ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 13-บทที่ 14 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 13-บทที่ 14

สวี่มี่ลุกขึ้นมาทันที ปากยิ้มตาไม่ยิ้ม “จิ่งเซิน ไม่ใช่พี่ชายผู้โง่เขลาตั้งใจจะจับผิดหรอกนะ แต่ท่านออกหัวข้อทดสอบเช่นนี้ ดูเหมือนเที่ยงธรรม แต่ความจริงค่อนข้างเอนเอียง ทั้งสามหัวข้อไม่มีข้อใดไม่เอื้อประโยชน์ต่อคุณชายลู่! คุณชายลู่สติปัญญาเฉลียวฉลาด เจ็ดขวบแต่งบทกวีได้ ทุกคนต่างรู้ อีกทั้งเขายังเชี่ยวชาญการยิงธนู ด่านบู๊ในหัวข้อที่สองก็สอดคล้องกับความสามารถของคุณชายลู่อีก ข้อสุดท้ายเลือกหนึ่งในสอง อภิปรายถกปัญหาที่ลึกซึ้งยิ่งเป็นความถนัดของคุณชายลู่ ถ้าหลี่มู่ก็เลือกอภิปรายถกปัญหา ยังไม่พูดถึงว่าเขารู้หรือไม่ว่าอะไรคืออภิปรัชญา หากอีกฝ่ายจงใจกลั่นแกล้ง เขาจะชนะได้อย่างไร ถ้าเขาเปลี่ยนไปเลือกภูเขาพยัคฆ์ ตอนฝ่าด่านอย่างลำบาก คุณชายลู่ก็เจอผู้ร่วมถกปัญหาที่มีใจจะช่วยเขาเข้าพอดี ไยมิใช่ผ่านด่านได้โดยราบรื่น ปีนขึ้นไปบนยอดเขาได้โดยเร็ว มาพูดถึงด่านแรก ดูเหมือนเที่ยงธรรม ไม่ใช่ข้าไม่เชื่อท่าน แต่ใครรับรองได้ว่าบทกวีที่ท่านจะแสดงออกมา ก่อนหน้านี้คุณชายลู่ไม่เคยอ่านมาก่อน”

สวี่มี่ยิ้มหยัน ส่ายหน้าไม่หยุด

“ไม่ยุติธรรม! ไม่ยุติธรรม!”

ลู่กวงสีหน้าเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ “ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร หรือสงสัยว่าพี่เกาแอบเผยหัวข้อทดสอบให้เจี่ยนจือรู้ ถอยหมื่นก้าวมาพูด ถึงเมื่อก่อนเจี่ยนจือเคยอ่านบทกวีของพี่เกามาบ้าง ก็ต้องยกความดีให้เขาที่ปกติอ่านมากฟังมากมีความจำที่ดี ในเมื่อเป็นการทดสอบวิชาความรู้ จะมีความผิดได้อย่างไร ส่วนที่ว่าการอภิปรายถกปัญหาก็ยิ่งเหลวไหล! ถ้าหลี่มู่โชคดีผ่านสองด่านแรกไปได้และแพ้ที่ด่านนี้ ก็ได้แต่ต้องโทษว่าเขาไร้ความสามารถเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่เกาไม่ใช่ยังมีด่านภูเขาพยัคฆ์อีกด่านหรือ เขาสามารถเลือกจุดแข็งเลี่ยงจุดอ่อน ตัดสินแพ้ชนะกับเจี่ยนจือได้!” ทั้งสองโต้เถียงกันอยู่บนแท่น เหล่าขุนนางกับบัณฑิตที่อยู่ด้านล่างก็พากันกระซิบกระซาบ วิพากษ์วิจารณ์กัน

