ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 4-6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 4-6

หน้าที่แล้ว1 of 10

บทที่ 4

นี่คือมู่ฉางโจวหรือ

เฟิงซุ่นอินแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้นางก็แน่ใจว่าใช่มู่ฉางโจวจริงๆ

ถึงแม้จะแทบไม่เคยคุยกับเขา แต่เฟิงซุ่นอินเคยได้ยินเสียงเขาสนทนากับผู้อื่นหลายครั้ง เสียงนี้แม้จะทุ้มต่ำและหนักแน่นขึ้นมาก แต่น้ำเสียงยังคงนุ่มนวลมั่นคงไม่เปลี่ยน เป็นเสียงของเขาจริงๆ ไม่ผิดแน่

ต่อมานางถึงนึกขึ้นได้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงเดียวกับที่บอกให้นางหยุดหมอบลงเมื่อตอนกลางวัน…

สาวใช้เข้ามาช่วยประคองนางขึ้นรถม้า นางถึงรู้สึกตัวว่าตนเองยังยืนอยู่ นางกดข่มสภาพอารมณ์ที่ฟุ้งซ่าน แล้วเดินย้อนกลับไปขึ้นรถม้า

ในบรรดากลุ่มคนที่มารับมีผู้ติดตามพกคันธนูสองคนขี่ม้าก้าวออกมานำหน้ารถม้า

รถม้าแล่นตามติดไป เฟิงซุ่นอินแอบมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นร่างนั้นยังคงนั่งอยู่บนหลังม้า เงาร่างเขาถูกแสงจันทร์และแสงไฟโอบล้อมให้ดูเด่นชัดแต่ก็ดูคลุมเครือ ครั้นเมื่อรถม้าค่อยๆ เคลื่อนผ่านก็ประจันกับเขาในระยะใกล้

นางพลันนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้ไม่เห็นเขามีอาการตอบสนองอะไร บางทีอาจหลงลืมนางไปนานแล้วจริงๆ เมื่อคิดเช่นนี้ก็สบายใจขึ้นมาก ในเมื่อไม่ว่าอย่างไรสภาพความเป็นอยู่ของนางทุกวันนี้ก็ไม่อยากถูกใครจดจำได้แต่อย่างใด

ที่นี่คือเมืองเล็กๆ ห่างจากเหลียงโจวไปทางทิศตะวันออกสามสิบหลี่

เมื่อมีคนมารับย่อมแตกต่างออกไป ที่พักรับรองในตัวเมืองถูกเตรียมพร้อมรอไว้ล่วงหน้าแล้ว

ตอนที่เฟิงซุ่นอินก้าวเข้าห้องพักชั้นดีของที่พักรับรอง ข้างในจัดวางถังอาบน้ำใส่น้ำกลิ่นหอมเต็มถังเอาไว้เรียบร้อย บนโต๊ะยังมีสำรับอาหารรวมถึงน้ำชาไอร้อนกรุ่น ทั่วทั้งห้องล้วนมีแต่กลิ่นหอมอบอุ่น

“ฮูหยิน ฮูหยินเจ้าคะ!”

นางหันมองไปทางประตู พบว่าสาวใช้คนหนึ่งกำลังเรียกนาง

อาจเพราะความเมินเฉยของนาง สาวใช้จึงมองสำรวจสีหน้าของนางอย่างระมัดระวัง แม้เมื่อมองผ่านหมวกม่านแพรจะมองเห็นหน้าได้ไม่ชัดก็ตาม

ตลอดการเดินทางครั้งนี้เฟิงซุ่นอินมักต้องถูกเรียกอยู่หลายครั้งถึงจะสนใจพวกนาง ตัวนางเองก็รู้ตัว จึงหาเหตุผลมาอธิบาย “วันนี้ได้รับความตกใจอยู่บ้าง เมื่อครู่นี้จึงไม่ทันได้ยิน”

สาวใช้คล้ายโล่งใจ เพียงก้มหน้าเอ่ย “เจ้าหน้าที่จุดพักม้ามาถ่ายทอดคำพูดของท่านผู้บัญชาการเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้เสียเวลากับการเดินทาง บัดนี้จึงพ้นฤกษ์ยามไปแล้วสองวัน อิงตามประเพณีของเหลียงโจว วันนี้ขอเชิญฮูหยินพักผ่อนอยู่ที่นี่ วันพรุ่งนี้สามารถเข้าจวนในฐานะนายหญิงจวนผู้บัญชาการได้เลยเจ้าค่ะ”

แววตาของเฟิงซุ่นอินวูบไหวเล็กน้อย เดิมทีก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘ผู้บัญชาการ’ พร้อมกับคำว่า ‘นายหญิงจวนผู้บัญชาการ’ นางกลับอึดอัดใจอยู่เล็กน้อย ในหัวก็ผุดภาพนิ้วมือที่เลิกเปิดหมวกม่านแพรของตนเอง และเงาร่างของบุรุษที่นั่งอยู่บนหลังม้าผู้นั้น…

เมื่อสัมผัสได้ว่าสาวใช้ยังมองมาอยู่ นางจึงเลิกคิดฟุ้งซ่านพร้อมเอ่ยถาม “เหตุใดถึงเรียกว่า ‘ผู้บัญชาการ’ เล่า” นางจำได้ว่าโดยปกติแล้วจะเรียกย่อตำแหน่งผู้บัญชาการทหารว่า ‘ท่านแม่ทัพ’ มิใช่หรือ

