ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 3-บทที่ 4 – หน้า 7 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 3-บทที่ 4

ทหารเหล่านี้ล้วนเป็นคนสนิทของเซียวเต้าเฉิง เพื่อความมั่นใจว่าคืนนี้พอลงมือแล้วจะประสบผลแน่นอนจึงคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ไม่มีนายใดไม่องอาจห้าวหาญ

แต่คู่ต่อสู้ที่พวกเขาเผชิญหน้าอยู่ผู้นี้กลับเป็นเทพสงครามแห่งราชวงศ์ใต้ที่เคยนำทัพต้าอวี๋ไปปราบปรามทางเหนือมาหลายครั้งทำให้ชาวหูนับร้อยหมื่นเพียงได้ยินชื่อสีหน้าก็แปรเปลี่ยน

แม้เวลานี้เขาจะเป็นเสมือนสัตว์ที่อยู่ในกรง เป็นนกอินทรีปีกหัก แต่พละกำลังห้าวหาญน่าตื่นตะลึงของเขาก็ทำให้ทุกคนหวาดกลัว และยิ่งถูกสยบด้วยพลานุภาพอันน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาทั่วร่างของเขา เขาก้าวเท้ามาข้างหน้าก้าวหนึ่ง เหล่าทหารชุดเกราะก็จะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ถึงกับไม่มีคนกล้าเข้าขวางอีก

เซียวเต้าเฉิงคาดคิดไม่ถึงว่าหลี่มู่ที่ถูกพิษร้ายแรงแล้วยังองอาจห้าวหาญถึงเพียงนี้

สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวง หมุนตัวจะล่าถอย แต่ช้าไปเสียแล้ว หลี่มู่ขว้างกระบี่ยาวในมือมาที่แผ่นหลังเขาทันที

กระบี่ยาวดุจหัวธนูพุ่งตามมาถึงประหนึ่งดาวตก

การขว้างกระบี่ออกไปในครั้งนี้คล้ายรวบรวมพละกำลังครั้งสุดท้ายของหลี่มู่เอาไว้ทั้งหมด ตัวกระบี่ปักลึกเข้าไปในแผ่นหลังของเซียวเต้าเฉิง ทะลุหน้าอกออกมา เพราะพลังที่ส่งมายังเหลืออยู่ ผ่านไปพักใหญ่ ด้ามกระบี่ก็ยังคงสั่นน้อยๆ

ร่างของเซียวเต้าเฉิงล้มคว่ำไปกับพื้น

ทหารชุดเกราะนายหนึ่งในที่สุดก็ตั้งสติได้ แผดเสียงคำรามออกมาคำหนึ่ง แล้วแทงกระบี่จากทางด้านหลังเข้าไปที่แผ่นหลังของหลี่มู่

กระบี่แทงทะลุอกหลี่มู่ เขาค่อยๆ หมุนตัวมา มองจ้องทหารชุดเกราะที่จู่โจมตนนายนั้น แล้วยืนตระหง่านนิ่ง

รอบด้านเงียบสงัดราวกับตายกันไปหมดแล้ว มีเพียงเสียงโลหิตจากหน้าอกและแผ่นหลังของหลี่มู่หยดลงสู่พื้นดังติ๋งๆ เบาๆ

สายลมยามราตรีหอบหนึ่งพัดเข้ามา แสงเทียนแดงสั่นไหววูบวาบ ใบหน้าที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตสดของเขากึ่งมืดกึ่งสว่างอยู่ภายใต้แสงเทียน ประหนึ่งอสูรร้ายที่มาจากนรกอเวจี

ทหารชุดเกราะนายนั้นมองสบตาหลี่มู่อยู่ชั่วขณะ ใบหน้าค่อยๆ ปรากฏแววหวาดกลัว

‘ต้าซือหม่า โปรดไว้ชีวิตข้า…’

เขาปล่อยมือจากด้ามกระบี่ ล้มก้นกระแทกลงไปนั่งกับพื้น จากนั้นก็ตะเกียกตะกายล้มลุกคลุกคลาน หนีออกไป

หลี่มู่พลิกฝ่ามือดึงกระบี่ที่ปักอยู่บนแผ่นหลังอาบย้อมไปด้วยโลหิตของตนออกมา นัยน์ตาที่แดงฉานไปด้วยโลหิตทั้งสองข้างกวาดมองไปยังทหารรอบด้านที่เหลืออยู่ด้วยแววตาคมกริบดุจนกอินทรีดุดันดุจหมาป่า

ทหารทั้งหลายมองเขาด้วยความตื่นตระหนกหวาดผวา แล้วถอยหลังไปช้าๆ

ก็ไม่รู้ใครเป็นคนเริ่มต้นก่อน พริบตาเดียวก็แย่งชิงกันวิ่งออกไปจากห้อง

ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยโลหิต ในห้องที่ว่างเปล่าวังเวงเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณหลายร่างนอนเกลื่อนกลาด

เคร้ง…มีเสียงดังขึ้น หลี่มู่โยนกระบี่ลงกับพื้น

เขากลืนรสคาวเค็มที่ทะลักจากหน้าอกขึ้นมาถึงลำคอไม่หยุด หันหน้ามาช้าๆ มองเกาลั่วเสินที่ยังนั่งอยู่ที่พื้น

ใบหน้าของนางในยามนี้ซีดขาวราวกับคนตาย ดวงตางามทั้งสองเบิกกว้างทว่าดูว่างเปล่า เหม่อมองเขาที่เดินซวนเซทีละก้าวๆ มาถึงเบื้องหน้านาง สุดท้ายก็หยุดลงในระยะห่างจากนางเพียงชั่วหนึ่งตัวคน

ทั้งสองต่างจ้องมองอีกฝ่ายอยู่เช่นนี้

นางหลั่งน้ำตา…ส่วนเขาหลั่งโลหิต

โลหิตไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดของเขาไม่หยุด ร่างของเขาเริ่มโงนเงนแล้ว

ฉับพลันนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็ล้มลงมาดุจดังยอดเขาพังทลายลงทั้งลูก กดทับอยู่บนร่างของนาง

เกาลั่วเสินถูกร่างกายที่หนักอึ้งของเขากดทับจนหงายหลังล้มลงกับพื้น

ลมหายใจของนางเต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต…นั่นเป็นกลิ่นโลหิตของเขา

นางรู้สึกได้ถึงฝ่ามือเปียกชื้นเย็นเฉียบคู่หนึ่งค่อยๆ ลูบคลำมาถึงลำคอเรียวบางเกลี้ยงเกลาของนาง สุดท้ายก็บีบกระดูกคอด้านหลังของนางไว้ ลูบไล้อย่างทะนุถนอมอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ออกแรงบีบ

ความเจ็บปวดราวถูกคว้านหัวใจแผ่ลามขึ้นมาชั่วขณะ

ขอเพียงเขาออกแรงอีกเพียงนิดเดียว ลำคอที่อ่อนแอบอบบางของนางก็คงจะหักดุจต้นอ้อ

นางหลับตาลง ไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใดๆ

ผ่านไปครู่หนึ่งฉากที่คาดคิดไว้ก็ยังไม่เกิดขึ้น

มือคู่นั้นถึงกับค่อยๆ คลายออก

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

community.jamsai.com