เกาเฉียวค่อยๆ ลุกจากที่นั่ง

ขณะที่เขาลุกขึ้นมายืน รอบด้านก็พากันเงียบเสียงลง

“ซือถูยังจำได้หรือไม่ วันนั้นข้าเคยเชิญซือถูมาเป็นผู้ตัดสินด้วยกัน บทกวีที่จะใช้ในด่านแรกก็ขอเชิญซือถูมาช่วยข้าอีกแรง ซือถูใช้เทศกาลฉงหยางในวันนี้เป็นหัวข้อ แต่งบทกวีขึ้นมาในที่นี้เลยเถิด จากนั้นก็ใช้บทกวีที่ซือถูแต่งขึ้นมา ทดสอบความจำของพวกเขาสองคน ซือถูเห็นเป็นอย่างไร”

ทุกคนพากันผงกศีรษะ

สวี่มี่ถึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้น ข้าก็ขอแสดงฝีมืออันต่ำต้อยแล้ว”

ดวงตาของเขากลอกไปมาอีกครั้ง “แต่ด่านที่สาม ไม่ทราบยอดฝีมือที่ท่านเชิญมาอภิปรายถกปัญหา เป็นผู้ใดมาจากที่ใด ถ้าเขามีใจคิดเข้าข้าง ข้าเกรงว่าหลี่มู่จะต้องเสียเปรียบ”

เกาเฉียวยิ้มบาง “บัณฑิตอภิปรัชญาในปัจจุบันวันนี้ล้วนนั่งอยู่ที่นี่ ถ้าทั้งสองต่างเลือกด่านนี้ สกุลลู่เป็นคนเลือกบัณฑิตผู้หนึ่ง ออกหัวข้อทดสอบหลี่มู่ ซือถูท่านก็เลือกบัณฑิตผู้หนึ่ง ออกหัวข้อทดสอบเจี่ยนจือ เป็นอย่างไร”

สวี่มี่ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ด่านแรก เขาแทบจะสรุปได้เลยว่าหลี่มู่ต้องออกจากด่านช้ากว่าลู่เจี่ยนจือ

เกาเฉียวกำหนดให้ด่านนี้เป็นด่านแรก ดูคล้ายไม่มีเจตนา แต่ถ้าใคร่ครวญดูอย่างละเอียดกลับมีจุดที่น่าขบคิดอย่างมาก

ลู่เจี่ยนจือสติปัญญาเฉลียวฉลาด กระทั่งได้ชื่อว่าผ่านตาก็ท่องได้ หากหลี่มู่คิดจะเอาชนะลู่เจี่ยนจือในด่านนี้ พูดได้ว่าความหวังเลือนรางมาก ถ้าในด่านแรกหลี่มู่ล่าช้ากว่ามาก จะต้องร้อนใจหุนหันพลันแล่น รอถึงด่านที่สอง ลู่เจี่ยนจือก็จากไปไกลไม่เห็นฝุ่นแล้ว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ฝีมือการยิงธนูของหลี่มู่จะยอดเยี่ยมเพียงใดก็ต้องได้รับผลกระทบ

และถ้าคาดการณ์ไม่ผิด ด่านสุดท้ายลู่เจี่ยนจือจะต้องเลือกการอภิปรายถกปัญหา

บัณฑิตอภิปรัชญาในปัจจุบันที่มาในวันนี้ ในนั้นย่อมมีคนที่มีสัมพันธไมตรีอันดีกับตน ต่อให้ลู่เจี่ยนจือเชี่ยวชาญในด้านนี้ แต่ขอเพียงคนผู้นั้นลิ้นลมคมคาย คารมดีโต้แย้งเก่ง พยายามถ่วงเวลาลู่เจี่ยนจือในด่านนี้ให้ยาวนานออกไป เช่นนั้นต่อให้ช่วงแรกหลี่มู่ล่าช้ากว่าก็สามารถใช้โอกาสนี้เร่งรุดไล่ตามมาทัน

ด้วยความสามารถด้านการต่อสู้ของหลี่มู่ สามารถผ่านด่านภูเขาพยัคฆ์มาได้อย่างราบรื่น มาช่วงชิงช่อจูอวี๋กับลู่เจี่ยนจืออีก ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่

นั่นก็คือการจัดการเช่นนี้ แม้ไม่อาจรับรองได้ว่าหลี่มู่จะได้ชัยชนะ แต่อย่างน้อยยังพอมีโอกาสให้หลี่มู่ได้ต่อสู้ช่วงชิงในการทดสอบที่เห็นชัดว่าเขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเช่นนี้

สวี่มี่ใคร่ครวญจบก็จำใจพยักหน้า

“ทำตามที่เกาเซี่ยงจัดการ!”