สาวใช้ตอบกลับ “มีเพียงที่เหลียงโจวถึงเรียกเช่นนี้เจ้าค่ะ เพราะท่านผู้บัญชาการรับภาระหน้าที่สำคัญ ไม่มีผู้ใดแทนได้ ท่านผู้บัญชาการใหญ่จึงสั่งให้เรียกเช่นนี้เป็นพิเศษเจ้าค่ะ”

เฟิงซุ่นอินคิดในใจว่า เช่นนั้นดูท่าแล้วจะเข้าใจไม่ผิด ตำแหน่งของเขาในเหลียงโจวสูงมากจริงๆ นี่ก็ไม่นับว่าแปลกอันใด ในเมื่อที่ดินบรรดาศักดิ์ของอู่เวยจวิ้นกงอยู่ที่นี่ เขาในฐานะบุตรบุญธรรม ฐานะในบ้านของตนเองจะต่ำเตี้ยได้อย่างไรกัน แต่หากเทียบกับความรุ่งโรจน์ในอดีตที่เขาสอบได้อันดับสูงเมื่อสมัยยังเยาว์วัยแล้ว ตอนนี้ก็ถือว่าไม่โดดเด่นนัก

นางผงกศีรษะ ไม่ได้ถามต่ออีก สาวใช้เองก็ล่าถอยออกไปอย่างเข้าใจ

หลังจากอาบน้ำกินอาหารเสร็จก็ดึกมากแล้ว

ที่พักรับรองแห่งนี้เงียบสงบมาก ประหนึ่งมีเฟิงซุ่นอินพักอยู่เพียงคนเดียว ข้างนอกไร้แสงตะเกียงหรือคบเพลิง กระทั่งหัวหน้าหน่วยคุ้มกันที่เสียงดังผู้นั้นยังหายตัวไปไม่เห็นแม้แต่เงา

เมื่อปราศจากเสียงผู้คน ยิ่งทำให้การพบกันก่อนหน้านี้ดูไม่สมจริงมากกว่าเดิม

เฟิงซุ่นอินกระชับเสื้อตัวบาง มือจับพู่กันนั่งอยู่ที่โต๊ะ ตรงหน้ากางตำราพับทบเล่มหนึ่งที่เพิ่งหยิบออกมาจากห่อสัมภาระ บนนั้นเป็นต้นฉบับฝีมือนาง หน้าที่เปิดกางอยู่เพิ่งเขียนคำว่า ‘ด่านฮุ่ยหนิง’ ลงไปสามตัวอักษร

นางไม่ได้เขียนต่อ แต่กำลังนวดคลึงข้อมือข้างขวา ตอนเจอกับโจรเมื่อกลางวันถูกลูกธนูดอกนั้นสกัดล้มบาดเจ็บ มาตอนนี้นางไม่รู้สึกเจ็บแล้ว เพียงแค่ข้อมือขวายังเคล็ดยอกอยู่เล็กน้อย

ระหว่างที่นวดก็นึกถึงน้องชายเฟิงอู๋จี๋ไปด้วย คาดว่าเขาน่าจะใกล้ถึงฉินโจวแล้ว หากเวลานี้เขาได้รู้ว่าคนที่นางแต่งงานด้วยคือมู่ฉางโจว ไม่รู้ว่าเขาจะคิดเช่นไร

คิดมาถึงตรงนี้นางกลับเผยรอยยิ้ม เป็นเพราะนึกถึงมารดาของนางขึ้นมาต่อ

ตอนนั้นที่เคยปฏิเสธข้อเสนอแต่งงานของบิดาไปในงานเลี้ยงที่แม่น้ำชวีเจียง มารดานางย่อมรับรู้เช่นกัน บางทีอาจเพราะเหตุนี้ ครั้งนี้ถึงไม่ได้บอกนางว่าต้องแต่งกับใคร นางเองก็ยินดีทุ่มเทชีวิตทั้งหมด ยอมแต่งงานโดยไม่ถามไถ่อะไรทั้งนั้นเช่นกัน

ไม่รู้ว่าสภาพข้าในตอนนี้พอจะมีประโยชน์บ้างสักครั้งแล้วหรือยัง…

เฟิงซุ่นอินชะงักมือ จู่ๆ พลันหมดอารมณ์เขียนต้นฉบับขึ้นมากะทันหัน นางวางพู่กันลง พับเก็บตำรากลับลงในห่อสัมภาระแล้วเดินไปนอนลงบนเตียง

นางหลับตาลง ภายในหัวยุ่งเหยิงดั่งคลื่นน้ำซัดสาด นางนึกถึงความรุ่งเรืองภายในเมืองฉางอันสมัยเด็กตอนที่บิดายังอยู่ ทุกคนยังอยู่ ญาติพี่น้องอุ่นหนาฝาคั่ง

ต่อมาก็ย้ำเตือนตนเองอีกครั้งว่าไม่ให้ไปคิดถึงอีก ใกล้จะถึงที่หมายอยู่รอมร่อ ควรบอกลาอดีตไปนานแล้ว

ล้วนเป็นเพราะการปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันของมู่ฉางโจว ถึงได้ชักนำให้ย้อนนึกถึงโดยไร้สาเหตุเช่นนี้…

หน้าที่แล้ว1 of 10

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 119-121

บทที่ 119 ไม่เห็นก็ยังดี แต่เมื่อมาถึงฮั่นหยางแล้วเห็นสภาพที่เจียงซิ่วรุ่นนั่งขัดสมาธิบนเนินเขากินขนมเปี๊ยะไส้เนื้อกับผั...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 3-4 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

community.jamsai.com