ไม่รู้ว่าสะลึมสะลืออยู่นานเท่าไร ฉับพลันนั้นเฟิงซุ่นอินก็ฝันว่ามีลูกธนูดอกหนึ่งยิงเข้าใส่ สกัดขานางสะดุดล้มลงบนพื้น นางสะดุ้งตื่นโดยพลัน
แสงสว่างนอกบานหน้าต่างบาดตา เฟิงซุ่นอินปิดตาอยู่สักพักถึงปรับตัวได้ นางลูบหน้าผาก นึกไม่ถึงว่าบนหน้าผากจะชุ่มเหงื่อเย็นชั้นหนึ่ง
ไม่คิดเลยว่าโจรทะเลทรายยังไม่ทำให้นางตกใจเท่าลูกธนูดอกนั้น ถึงขั้นทำให้นอนหลับไม่สนิท
ฟ้าสว่างจ้า ข้างนอกมีสาวใช้คอยอยู่นานแล้ว เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงเอ่ยถามเสียงดัง “ฮูหยิน ออกเดินทางเข้าเมืองได้แล้วหรือยังเจ้าคะ”
เฟิงซุ่นอินใช้เวลาตั้งสติอีกเล็กน้อยถึงลุกขึ้นนั่ง หยิบห่อสัมภาระที่อยู่ข้างเตียงมาเตรียมพร้อมก่อนถึงได้เอ่ยตอบ “ได้แล้ว”
ประตูถูกผลักเปิดทันใด สาวใช้ห้าหกคนทยอยกันกรูเข้ามา บ้างถืออ่างน้ำ บ้างถือกล่องตลับ บ้างยกชา บ้างยกสำรับอาหาร ทุกอย่างครบครัน พากันเข้ามาปรนนิบัตินางหลังตื่นนอน
เฟิงซุ่นอินแม้ไม่ได้ถูกปรนนิบัติมานาน แต่ก็เข้าใจว่าเดินทางเข้าเมืองเหลียงโจวแล้วต้องแต่งกายประทินโฉมให้ดี จึงปล่อยให้พวกนางทำไป
เมื่อแต่งหน้าทำผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็ได้ยินเสียงม้าร้องอยู่ด้านนอก น่าจะมีคนมารับแล้ว
พอดีกับที่เหล่าสาวใช้ยุ่งง่วนจนงานเสร็จแล้วล่าถอยออกไป เหลือเพียงคนสองคนยังแอบมองนางอีกครั้ง
เฟิงซุ่นอินมองคันฉ่องสำริดไปหนหนึ่ง คนในคันฉ่องเกล้ามวยผมดกดำดุจปุยเมฆ ริมฝีปากสีแดงคิ้วเข้ม แลคล้ายตัวนางเมื่อกาลก่อน แต่ก็ไม่คล้ายเช่นเดียวกัน
นางไม่ได้มองนานนัก เพียงหยิบหมวกม่านแพรขึ้นสวมแล้วเดินออกไป
เมื่อเดินไปถึงลานข้างนอกก็มองเห็นเงาคนเคลื่อนไหวอยู่รอบทิศ ต่างกำลังยุ่งวุ่นวายกัน
ข้างนอกประตูลานมีพลทหารพกดาบจูงม้ามาใหม่อีกหลายนาย จำนวนมากกว่าก่อนหน้านี้เป็นเท่าตัว
สาวใช้คนหนึ่งอุ้มห่อสัมภาระผ้าไหมสีเขียวของนางขณะเอ่ยว่า “เชิญฮูหยินเข้าไปรอในห้องโถงสักพักเจ้าค่ะ”
เฟิงซุ่นอินผงกศีรษะ มองดูสาวใช้อุ้มห่อสัมภาระห่อนั้นไปไว้บนรถม้าให้ก่อน
มีดสั้นที่อยู่ในนั้นถูกนางพกติดกายซ่อนไว้ในแขนเสื้อตัวในตั้งแต่ตอนตื่นนอน เวลานี้ให้พวกนางแตะต้องห่อสัมภาระไปก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรตำรากับเสื้อผ้าที่เหลืออยู่ในนั้นก็ถูกพวกนางเห็นมานานแล้ว
เดิมทีหลังจากเข้าเมืองเหลียงโจวควรจะมีพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อคืนได้ยินมาว่าพ้นฤกษ์แต่งงานไปแล้ว ให้นางตรงเข้าจวนได้เลย เฟิงซุ่นอินก็เข้าใจแล้วว่าพิธีแต่งงานจะเน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก
เมื่อครู่นี้ตอนเกล้าผมแต่งตัวยังได้ยินสาวใช้พูดกันว่าหลายปีมานี้เหลียงโจวไม่ค่อยอิงตามประเพณีแต่งงานของชาวฮั่น* จงหยวนอีก กลับกลายเป็นผสมผสานขนบธรรมเนียมชาวหูเข้ามาไม่น้อย พิธีการก่อนเข้าจวนวันนี้เองก็เรียบง่าย แค่ต้องรอผู้แทนฝ่ายเจ้าบ่าวสองคนมารับอยู่ในห้องโถงเท่านั้น
ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้ยินใครพูดถึงผู้บัญชาการขึ้นมา ในใจเฟิงซุ่นอินกระจ่างแจ้งว่าเมื่อคืนมีเพียงตนเองที่พักผ่อนอยู่ในที่พักรับรองแห่งนี้ วันนี้ก็ต้องเดินทางเข้าเมืองเหลียงโจวด้วยตนเองแน่นอน
คิดมาถึงตรงนี้นางพลันคลายมือที่กำแขนเสื้ออยู่ออก ทั่วร่างก็ผ่อนคลายลงตามไม่น้อย นางเพิ่งรู้สึกตัวว่าตั้งแต่เริ่มแต่งตัวตนเองก็เริ่มอึดอัดใจแล้ว ในเมื่อไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็รู้สึกเหลือเชื่อเกินไป นึกไม่ถึงว่าตนเองจะแต่งให้กับมู่ฉางโจว…
นางตั้งสติ เดินเลียบระเบียงทางเดินไปข้างหน้า เข้าไปในห้องโถง
ฉับพลันนั้นมีเสียงม้าร้องและเสียงผู้คนดังขึ้นจากข้างนอก ตามด้วยเสียงตะโกนดังขึ้นมาจากในลาน “หัวหน้าหน่วยทหารม้าค่ายทหารเหลียงโจวหูเป้ยเอ๋อร์รับคำสั่งมาต้อนรับฮูหยินเข้าเมืองขอรับ!”
เสียงกังวานและห้าวหาญดังจนได้ยินไปทั่วทั้งลาน นอกจากหัวหน้าหน่วยคุ้มกันแล้วก็ไม่มีคนอื่นอีก
เฟิงซุ่นอินเพิ่งเข้าไปหยุดยืนในห้องโถง นางคิดในใจ ช่างมาไวเหลือเกิน