ตอนเกาเฉียวกลับไปนั่งที่ สายตาก็ระผ่านลู่เจี่ยนจือกับหลี่มู่ที่ยืนเคียงข้างกันอยู่ในลานไป

ลู่เจี่ยนจือหน้าตาสดใสมีชีวิตชีวา รูปร่างดุจต้นไม้หยก เป็นรูปร่างหน้าตาท่วงทีของบุรุษที่ทุกคนในเวลานี้ต่างใฝ่ฝันหา นับแต่เขาปรากฏตัวขึ้นที่ตีนเขาเมื่อเช้านี้ สายตาของสตรีที่อยู่สองข้างทางก็จับจ้องมาที่ร่างเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แม้แต่บุรุษด้วยกันก็ยังส่งสายตาอิจฉามาไม่ขาด

ส่วนหลี่มู่…

กลับอยู่อีกขั้วหนึ่ง

สายตาของเกาเฉียว จับนิ่งอยู่ที่ร่างชนรุ่นหลังผู้นิ่งเงียบ หรือจะบอกว่าความคิดลุ่มลึกจนทำให้ตนออกจะมองไม่ออก กระทั่งเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมารำไรอยู่ชั่วขณะ

หลายวันมานี้เกาเฉียวนับวันยิ่งเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งขึ้น

หลี่มู่คล้ายดาบคมกริบที่ซุกซ่อนอยู่ในฝักหนา เมื่อใดที่ได้โอกาสชักออกจากฝักจะต้องสังเวยด้วยโลหิต

และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เกาเฉียวรู้สึกว่าตนเองถึงกับมองคนผู้หนึ่งไม่ออก

ด้วยเหตุนี้ถึงแม้ไม่คำนึงถึงความแตกต่างของฐานะ เมื่อพูดจากส่วนลึกของจิตใจแล้ว เขาก็ไม่ยินดีจะให้บุตรสาวของตนแต่งงานกับคนผู้นี้

เฝิงเว่ยเดินเข้ามากล่าวยิ้มๆ “คุณชายลู่ ขุนพลหลี่ ถ้าทั้งสองท่านไม่มีความเห็นต่าง การทดสอบก็จะเริ่มขึ้นแล้ว”

ลู่เจี่ยนจือสีหน้าเคร่งขรึม ค้อมตัวรับคำ

หลี่มู่สีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก เพียงพยักหน้าน้อยๆ

เฝิงเว่ยจึงหันไปทางสวี่มี่ “เชิญซือถูแต่งบทกวี”

เด็กรับใช้ในชุดสีเขียวอมดำหลายคนยกโต๊ะเข้ามาสองตัว ตั้งไว้กลางแท่นชมทัศนียภาพที่เว้นว่างเอาไว้ส่วนหนึ่ง วางแผ่นกระดาษ พู่กัน และหมึกแล้วถอยออกไปอย่างรวดเร็ว

ความสามารถด้านการประพันธ์ของสวี่มี่แม้จะไม่โดดเด่น แต่การแต่งความเรียงประโยคคู่หนึ่งพันตัวอักษรขึ้นมาเฉพาะหน้า ไม่ถือเป็นเรื่องยากสำหรับเขา

เขาเดินมาที่หน้าโต๊ะ ม้วนแขนเสื้อขึ้น หยิบพู่กัน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็จุ่มหมึกตวัดพู่กัน เขียนบทกวีฤดูใบไม้ร่วงหนึ่งพันตัวอักษรออกมาอย่างรวดเร็ว

เฝิงเว่ยอ่านรอบหนึ่ง เอ่ยชมบทกวีว่าไพเราะงดงาม จากนั้นก็หันไปกล่าวกับลู่เจี่ยนจือและหลี่มู่ “สองท่านเริ่มได้”

