวสำรวจอย่างละเอียดแล้วจึงหันไปกล่าวกับเซี่ยฟั่ง “ม้ากินของไม่สะอาดเข้าไป เพียงแต่ไม่รู้ว่าของนี้เป็นมันกินเองหรือมีคนจงใจป้อนมัน แต่พิษนี้ไม่ถึงขั้นเอาชีวิตมัน พอฤทธิ์ยาเจือจางมันก็หายคลุ้มคลั่งแล้ว”

เสี่ยวลิ่วขนลุกชัน “นี่ถ้าตอนนั้นนายท่านอยู่บนรถ ก็คง…”

“ชู่!” ชุ่ยหรงถลึงตาจ้องเขา “พูดไม่เป็นมงคล ฟังแล้วเหมือนมีคนปองร้ายนายท่าน”

เสี่ยวลิ่วเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองกล่าวคำเป็นลางร้ายไปจึงรีบหุบปากทันที เซี่ยฟั่งเหลือบตาขึ้นมอง คล้ายกำลังครุ่นคิด ก่อนกล่าวว่า “พวกเจ้าไปรายงานนายท่านก่อน เดี๋ยวข้าขอดูที่นี่อีกที”

เสี่ยวลิ่วกับชุ่ยหรงพอได้ยินเช่นนั้นก็ไม่อยากอยู่ต่อ ต่างพากันวิ่งออกจากคอกม้าไป

รอพวกเขาออกไปไกลแล้ว เซี่ยฟั่งจึงเอ่ยปาก “ม้าถูกพิษอะไรหรือ”

“เหมือนจะไม่ใช่หญ้าพิษที่ปนมากับหญ้าของม้าโดยไม่ทันระวัง ต้องเป็นพิษที่มีคนเจตนาป้อน เพราะฉะนั้น…คนผู้นั้นต้องเป็นคนที่ม้าคุ้นเคย มิฉะนั้นมันคงไม่ยอมกิน ม้าเป็นสัตว์ฉลาด มันไม่โง่ ถ้าเจ้าอยากตามหาคนที่วางยาพิษ หาจากในกลุ่มคนใกล้ชิดก็ได้เรื่องแล้ว” ฉินโหยวผ่อนน้ำเสียงเนิบช้า ไร้ซึ่งความแข็งกร้าวอย่างก่อนหน้านี้ “มือเป็นอะไรมากหรือไม่”

เซี่ยฟั่งก้มมองฝ่ามือตนเอง โลหิตผสมปนเปกับสีของหญ้าสมุนไพรจนกลายเป็นสีม่วงดำแปลกประหลาด ราวกับเขาเป็นคนที่ถูกยาพิษ

“ไม่เป็นไร ข้าขอกลับไปโถงใหญ่ก่อน”

“ได้” ขาดคำฉินโหยวก็เรียกเขาอีก พลางเอ่ยถาม “เอ่อ เดี๋ยวก่อน สาวใช้คนเมื่อครู่นี้ชื่ออะไร”

เซี่ยฟั่งนิ่งงันเล็กน้อย เขามองประกายที่ฉายในดวงตาของเด็กหนุ่มก่อนเอ่ยตอบ “อาเหม่า”

 

 

* หมัวมัว เป็นคำเรียกหญิงสูงวัย มีความหมายหลากหลาย ทั้งย่า ยาย แม่นม ป้า และยังเป็นคำเรียกหญิงรับใช้อาวุโสในเชิงยกย่อง รวมถึงนางข้าหลวงอาวุโสในวังด้วย

* สามคนกลายเป็นเสือ เป็นสำนวน หมายถึงข่าวลือหรือความเท็จเมื่อถูกพูดออกไปมากๆ เข้าก็จะทำให้คนเข้าใจผิดว่าเรื่องที่ได้ยินนั้นเป็นเรื่องจริง

* ยามเหม่า คือช่วงเวลา 05.00 น. ถึง 07.00 น.

* หมอนปักลายเป็นคำอุปมาที่หมายถึงภายนอกดูดีแต่ความจริงไม่มีความรู้ความสามารถ เหมือนกับหมอนปักลายที่ภายนอกดูงดงาม แต่ภายในมีเพียงนุ่น

* ชั่วยาม เป็นหน่วยนับเวลาของจีนในสมัยโบราณ เท่ากับ 2 ชั่วโมง

8 of 8หน้าถัดไป

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 6

บทที่ 6 เสิ่นฮูหยินเห็นภาพเหตุการณ์นี้แล้วก็ตกใจ พอเห็นเสิ่นหุยยืนขึ้นก็คิดจะปกป้องบุตรสาวคนเล็กที่อ่อนแอผู้นี้ จึงยืนขึ...

community.jamsai.com