รอบด้านเปลี่ยนเป็นเงียบกริบไร้เสียงนกเสียงกา ข้างหูเหลือเพียงเสียงลมภูเขาพัดผ่านป่าสนดังหวีดหวิว

ลู่เจี่ยนจือมองบทกวีฤดูใบไม้ร่วงบทนั้นอย่างจดจ่อ หลับตาลงครู่หนึ่งก็ลืมตาขึ้น เดินมาที่หลังโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งจัดวางกระดาษ พู่กัน และแท่นฝนหมึกเอาไว้ เขาหยิบพู่กันขึ้นมาแล้วเริ่มเขียน ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตะลึงและชื่นชมของผู้คน

ลู่กวงชายตามองสวี่มี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่ง เห็นสีหน้าของเขาค่อนข้างไม่ชวนมองก็อดรู้สึกเบิกบานใจไม่ได้

เหนือความคาดหมาย ตามมาติดๆ กัน แทบจะเรียกได้ว่าเท้าหน้ากับเท้าหลัง หลี่มู่ก็มาถึงด้านหลังโต๊ะอีกตัวหนึ่ง เริ่มหยิบพู่กันเขียนอย่างรวดเร็ว

คนที่ห้อมล้อมชมอยู่ เห็นชัดว่าประหลาดใจกับเรื่องนี้อย่างมาก รอบด้านมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นมาเบาๆ

สวี่มี่กระชุ่มกระชวยขึ้นมาแล้ว เขาจับตามองหลี่มู่เขม็ง

ทั้งสองคนที่อยู่ตรงกลางถึงกับไม่ได้หยุดพักใดๆ เขียนรวดเดียว สุดท้ายก็วางพู่กันในมือลงแทบจะในเวลาเดียวกัน

เฝิงเว่ยกับเกาเฉียวต่างตรวจคนละแผ่น

ครู่เดียวเฝิงเว่ยก็ประกาศขึ้น บทกวีที่ลู่เจี่ยนจือคัดลอกถูกต้องไม่มีผิด ผ่านด่านนี้ไปได้

เขายกให้ทุกคนดู ตัวอักษรบนกระดาษสง่างามเป็นระเบียบดุจมังกรผาดโผนทำให้ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก

ลู่เจี่ยนจือหมุนตัววิ่งห้อตะบึงไปตามเส้นทางบนภูเขา ไปยังด่านที่สองซึ่งเป็นลานยิงธนู

เกาเฉียวก็ตรวจตัวอักษรที่ยังเปียกชุ่มของหลี่มู่เสร็จอย่างรวดเร็ว

ตัวอักษรขรุขระ แรงทะลุหลังกระดาษ ตามการตัดสินความงามของการคัดตัวอักษรของคนในสมัยนี้ นับว่ายังห่างไกลจากคำว่า ‘งดงาม’ อยู่มาก

เกาเฉียวเหลือบตาขึ้นมอง สายตาจับนิ่งที่เงาร่างที่ยืนอย่างสงบรอตนปล่อยตัวอยู่ เขากดข่มความรู้สึกยากบรรยายอย่างหนึ่งที่พวยพุ่งขึ้นมาในใจ กล่าวเสียงราบเรียบ “หลี่มู่ไปด่านต่อไปได้”

“หลี่มู่ เร็วหน่อย!”

สวี่มี่เผยสีหน้ายินดีอย่างเห็นได้ชัด แทบจะกระโดดขึ้นมาจากที่นั่ง ร้องเร่งไม่หยุด

หลี่มู่ค้อมคำนับเกาเฉียว เขาหมุนตัว แล้วเงยหน้ามองไปทางด่านต่อไปแวบหนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเร็วๆ ไล่ตามไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

    By

    บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทางอาจารย์ฝานแล้ว ฝานเ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

    By

    บทที่ 124 เผยเซียวหยวนมือเปล่าไม่มีอาวุธ คิดจะไล่ตามไปต่อสู้ระยะประชิด กล่าวสำหรับเขาแล้วกลับจะได้เปรียบ เพิ่งจะขยับเท้า กลิ่นสาบฉุนก็พุ่งเข...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

community.jamsai.com